Golden Fourth Estated 2016
Free Public News Services Agency

View Total
18,322,619

Home / ทรรศนะ ความคิดเห็น / จุฬาฯ
จี้อธิการบดีจุฬาฯ สอบสภานิสิตจุฬาฯ แถลงการณ์การณ์กรณี'โจชัว หว่อง' นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง ถูกตัดสินจำคุก
จี้อธิการบดีจุฬาฯ สอบสภานิสิตจุฬาฯ แถลงการณ์การณ์กรณี'โจชัว หว่อง' นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง ถูกตัดสินจำคุก
Last updated: 22 สิงหาคม 2560 | 19:43
'วิรังรอง ทัพพะรังสี' จี้อธิการบดีจุฬาฯ เร่งตรวจสอบกรณีสภานิสิตจุฬาฯ แสดงจุดต่อการตัดสินจำคุก-ตัดสิทธิทางการเมือง'โจชัว หว่อง' นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง

เมื่อวันที่ 21 .. นางวิรังรอง ทัพพะรังสีในฐานะนิสิตเก่า รัฐศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์เฟซบุ๊คว่า "ไหนอธิการบดีจุฬาฯ เคยกล่าวอย่างไม่มีความกังวลเลยว่า ตำแหน่งประธานสภานิสิตจุฬาฯ ไม่มีบทบาทสำคัญที่จะเคลื่อนไหวอะไรได้....เหตุใดสภานิสิตจุฬาฯ จึงออกแถลงการณ์ไกลไปถึงฮ่องกง แสดง "ความกังวล..."กรณีโจชัว หว่อง นักศึกษาและแกนนำนักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง ถูกศาลอุทรณ์ฮ่องกงตัดสินจำคุก จากความผิดฐานร่วมชุมนุมประท้วงใน Umbrella Movement ในฮ่องกง เมื่อปี ๒๕๕๗ และได้ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานร่วมชุมนุมโดยผิดกฎหมาย โดยได้ถูกลงโทษให้ทำงานบริการรับใช้สังคม  อย่างไรก็ดี รัฐบาลฮ่องกงได้ยื่นอุทธรณ์ "เพราะเห็นว่าเป็นโทษที่เบาเกินไปจึงเป็นผลถึงวันนี้ ที่ศาลอุทรณ์ได้ตัดสินให้จำคุกโจชัว หว่อง  เดือน และตัดสิทธิ์ทางการเมือง ปี"

 

 

โจชัว หว่อง เคยเดินทางมายังประเทศไทยในฐานะ "แขกรับเชิญในการแสดงปาฐกฐา" ในวันที่ ตุลาคม หัวข้อการเมืองของคนรุ่นใหม่ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ โดยมีเนติวิทย์ ซึ่งขณะนั้นเป็นนิสิตปี คณะรัฐศาสตร์ พร้อมเพื่อนๆ ไปรอรับโจชัว หว่อง ถึงสนามบินสุวรณภูมิ  แต่กลับไม่ได้พบแม้เงาของโจชัว หว่อง เพราะโจชัว หว่องถูกกองตรวจคนเข้าเมืองกักตัวไว้และถูกส่งกลับฮ่องกงทันที  ไม่มีโอกาสเหยีบผืนแผ่นดินไทยนอกสนามบิน.... สื่อให้ข่าวว่าเกิดจาก.... ทางการจีนขอมาเกี่ยวกับบุคคลนี้....

 

อ่านแถลงการณ์ของสภานิสิตจุฬาฯ แล้ว แม้ดูเหมือนว่าจะเป็นข่าวเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีคนทราบหรือให้ความสนใจ แต่ก็เกิดคำถามขึ้นในใจ จึงขอเรียนถาม ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ ดังนี้:

 

. ท่านทราบหรือไม่ว่าสภานิสิตจุฬาฯ  ได้ออกแถลงการณ์ในนาม "สภานิสิตจุฬาฯแสดงจุดยืนและความกังวลต่อการตัดสินจำคุกและตัดสิทธิทางการเมืองของโจชัว หว่อง และคณะ (ภาพประกอบ)

 

