Golden Fourth Estated 2016
Free Public News Services Agency

View Total
18,335,139

Home / ทรรศนะ ความคิดเห็น / อนาคต, โลก
โลกแบบไหนที่รอเราอยู่ในอีก 5 ปีข้างหน้า และเราควรเตรียมตัวอย่างไร
โลกแบบไหนที่รอเราอยู่ในอีก 5 ปีข้างหน้า และเราควรเตรียมตัวอย่างไร
Last updated: 11 สิงหาคม 2560 | 21:18
ส่วนหนึ่งจากงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 4 สิงหาคม 2560 โดย อาจารย์ ดร.สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล (ดร.ชาย) FB: Shine Allday

.....

 

วันนี้ผมได้รับมอบหมายให้มาพูดกับพวกเราในหัวข้อ "ข้อคิดสำหรับนักศึกษาใหม่" มาคุยกับพวกเราว่า ชีวิตในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยควรเป็นอย่างไร

 

การที่เราจะตอบคำถามนี้ได้ดี ต้องมองให้ออกก่อน ว่าโลกในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร โลกแบบไหนที่เราต้องออกไปเผชิญหลังเรียนจบ เราจะได้เตรียมตัวถูก ผมคิดว่า โลกในอีก 5 ปีข้างหน้าที่เราจะเจอ มีความท้าทายหลักๆ อยู่ 3 อย่าง

 

1. เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโลก

Disruptive Technology ทั้งหลาย ทั้ง AI Internet of Things หุ่นยนต์ ระบบอัจฉริยะต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ทุกธุรกิจมีวงจรชีวิตสั้นขึ้น อาชีพหลายอาชีพกำลังจะหายไปเพราะหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติทำงานได้ดีกว่าเรา

 

วันที่ท่านจบไป หลายงานหลายอาชีพในโลกนี้ จะไม่เป็นที่ต้องการแล้ว ในอนาคตอันใกล้ หุ่นยนต์จะทำงานแทนคนได้ในเกือบทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็น งานที่ใช้แรงงานเข้มข้น งานที่ต้องการความแม่นยำ งานที่เสี่ยงอันตราย หรืองานที่ต้องการการประมวลผลชั้นสูง ...สรุปแทบไม่เหลืออะไรให้คนทำ

 

ในขณะที่หุ่นยนต์กับคอมพิวเตอร์แย่งงานคนไป งานที่เหลือให้มนุษย์ทำ ไม่ว่าจะใช้ทักษะสูงหรือต่ำ ต้องเผชิญการแข่งขันจากแรงงานต่างชาติมากขึ้น

 

นอกจากนี้ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สร้างระบบเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) ในอนาคตสินค้าหลายประเภทคนจะซื้อมาเป็นเจ้าของน้อยลง ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตสินค้าน้อยลง จ้างงานลดลง ในอเมริกาพบว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มซื้อรถน้อยลง เพราะเทคโนโลยีอย่าง uber อำนวยความสะดวกได้เพียงพอ

 

แม้กระทั่งในสหรัฐอเมริกาเอง ที่รัฐบาลหรือพรรคการเมืองพยายามขายนโยบายเพิ่มการจ้างงาน ก็มีคำถามว่า จะทำได้จริงหรือ ในยุคที่ภาคอุตสาหกรรมหันไปพึ่งพาเทคโนโลยีกันหมดแล้ว

 

2. ความท้าทายทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนสูง วิกฤตเศรษฐกิจเกิดง่ายขึ้น เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโตต่ำต่อไปอีกนาน ทั้งจากประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเดิม ไม่ว่าจะอเมริกาหรือยุโรป ตลอดจนประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น จีนและรัสเซีย ต่างมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจจะเติบโตน้อย

 

สำทับด้วยปัญหามาตรการกีดกันการค้าทั่วโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากหลายประเทศกำลังมุ่งสู่นโยบายชาตินิยม อนาคตประเทศไทยจะพึ่งรายได้จากการส่งออกได้ลดลง และแม้เศรษฐกิจโลกในอนาคตฟื้นตัว ก็ไม่แน่ว่าเราจะได้ประโยชน์สักเท่าไหร่ เพราะสินค้าส่งออกตอนนี้ที่เราผลิตอยู่ ประสบปัญหาสองอย่าง

 

หนึ่ง.. ในสินค้าประเภทที่เค้ายังต้องการ นับวันคนอื่นทำได้ดีกว่า ถูกกว่า 

 

