Golden Fourth Estated 2016
Free Public News Services Agency

View Total
18,321,132

Home / ศิลปวัฒนธรรม / เรือนนางเผอะ, เรือนโคราช, จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม นครราชสีมา
เรือนนางเผอะ มรดกอีสานเรือนโคราชสมบูรณ์แบบที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม
เรือนนางเผอะ มรดกอีสานเรือนโคราชสมบูรณ์แบบที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม
ภาพประกอบโดย Banana Studio
Last updated: 11 พฤศจิกายน 2560 | 00:25
ชวนไปเยือน เรือนนางเผอะ ที่จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เรียนรู้คุณค่าสถาปัตยกรรมมรดกอีสานที่สืบทอดกันมานานจากบรรพบุรุษชาวอีสานจนถึงปัจจุบัน และปี2558สถาปนิกสยามได้มอบรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นให้เรือนนางเผอะ

เรือนนางเผอะ เดิมตั้งอยู่ที่ตำบลพลกรัง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นับเป็นเรือนครูสำหรับการเรียนรู้เรื่องเรือนโคราชมาเป็นเวลานาน เพราะเป็นเรือนโคราชที่สมบูรณ์และคงสภาพเดิมได้มากที่สุดหลังหนึ่งในจำนวนไม่กี่หลังที่เหลืออยู่ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปสมัยรัชการที่ 4 เรือนหลังนี้ถูกสร้างและใช้เป็นที่พักอาศัยของครอบครัวนายสร้อย และนางแหร่ม ทรัพย์สูงเนิน และอยู่กันต่อมาจนยกให้ลูกสาวคนสุดท้อง คือ นางเผอะ เพ็งพลกรัง ซึ่งแต่งงานกับนายฉ่ำ เพ็งพลกรัง ซึ่งได้ขยายเรือนออกมาด้านข้างเพิ่มเติมจากของเดิม ก่อนจะมาอยู่ในความดูแลของนางอัมพร ยศตรา ลูกสาวของนางเผอะ และในพุทธศักราช 2551 ได้ถูกย้ายมาไว้ที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้การครอบครองของ บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่รวบรวมงานสถาปัตยกรรม ศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณีของภาคอีสานให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้มรดกอันทรงคุณค่าที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษของชาวอีสาน

เรือนโคราชไม่ใช่เรือนไทยภาคกลางและไม่ใช่เฮือนอีสาน แต่ได้รับอิทธิพลมาจากทั้งสองภาคจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเรือนโคราช ซึ่งความโดดเด่นทั้งหมดนี้พบได้ที่ “เรือนนางเผอะ” เนื่องจากตัวเรือนมีการสร้างในสองช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยช่วงแรกสร้างในส่วนเรือนนอนและเกยที่ได้รับอิทธิพลมาจากเรือนไทยภาคกลางอย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกใต้ถุนสูง หลังคามีองศาที่ชันรูปร่างคล้ายจอมแห มีระบบการก่อสร้างเป็นระบบสำเร็จรูป สามารถถอดประกอบได้ทุกชิ้น เสาเรือนเป็นเสากลมยอดเสามีหัวเทียน ฝาบ้านคล้ายฝาปะกนแต่เป็นเพียงลวดลายมิใช่เกิดจากการเข้าไม้ มีการลดระดับของแต่ละส่วนมากกว่า 40 เซนติเมตร จนเกิดช่องว่างที่เรียกว่าช่องแมวลอด ประตูหน้าต่างยึดด้วยสลักเดือยโดยเปิดเข้าภายในห้อง การปลูกเรือนจะวางสันของหลังคาตามร่องตะวัน (หันหน้าจั่วไปทางทิศตะวันออกและตะวันตก) และในช่วงที่ 2 ที่มีการต่อเติมเรือนโข่งต่อออกมาจากเกยของเรือนนอนจะได้รับอิทธิพลมาจากเฮือนอีสาน ที่มีการปรับลดองศาของหลังคาลงมาเหลืออยู่ที่ 40 องศา ฝาตีแนวนอนแต่ยังคงเป็นระบบถอดประกอบได้เหมือนเดิม การต่อเติมส่วนนี้เป็นการต่อเติมเพื่อใช้เป็นพื้นที่เอนกประสงค์ มิใช่เป็นการต่อเติมเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของอีกหนึ่งครอบครัว เพราะว่าภาคอีสานจะยกบ้านหลังใหม่สำหรับแยกครอบครัว และจะไม่ใช้ชานบ้านในการเชื่อมกันแต่จะเชื่อมต่อกันโดยใช้เดิ่น (ลานบ้าน) เดินทะลุหากัน