. แม้แถลงการณ์นี้จะไม่ได้เผยแพร่ไปอย่างกว้างขวาง แต่เมื่อมองในแง่การกระทำ หากอธิการบดีฯ ทราบและได้อ่านแถลงการณ์ดังกล่าว ท่านมีความเห็นว่าเป็นการสมควรและถูกต้องหรือไม่ที่สภานิสิตฯ ใช้ทั้งชื่อและโลโก้ของสภานิสิตฯ เพื่อออกแถลงการณ์วิพากษ์วิจารณ์การเมืองการปกครองในประเทศอื่น  อ้างการละเลยหลักนิติรัฐในฮ่องกง  โดยเฉพาะรัฐบาลจีนได้เคยขอให้ส่งตัวนายโจชัว หว่อง กลับประเทศมาแล้ว  

 

. การออกแถลงการณ์โดยใช้ทั้งชื่อและโลโก้ของสภานิสิตฯ  อาจทำให้มีผู้เข้าใจผิดว่า แถลงการณ์ดังกล่าวคือความคิดเห็นของนิสิตจุฬาฯ ส่วนใหญ่ และ/หรือเป็นการกระทำร่วมกันของนิสิตจุฬาฯ ส่วนใหญ่ผ่านสภานิสิตจุฬาฯ ในเรื่องนี้ท่านอธิการบดีฯ เห็นว่าสมควร และเป็นเรื่องที่ควรทำให้ชัดเจนหรือไม่ 

 

ท่านอธิการบดีฯ เคยกล่าวอย่างไม่มีความกังวลว่า ตำแหน่งประธานสภานิสิตจุฬาฯ ไม่มีบทบาทสำคัญที่จะเคลื่อนไหวอะไรได้  ซึ่งหากพูดตามหลักการ หรืออีกนัยหนึ่งคือพูดตามตัวหนังสือก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะสภานิสิตจุฬาฯ มีหน้าที่เพียงแค่กำกับดูแลการบริหารงานขององค์การบริหารสโมสรนิสิต (อบจ.) ให้เป็นไปตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อสภานิสิตฯ พิจารณาและควบคุมการจัดสรรงบประมาณ การเงิน และบัญชี เป็นต้น เท่านั้น (ภาพประกอบ

 

ขอถามว่า กรณีนี้ สภานิสิตฯ ได้กระทำการอันเกินหน้าที่ที่ฝ่ายบริหารจุฬาฯ ได้กำหนดไว้หรือไม่ และหากท่านเห็นว่าเกินขอบเขตหน้าที่ที่กำหนดไว้ ท่านคิดว่าควรจะต้องดำเนินการอย่างไรในเรื่องนี้ หรือท่านจะปล่อยผ่านไปให้นิสิตกลุ่มหนึ่งซึ่งท่าน "เคยบอกว่ามีเป็นส่วนน้อย”....... “ใช้ชื่อและโลโก้สภานิสิตฯ”  ไปทำกิจกรรมอันนอกเหนือจากหน้าที่ที่จุฬาฯ ได้กำหนดไว้ได้ต่อๆ ไป

 

สำหรับดิฉัน เห็นว่า การที่นิสิต จุฬาฯ  มีความสนใจและตื่นตัวในทางการเมืองการปกครองหรือแม้แต่ในทางเศรษฐกิจและสังคมของทั้งในประเทศและต่างประเทศ  โดยแสดงออกด้วยการมีส่วนร่วมในขอบเขตของปัญญาชนโดยสันติวิธี  ด้วยความชัดเจน เปิดเผยตัวตน ไม่แอบอ้างสิทธิ์และเสียงของผู้อื่นมาเหมารวมเป็นของตนหรือเพื่อประโยชน์ตนและพวกพ้องซึ่งเป็นการไม่สง่างามและไม่ถูกต้อง จึงนับว่าเป็นเรื่องดีและควรส่งเสริม หากเรื่องนี้มีการทำเป็นกลุ่มโดยนิสิตที่เห็นด้วยร่วมลงชื่อกันอย่างเปิดเผย  ก็น่าจะเหมาะสมกว่าการใช้ชื่อสภานิสิตฯ ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสน

 

ดิฉันจึงขอให้ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ ทบทวนเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ไม้ขีดไฟก้านเดียวก็เผาบ้านไหม้เป็นถ่าน ขอท่านอย่าได้นิ่งนอนใจ กระทำในสิ่งที่ควรทำ ตัดไฟแต่ต้นลม นี้ไม่ใช่การรังกแกเด็ก แต่เป็นการช่วยเหลือ อบรมสั่งสอนในทางที่ถูก ให้เข้าใจเรื่องสิทธิเสรีภาพและขอบเขตอำนาจหน้าที่

