Golden Fourth Estated 2016
Free Public News Services Agency

View Total
18,304,349

Home / การเมือง / พรรคเดียว, เบอร์เดียว, เลือกตั้ง
'สวนดุสิตโพล' เผยปชช. 41.91 % ค้านยกเลิกระบบผู้สมัครฯ พรรคเดียวเบอร์เดียว หวั่นยุ่งยาก เกิดความสับสน สร้างภาระให้ประชาชน ไม่น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาการทุจริตได้
'สวนดุสิตโพล' เผยปชช. 41.91 % ค้านยกเลิกระบบผู้สมัครฯ พรรคเดียวเบอร์เดียว หวั่นยุ่งยาก เกิดความสับสน สร้างภาระให้ประชาชน ไม่น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาการทุจริตได้
Last updated: 12 สิงหาคม 2560 | 15:39
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจากทั่วประเทศ จำนวน 1,119 คน ว่าประชาชนคิดอย่างไรกับการจะยกเลิกระบบผู้สมัครเลือกตั้งแบบพรรคเดียวเบอร์เดียว จากการที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครในเขตจับสลากเบอร์ในแต่ละเขต และจะไม่ใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศเหมือนอดีต

ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 60.86 เห็นว่าควรรับฟังความเห็นทั้งประชาชนและนักการเมือง ร้อยละ 58.27 ระบุว่า ไม่ว่าจะเลือกตั้งแบบไหนก็มีทั้งข้อดี - ข้อเสีย ที่แตกต่างกัน ร้อยละ 50.04 เห็นว่ายังอยู่ในขั้นตอนการเสนอร่าง อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขณะที่ร้อยละ 48.88 ระบุว่ายังไม่รู้รายละเอียดที่ชัดเจน ไม่แน่ใจว่าจะเป็นรูปแบบใด และร้อยละ 43.14 มองว่าเป็นแนวทางใหม่ อาจทำให้การเลือกตั้งดีขึ้น

       

สำหรับข้อดีของการใช้เบอร์เดียวกันของพรรคเดียวกันทั้งประเทศ ประชาชนร้อยละ 74.80 ระบุว่า ช่วยให้จดจำง่าย เข้าใจง่าย ร้อยละ 64.97 ระบุ เป็นวิธีที่ใช้มานาน ประชาชนคุ้นเคย และร้อยละ 63.99 ระบุว่า ช่วยให้พรรคการเมืองหาเสียงได้ง่าย ส่วนข้อเสีย ประชาชนร้อยละ 73.28 ระบุว่า เป็นระบบที่เกิดการทุจริต ซื้อเสียงได้ง่าย ร้อยละ 68.54 ระบุว่า เป็นระบบที่คนเลือกพรรคมากกว่าตัวบุคคล และร้อยละ 54.60 ระบุว่า คนจำแต่ตัวเลข ไม่สนใจนโยบาย

       

ขณะเดียวกัน ประชาชนร้อยละ 32.80 มองว่าการยกเลิกระบบผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบพรรคเดียวเบอร์เดียว (แบบเดิม) จะทำให้การเลือกตั้งแย่ลง เพราะ ประชาชนสับสน สร้างความวุ่นวายให้กับการเลือกตั้ง และเกิดความขัดแย้งทางการเมือง มีเพียงร้อยละ 21.17 ที่เชื่อว่าจะทำให้การเลือกตั้งดีขึ้น เพราะช่วยป้องกันการซื้อเสียง ประชาชนใส่ใจในการเลือกตั้งผู้สมัครมากขึ้น และมองว่าเป็นทางเลือกใหม่ ขณะที่ร้อยละ 45.93 มองว่าเหมือนเดิม เพราะไม่ว่าแบบใดก็ไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตได้ ถูกผูกขาด้วย 2 พรรคการเมืองใหญ่ ได้นักการเมืองหน้าเดิม และพรรคเดิม

       

 

อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 41.91 ไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกระบบผู้สมัครเลือกตั้งแบบพรรคเดียวเบอร์เดียว เพราะยุ่งยาก เกิดความสับสน สร้างภาระให้ประชาชน ได้ไม่คุ้มเสีย และไม่น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาการทุจริตได้ ส่วนร้อยละ 33.51 ระบุว่าไม่แน่ใจ เพราะยังไม่รู้ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร ยังไม่รู้ข้อมูลข้อเท็จจริง เป็นเพียงกระแสข่าว และรอการเลือกตั้ง ขณะที่ร้อยละ 24.58 เห็นด้วยกับการยกเลิกระบบผู้สมัครเลือกตั้งแบบพรรคเดียวเบอร์เดียว เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันการทุ่มซื้อเสียงได้ ทำให้ประชาชนต้องพิจารณาผู้สมัครให้มากขึ้น และเลือกคนดีอย่างแท้จริง 

First posted: 12 สิงหาคม 2560 | 15:39