Golden Fourth Estated 2016
Free Public News Services Agency

View Total
18,320,696

Home / เศรษฐกิจ / โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส3
ทุนจีนเร่งรัฐเดินหน้าเมกกะโปรเจ็คท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 พร้อมลงทุนเองทั้งหมด1.4แสนล้าน
Last updated: 13 พฤศจิกายน 2560 | 20:59
รัฐมนตรีคมนาคม พิชิต อัคราทิตย์ เผยผลหารือโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 กับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จีนด้านขนส่งสินค้าทางเรือ ที่พร้อมประมูลและลงทุนเองทั้งหมด 1.4 แสนล้าน เพื่อเร่งให้เสร็จก่อนกำหนดปี 2568 ขับเคลื่อนพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก EEC

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการปรึกษาหารือร่วมกับตัวแทนจากผู้ประกอบการให้บริการด้านขนส่งสินค้าทางเรือ ประกอบด้วย บริษัท Global inter จำกัด ,บริษัท โหงวฮกกรุ๊ป จำกัด ,บริษัท นทลินกรุ๊ป จำกัด และบริษัทไชน่า เมอร์ชานท์ กรุ๊ป บริษัทยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการขนส่งสินค้าของรัฐบาลจีน โดยผู้ประกอบการทั้งไทยและจีน ให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ทั้งโครงการ วงเงินลงทุนรวม 1.41 แสนล้านบาท แบ่งเป็น งานก่อสร้าง วงเงิน 5.7 หมื่นล้านบาท และ งานการบริหารจัดการวงเงิน 8.4 หมื่นบ้านบาท

"กลุ่มผู้ประกอบการแสดงความพร้อมด้านเงินทุนที่จะลงทุนเองทั้งหมด เพราะต้องการให้เฟส 3 เปิดให้บริการได้เร็วกว่าเป้าหมายของกระทรวง จากที่กำหนดในปี 68 เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์เติบโตมากถึง 10% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 5.8% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริการยกขนตู้สินค้าเปลี่ยนลำ (ทรานชิปเม้นท์)เติบโตมาก"นายพิชิตกล่าว

นายพิชิตกล่าวว่า ในเบื้องต้นทางกระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงถึงแผนลงทุนที่รัฐบาลจะลงทุนงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพราะเป็นระบบคมนาคมที่เกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคงทางด้านการขนส่งของประเทศ และรัฐบาลมีความกังวลหากให้เอกชนเข้ามาลงทุนเองทั้งหมด จึงจะเปิดให้เอกชนลงทุนเข้ามาลงทุนเฉพาะงานด้านการบริหารท่าเรือเท่านั้น

ทั้งนี้เมกกะโปรเจ็ค โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 บนเนื้อที่ 1,600 ไร่ เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่มีดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งและคมนาคมทางน้ำ โดยเฉพาะแผนพัฒนาพื้นที่ระเบียง เขตเศรษฐกิจตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ที่เป็นแผนเร่งด่วนที่รัฐบาลกำลังขับเคลื่อน ให้ท่าเรือแหลมฉบังเป็นประตูการค้าสู่เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม และ สปป.ลาว โดยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการคมนาคม ขนส่ง และกระจายสินค้าตลอดจนส่งเสริมขีดความสามารถใน การแข่งขันทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียด้วย

หลังจากผ่านการพิจารณาแล้วในเดือนพฤศจิกายน 2560 จะเร่งดำเนินการจัดจ้างผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการ ซึ่งคาดว่าคงจะสามารถเริ่มได้ในช่วงเดือนมกราคมปี 2562 ในงบประมาณการก่อสร้างกว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณใช้เงินของการท่าเรือหรือจำหน่ายพันธบัตรให้กู้ หรือกู้หนี้สาธารณะโดยหากเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ก็คาดว่าโครงการท่าเรือระยะที่ 3 นี้ จะแล้วเสร็จในปี 2567-68 แต่ภาคเอกชนทุนยักษ์ใหญ่ด้านขนส่งต่างแสดงความจำนงจะลงทุนทั้งหมดเอง เพื่อเร่งทำโครงการเฟส3 นี้ให้เสร็จก่อน 2568 เพราะอุตสาหกรรมการขนส่งเติบโตมาก

ปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังรองรับตู้สินค้าได้กว่า 10.8 ล้าน TEU ต่อปี แต่ขณะนี้มีการใช้งานอยู่ที่ 7 ล้าน TEU ต่อปี แต่มีอัตราการเพิ่มเฉลี่ยปีละ 5 แสนตู้ TEU ซึ่งในช่วง 5-6 ปีข้างหน้า หากการก่อสร้างระยะที่ 3 แล้วเสร็จก็จะสามารถรองรับปริมาณตู้เพิ่มเติมได้อีก 7 ล้านTEU ต่อปี หลังจากที่พื้นที่เก่าเต็ม

รัฐบาล คสช. เร่งแผนการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เพราะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ EEC หรือ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยคาดการณ์ว่าไทยจะประหยัดเม็ดเงินการขนส่งสินค้าได้ปีละ 2 แสน 5 หมื่นล้านบาท และทำให้ท่าเรือแหลมฉบังก้าวขึ้นมาติด 1 ใน 10 ท่าเรือของโลก

First posted: 13 พฤศจิกายน 2560 | 20:52