 

ดิฉันยังแปลกใจที่ฝ่ายบริหาร จุฬาฯ เคยอนุญาตให้โจชัว หว่อง มาใช้สถานที่แสดงปาฐกถา" ที่จุฬาฯ ได้ แถมมีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า เชื่อว่าถ้าไม่ถูกทางการจีนขอให้ส่งตัวกลับเสียก่อน เราคงได้เห็นรูปและคลิปโจชัว หว่อง จุฬาฯ ในสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ 

 

ช่างแตกต่างกันนัก กับวันที่นิสิตเก่าจุฬาฯ  และดิฉันในนามเครื่อข่ายมหาวิทยาลัยฯ (มปปท.) ซึ่งรวบรวมรายชื่อผู้จงรักภักดีหลายพันคน และคอมเมนท์หลักพัน ซึ่งหลายท่านที่ติดตามดิฉันก็คงจะได้ร่วมลงชื่อด้วยแล้วนั้น เข้าพบดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกแสดงความห่วงใยขอให้จุฬาฯ รักษาขนบประเพณีอันดีงามไว้ เรียกว่าต้องอ้อนวอนขอกันเลยทีเดียว โดยอธิการบดีรับแต่หนังสือจากนิสิตเก่าฯ แต่ไม่ยอมร้บจดหมายเปิดผนึกจากประชาชนหลายพันชื่อซี่งลงนามกันมีจำนวนมากกว่ารายชื่อนิสิตเก่าที่ท่านยอมรับเอกสารไปด้วยซ้ำ โดยอ้างว่านี้เป็นเรื่องภายในจุฬาฯ ไม่เกี่ยวกับคนนอกนี้ยังไม่นับรวมถึงการที่นายเทวินทร์ วงศ์วานิช นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ (ตำแหน่งในขณะนั้น) เชิญนักข่าวออกจากห้องประชุมโดยนายเทวินทร์ กล่าวว่าผมจะไม่ให้ใครมาอาศัยสถานที่.... ของผม.... (ห้องประชุมสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ) เป็นที่ประชาสัมพันธ์ตัวเอง....” วันนั้น การยื่นหนังสือจากตัวแทนนิสิตเก่าจึงดูฉุกละหุกทุลักทุเลพอสมควร  เหมือนการยื่นเอกสารส่งต่อกันมากกว่า ไม่มีการตั้งแถวยืนเพื่อถ่ายรูปขณะยื่น-รับหนังสือเป็นสักขีพยานจากสองฝ่ายอย่างที่เราเคยเห็นกันทั่วไป (ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีเท่านั้นแหละ) เพราะท่านอธิการบดีและท่านนายกสมาคมนิสิตเก่าฯ เจ้าของสถานที่เค้าดูเหมือนว่าจะไม่ต้องการให้เป็นข่าวและต้องรีบไปเลือกตั้งนายกสมาคมนิสิตเก่า ซึ่งสำคัญกว่า...มั้ง......

 

สงสัยมั้ยคะว่า บทสรุปเป็นอย่างไร เกี่ยวกับรายชื่อและคอมเมนท์จากประชาชนทั่วไปที่ดิฉันพรินท์ไปปึ๊งใหญ่...ก็ดิฉันให้เกียรติอธิการบดีแล้วว่าจะยื่นให้เป็นกิจลักษณะ แต่ท่านบอกว่า "ไม่รับดิฉันก็เลยถามท่านข้ามโต๊ะไปตรงๆ ตอนปิดประชุมว่าไม่รับจดหมายเปิดผนึกก็ได้ แต่ท่านควรจะรับฟังความเห็นของประชาชนทั่วไปว่ามีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร นี้คือรายชื่อหลายพันคน และคอมเมนท์อีกพันกว่า ท่านจะไม่ให้ความสนใจเสียงของประชาชนเลยหรือ  ท่านจะรับ หรือไม่รับ???” แล้วดิฉันก็ยื่นเอกสารข้ามโต๊ะไปให้ตรงท่านที่ลุกขึ้นยืนแล้วอยู่ฝั่งตรงข้ามเตรียมเดินออกจากที่ประชุม อธิการบดีมองหน้าดิฉันและรับเอกสารทั้งปึกไปส่งให้รองฯ....(นี้คือที่มาของประโยคว่า...."ท่านอธิการบดีคงจำดิฉันได้หรอก...")

