Golden Fourth Estated 2016
Free Public News Services Agency

View Total
18,321,133

Home / การเมือง / ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์, เยือนจีน, ประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก East Asia Summit
จับตาประธานาธิบดีทรัมป์เยือนจีนก่อนร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก
Last updated: 9 พฤศจิกายน 2560 | 21:00
โลกจับตาประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางเยือนจีนและร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก East Asia Summit เน้นประเด็นเศรษฐกิจ กดดันค่าเงินหยวนจีนให้เอื้อการค้าการลงทุนของสหรัฐ เรียกร้องจีนคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกดดันเกาหลีเหนือ และจับตาท่าทีต่อปัญหาการอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนในทะเลจีนใต้

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางถึงมหานครปักกิ่ง และมีพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติโดยประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ได้กล่าวต้อนรับพร้อมภริยา นางเผง ลี หยวน และเดินทางจากสนามบินปักกิ่งไปบันทึกภาพร่วมกันหน้าพระราชวังต้องห้าม ซึ่งจะมีกำหนดการรับประทานอาหารค่ำภายในเขตพระราชวังต้องห้ามนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นวาระพิเศษที่มีการเปิดให้มีพิธีการเลี้ยงอาหารค่ำผู้นำต่างประเทศคนแรกอย่างประธานาธิบดีทรัมป์ ณ พระราชวังต้องห้าม นับตั้งแต่ ปี 1949 ซึ่งเป็นปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

ประเด็นสำคัญที่โลกจับตามองการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐ สำนักข่าวต่างประเทศได้สรุปไว้ 3 ประเด็น

1.การได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐของจีน ที่สหรัฐต้องการกดดันค่าเงินหยวนของจีนให้เอื้อประโยชน์ต่อการค้าการลงทุนของสหรัฐมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐฯเปิดเผยว่า ได้มีการลงนามการค้าระหว่างจีนกับบริษัทชั้นแนวหน้าของสหรัฐ เช่น General Electric Co. และ Caterpillar Inc รวมถึง Honeywell International Inc มีมูลค่าถึง 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรกรรมที่ประธานาธิบดีทรัมป์ผลักดันมาตลอดการเยือนเอเชีย

2.ปัญหาเกาหลีเหนือ ที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีท่าทีแข็งกร้าว เรียกร้องมาตรการคว่ำบาตรของจีนและสหประชาชาติ โดยเฉพาะในมาตรการตรวจสอบด้านศุลกากรที่เข้มงวด ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวระหว่างเยือนจีนรอบนี้ว่า ตนเองและประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง เห็นพ้องเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือ ขณะที่ประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง กล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติและการเจรจาถือเป็นกุญแจในการคลี่คลายประเด็นเรื่องเกาหลีเหนือ

 3.ปัญหาการอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับประชาชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งคาดว่าทรัมป์จะไม่เน้นเจรจาปัญหาดังกล่าว เพราะประธานาธิบดี โดริโก ดูเตร์เต้ แห่งฟิลิปปินส์ เพิ่งสั่งยุติการก่อสร้างบนสันดอนทรายที่เป็นปัญหากับจีน หลังจากฝ่ายจีนประท้วงจริงจัง ทำให้ท่าทีสหรัฐไม่ยื่นมือยุ่งขณะนี้ เพราะเป็นปัญหาทะเลจีนใต้สามารถแก้ไขกันเองได้ ถึงกระนั้นก็ตาม ในด้านความมั่นคง  กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯได้ส่งเรือรบไปลาดตระเวนในทะเลจีนใต้ ซึ่งมีเนื้อที่ราว 3,500,000 ตารางกิโลเมตร เพื่อเป็นการเตือนจีนเรื่องเสรีภาพของการเดินเรือ

หลังจากภารกิจเยือนจีนเสร็จสิ้น ประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อร่วมประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit – EAS) ในวันที่ 14 พฤศจิกายน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ประกาศว่าจะไม่ร่วมประชุมแต่ก็เปลี่ยนใจกระทันหัน เพราะเป็นการประชุมหารือระหว่างสมาชิกประชาคมอาเซียน 8 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ 

น่าสังเกตว่า การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว เป็นการส่งสัญญาณว่า วอชิงตันให้ความสนใจกับภูมิภาคเอเชีย ถึงแม้จะเป็นในเชิงสัญลักษณ์ก็ตาม และน่าจับตาว่าทรัมป์จะสร้างเซอร์ไพรส์กลางที่ประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออกที่กรุงมะนิลานี้หรือไม่

อย่างไรก็ตามการเดินทางเยือนเอเชียของประธานาธิบดีทรัมป์ครั้งนี้ต้องถือเป็นการเดินทางเยือนเอเชียที่ยาวนานที่สุดถึง12 วัน เทียบเท่าประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช เคยทำมาแล้ว

 

 

 

First posted: 9 พฤศจิกายน 2560 | 13:53