Golden Fourth Estated 2016
Free Public News Services Agency

View Total
18,335,136

Home / ทรรศนะ ความคิดเห็น / สตรีทฟู้ด, เยาวราช, ข้าวสาร
จัดระเบียบ'สตรีทฟู้ด' ชี้วัดสิทธิ'ทางเท้า'คนกรุง
จัดระเบียบ'สตรีทฟู้ด' ชี้วัดสิทธิ'ทางเท้า'คนกรุง
Last updated: 11 พฤษภาคม 2560 | 08:31

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า กรุงเทพมหานคร(กทม.) ประกาศเดินหน้าโครงการอาหารริมข้างทาง หรือ "Street Food" บริเวณถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์และถนนข้าวสาร เขตพระนครภายหลังสำนักข่าว CNNได้จัดอันดับให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่มีStreet Food ที่ดีที่สุดในโลกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เหนือกว่าเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นครโฮโนลูลู รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในเมืองชั้นนำปารีสและเกาะฮ่องกง 

 

กทม.ให้เหตุผลว่าเสน่ห์ Street Food สร้างรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 5 แสนล้านบาท หากออกแบบโครงการให้เป็นรูปเป็นร่างสะอาด ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย ราคาเป็นมาตรฐาน จนประสบความสำเร็จ จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่าเดิม โดยจะขยายโครงการไปในพื้นที่อื่นของกรุงเทพฯ อาทิ ถนนบางทะเล-ชายขุนเทียน ซึ่ง 2 พื้นที่นำร่องจุดนี้ กทม.ได้กำหนด"มาตรฐานโครงการตั้งแต่การแต่งกายของผู้ค้าทุกร้านต้องสวมผ้ากันเปื้อน หมวก ถุงมือจัดระบบการล้างภาชนะ ไม่เททิ้งลงท่อระบายน้ำ จัดให้มีถังขยะทุกร้านซึ่งกทม.ได้กำหนดจุดล้างจานจุดคัดแยกขยะให้เป็นระเบียบที่สำคัญทุกร้านจะต้องติดป้ายราคาแสดงสินค้าอาหาร พร้อมทั้งมีภาษาไทยภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีนกำกับเนื่องจาก"ถนนเยาวราช"มีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นคนจีนร้อยละ 90 

 

เมื่อลงรายละเอียด โครงการ Street Food บนถนนเยาวราช จะถูกวาง"โซนนิ่ง"ไว้ตั้งแต่แยกเฉลิมบุรีถึงแยกราชวงศ์มียาวประมาณ 600  เมตรซึ่งพื้นที่นี้ส่วนใหญ่จะจำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม และเบ็ดเตล็ดกทม.ได้กำหนดให้ช่องทางซ้ายสุดเป็นพื้นที่สำหรับประชาชนเดินเลือกซื้ออาหารตั้งแต่เวลา 18.00–24.00 .โดยกำชับให้ผู้ประกอบการค้าร้านอาหาร ต้องวางแผงค้าบนทางเท้าด้านชิดกับผิวการจราจร ขนาดแผงกำหนดไว้ ประมาณ1 x2 เมตรในกรณีร้านค้าที่มีโต๊ะบริการนั่งรับประทานต้องให้จัดโต๊ะเฉพาะในพื้นที่ของตนที่ได้รับอนุญาตโดยไม่ให้มีการค้าขายบนผิวการจราจรเด็ดขาด ที่สำคัญผู้ค้า รวมถึงผู้ช่วยในร้านทุกคนจะต้องผ่านการอบรม ทดสอบด้านสุขอนามัยและโภชนามัยก่อนออกใบอนุญาตการค้าให้ชัดเจน 

 

ขณะเดียวกันกทม.จะจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อสำรวจไม่ให้ผู้ค้าที่"ไม่ได้รับอนุญาต"หรือไม่ได้ผ่านการอบรมลักลอบค้าขายโดยเด็ดขาดนอกจากนี้จะยังได้ประสานสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 2และสถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณในพื้นที่ 

 

ทว่าที่ผ่านมา กทม.เคยจัดระเบียบทางเท้าในจุดสำคัญ อาทิ สยาม คลองถม ถนนราชดำเนิน ประตูน้ำ ปากคลองตลาด เพื่อคืนทางเท้าให้ประชาชน ทำให้ขณะนี้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ค้าหลายพื้นที่ว่า กทม.ใช้มาตรฐานใดในการกำหนดว่าพื้นที่ใดควรค้าขาย หรือพื้นที่ใดอนุญาตให้เป็น Street Food เนื่องจากหากทุกพื้นที่บน"ทางเท้า"อยู่ในมาตรฐานเดียวกันพื้นที่ย่านเยาวราชหรือถนนข้าวสารต้องถูกจัดระเบียบไปด้วยหรือไม่หรือหากกทม.ต้องการจะชูเสน่ห์การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม "เฉพาะพื้นที่"เหตุใดพื้นที่ค้าขายที่เป็นเสน่ห์ของกรุงเทพฯ เช่น ปากคลองตลาด ถึงไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่นำร่องสำหรับการท่องเที่ยวไปด้วย 

 

แน่นอนโครงการนี้มุมหนึ่งเป็นการกระตุ้นรายได้ให้กับประเทศ แต่นโยบายการ"จัดระเบียบ"ยังเป็นคำถามว่ากทม.ได้กวดขันจริงจังอย่างไร เพราะขณะนี้บนพื้นที่ทางเท้ายังมีผู้ค้าบางส่วนคอยลักลอบมาตั้งแผงค้าขาย หรือในหลายพื้นที่ยังมีมอเตอร์ไซค์ขี่บนทางเท้าคอยเอาเปรียบผู่อื่น โดยที่กทม.ไม่ได้ลงไปแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาด ทำให้เป็นช่องว่างเสี่ยงต่อแรงปะทะระหว่างคนเดินเท้าที่ทวงสิทธิสาธารณะ กับผู้ที่คอยเอาเปรียบสังคมโดยใช้ทางเท้า แสวงหาประโยชน์ให้ตัวเอง 

 

โครงการ Street Food ก็เช่นกันนอกจากมาตรฐานความสะอาดสุขอนามัย และความอร่อยต้องให้ความสำคัญการไม่เอาเปรียบคนเดินเท้าซึ่งอยู่บนพื้นฐานของสิทธิความเป็นพลเมืองร่วมกันเพราะไม่นั้นแล้วต่อให้โครงการ Street Foodจะประสบความสำเร็จสามารถไปถึงเป้าหมาย สร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกปีละ 1 แสนล้านบาทแต่พื้นที่ทางเท้าถูกใช้สอยไปในเรื่องการค้าขายทั้งหมดโดยที่ผู้อื่นจะต้องมาเสี่ยงอันตรายเดินเท้าบนถนนก็ไม่คุ้มค่าหากสิทธิของผู้อื่นของคนในสังคมจะถูกเอาเปรียบไปด้วย 

 

First posted: 11 พฤษภาคม 2560 | 08:31