 

ก่อนกลับ ดิฉันกล่าวกับรองฯ ว่า วันนี้ดิฉันมาในฐานะมิตรของฝ่ายบริหาร และให้เกียรติอธิการบดีอย่างเต็มที่ตั้งแต่ย่างเท่าเข้าห้องประชุม แม้หนังสือที่จะยื่นก็มิได้กดดันอธิการบดีเลย ตรงกันข้าม... เป็นการมาให้กำลังใจ..แต่เมื่อท่านบอกว่า เนติวิทย์ก็เหมือนลูกของท่านและท่านบอกว่าฝ่ายบริหารจัดการดูแลเรื่องนี้แล้ว   ดังนี้ วันนี้ก็ไม่เป็นไร แต่หากว่าวันข้างหน้าเรื่องหมิ่นและจาบจ้วงเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในจุฬาฯ ดิฉันจะไม่กลับมาที่นี่แบบวันนี้ หรือเพื่อยื่นหนังสืออย่างครั้งนี้.....(ตอนนั้นดิฉันคิดว่า....การจะยื่นหนังสือฝากไว้กับภาโรงหรือจะยื่นให้กับดร.บัณฑิต ก็ไม่ต่างกันหรอก มีผู้ประสานงานนัดหมายไว้ล่วงหน้า และยังต้องส่งหนังสือที่จะยื่นผ่านผู้ประสานงานเพื่อให้อธิการบดีอ่านตรวจก่อนการนัดหมายด้วยซ้ำ ซี่งก็ทำตามทุกอย่างแล้วที่ผู้ประสานงานบอกให้ทำ ดังนั้น ถ้ามีครั้งต่อไป ก็คิดว่าดิฉันจะให้เกียรติภาโรงอย่างเต็มที่ "ให้อธิการบดีรับต่อจากภาโรงดีกว่ารับจากมือดิฉัน" เพราะการนัดหมายอธิการบดีจุฬาฯ ยากเย็นเข็นใจต้องมีผู้ประสานงานที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับอธิการบดีนัดให้มิเช่นนั้นก็หวังยากว่าจะได้พบเพื่อยื่นหนังสือ อ้อ... แต่ก่อนหน้านั้น มีคนส่งภาพดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ในฐานะอธิการบดีจุฬาฯ นั่งประชุมกับศิษย์เก่าคณะใหญ่ในห้องประชุมหรูหรามาก ข่าวว่านิสิตเก่าเข้าพบเพื่อร่วมบริจาคเงิน.....เห็นภาพในพันทิปค่ะ)

 

เมื่อเปรียบเทียบกับการที่จุฬาฯ ยอมให้นักเคลื่อนไหวอย่างโจชัว หว่อง ใช้สถานที่แสดงความเห็นได้ แต่กับประชาชนคนไทยทั่วไป อธิการบดีกลับไม่ยอมรับฟังความเห็น ดิฉันคิดว่า กรณีที่มีการใช้ชื่อและโลโก้ของสภานิสิตฯ ออกแถลงการณี โจชัว หว่อง ดังกล่าวไว้ข้างต้นนี้ เป็นเรื่องที่ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ควรให้ความสนใจ เพราะเป็นเรื่องภายในจุฬาฯ อย่างชัดเจนว่าสภานิสิตฯ ทำเกินหน้าที่ที่กำหนดไว้หรือไม่ 

 

. หากมีการใช้ชื่อและโลโก้สภานิสิตฯ ไปกระทำการใดอันนอกเหนือจากหน้าที่ที่กำหนดไว้ แล้วก่อให้เกิดผลเสียตามมา เช่นความเข้าใจผิดว่าเป็นเสียงของนิสิตส่วนใหญ่ หรือก่อให้เกิดความแตกแยกทางความคิด  หรือนำมาซึ่งความเสื่อมเสียชื่อเสียงของจุฬาฯ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ท่านอธิการบดีฯ จะรับผิดชอบหรือไม่

 

วิรังรอง ทัพพะรังสี

๒๑ .. ๒๕๖๐

นิสิตเก่า รัฐศาสตร์ จุฬาฯ 

 

 

ที่มาภาพ : http://www.kalasin3.go.th/view.php?article_id=28324

First posted: 22 สิงหาคม 2560 | 19:39