สอง ..ในขณะเดียวกัน สินค้าอื่นหลายตัวที่เราผลิต นับวันลูกค้าต้องการน้อยลงหรือกำลังจะไม่ต้องการแล้ว เช่นสินค้าจำพวกวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนประกอบให้แก่สินค้าอื่น สินค้าปลายน้ำเหล่านี้กำลังจะถูก Disrupt โดยเทคโนโลยีต่างๆ

 

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ เศรษฐกิจของไทยก็ไม่แข็งแรง ผลิตภาพแรงงานไทยที่ต่ำกว่าในหลายประเทศ ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้น้อย ถ้าเรายังเติบโตด้วยอัตรานี้ต่อไป นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า ไทยต้องใช้เวลาอีกถึง 20 ปี จึงจะก้าวข้ามจากประเทศรายได้ขั้นกลางเป็นประเทศที่มีรายได้สูงได้

 

ข้อมูลจาก World Economic Forum ยังชี้อีกว่า ในเชิงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น การศึกษา ความพร้อมด้านเทคโนโลยี การพัฒนาด้านตลาดการเงิน ฯลฯ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา จากปี 2550 ที่ไทยดีกว่าประเทศอื่นในอาเซียนอย่างเด่นชัด มาวันนี้ ประเทศอื่นๆ (เช่นกัมพูชา เวียดนาม) มีพัฒนาการด้านต่างๆ จนไล่ตามเราทัน

 

นี่ยังไม่นับผลของ Disruptive Technology ทั้งหุ่นยนต์ AI หรือเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ ที่จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยที่เคยได้ประโยชน์จากค่าแรงราคาถูก สามารถเป็นฐานการผลิตสินค้าหลายชนิด ในอนาคตอุตสาหกรรมเหล่านี้จะถูกย้ายกลับไปประเทศพัฒนาแล้ว เพราะการผลิตด้วยหุ่นยนต์ใช้ต้นทุนต่ำกว่า ในขณะเดียวกันสินค้าที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติก็ไม่ต้องนำเข้าอะไหล่ประกอบจากต่างประเทศ ความท้าทายทางเศรษฐกิจเหล่านี้รอเราอยู่ในอีก 5 ปีข้างหน้า

 

3. เงื่อนไขภายใน

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อีกสิบปีข้างหน้า ประชากรไทยเป็นผู้สูงอายุเกือบ 1 ใน 4 ผู้สูงอายุจำนวนมากเหล่านี้ได้รับการประเมินว่า ไม่มีความพร้อมด้านการเงินสำหรับวัยเกษียณ นั่นแปลว่า อีกสิบปีข้างหน้าตอนพวกเราอายุกำลังจะ 30 ปี วัยที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว ภาระเหล่านี้จะตกอยู่ที่เรา

 

นอกจากประเด็นความไม่พร้อมต่อการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ปัญหาการเมืองไทยที่ไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง โดยที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ด้วยว่าเมื่อไหร่จะมี ส่งผลลบต่อการลงทุน การจ้างงาน และการเจริญเติบโดทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน

 

มีการคาดการณ์กันว่า นักศึกษาที่จบมหาวิทยาลัยในวันนี้ไม่สามารถพึ่งพาอาชีพเดียวจนเกษียณได้อีกต่อไป เมื่อก่อนเราเลือกตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ว่าเราอยากประกอบอาชีพอะไร เหมือนคำถามที่เราได้ยินมาแต่เด็กว่า โตไปอยากเป็นอะไร ..เดี๋ยวนี้อาชีพเดียวไม่เพียงพอเสียแล้ว คุณทำอะไรไปได้ซักพัก เทคโนโลยีจะมาไล่ล่า แย่งงานคุณไป

 

นี่คือความท้าทายหลักๆ ที่อีก 4-5 ปีข้างหน้ารอเราอยู่ในวันที่เราเดินออกจากมหาวิทยาลัย ถ้าเราไม่เตรียมตัวให้ดี มีโอกาสสูงที่ช่วงชีวิตที่เหลือเราจะลำบาก เมื่อทางข้างหน้าเป็นอย่างนี้ เราควรเตรียมตัวอย่างไร

 

 

ที่มา : https://web.facebook.com/shine.allday.5/posts/10159033810155231

First posted: 11 สิงหาคม 2560 | 21:18