การวางแผนปรับปรุง บูรณะ และอนุรักษ์สำหรับเรือนนางเผอะ เริ่มดำเนินการก่อนที่จะมีการย้ายมาตั้งไว้ที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ด้วยการเก็บสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ขนาดขององค์ประกอบต่าง ๆ และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนของการรื้อ โดยในการรื้อจะทำสัญลักษณ์ไว้ทุกชิ้นส่วนเพื่อสามารถนำกลับมาประกอบใหม่ตามตำแหน่งเดิมทั้งหมดได้ ส่วนที่ชำรุดและขาดหายจะทำขึ้นใหม่และเติมให้ครบทุกส่วน สำหรับการยกเรือนใหม่นั้นได้เพิ่มฐานรากที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กสำหรับรับเสาทุกต้นเพื่อยืดอายุของตัวเรือนให้อยู่ได้นานที่สุด มีการปรับเปลี่ยนวัสดุมุงหลังคาจากสังกะสีเป็นแป้นไม้ที่มีสีใกล้เคียงกับสีของตัวเรือน และไม้ส่วนต่าง ๆ ของเรือนจะถูกทำความสะอาดและทาน้ำยารักษาเนื้อไม้เท่านั้น เพื่อให้เห็นผิวและสีของไม้ที่อยู่ตามสภาพเดิมให้มากที่สุด หลังจากเรือนนางเผอะได้ประกอบแล้วเสร็จบนที่ตั้งใหม่ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นเรือนครูสำหรับเรือนโคราชต่อไป โดยมีผู้สนใจแวะเวียนมาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง ต่อมาสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้มอบรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่นให้กับเรือนนางเผอะเมื่อพุทธศักราช 2558

(หมายเหตุ : เรือนนางเผอะนี้ เป็นหนึ่งในเรือนโคราช ที่จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ได้สร้างพื้นที่ศิลปวัฒนธรรม “หมู่บ้านอีสาน” ขึ้นในปี พ.ศ. 2550 บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ โดยได้ รวบรวม และเสาะแสวงหาบ้านเก่า ช่างพื้นบ้านฝีมือดี และวัสดุ อุปกรณ์ดำรงชีวิตของชาวอีสานดั้งเดิมเพื่อจัดเก็บอย่างยั่งยืน และจัดแสดงให้เห็นคุณค่าของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น วัฒนธรรมและประเพณี รวมถึงวิถีชีวิตอันทรงคุณค่าของ ชาวอีสาน ซึ่งนับวันจะหาชมได้ยาก โดยในขณะนั้นมีการก่อสร้างเรือนแค่เพียง 3 หลัง คือ เรือนนางแป้ เรือนเหย้า และเรือนเครื่องผูก 

ต่อมาในปี 2551 จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ได้รวบรวมเอา “เรือนโคราช” ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานที่ผสมผสาน ความวิจิตรของช่างจากภาคกลางและความสมถะตามวิถีชีวิตของชาวโคราชเข้าไว้ด้วยกันทำให้เรือนโคราชมีความแตกต่างไปจากเฮือนอีสานที่พบเห็นทั่วไปถ้ามองผ่านๆหลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็น บ้านทรงไทย และนอกจาก “เรือนโคราช” แล้ว ยังมีบรรยากาศชนบทอีสาน มียุ้งข้าวแบบต่างๆ รวมถึง เถียงนา (กระท่อมกลางนา) ตูบ คอกควาย และกองฟางด้วย)

 

 

First posted: 11 พฤศจิกายน 2560 | 00:23
Author : ผศ.ปริญญา ชูแก้ว อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง