Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / การเมือง / มูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว, สร้างคนดี มองการณ์ไกล ไทยรุ่งเรือง
รายงานพิเศษ : ประชาธิปไตยแบบล่างขึ้นบน กับการกระจายอำนาจและการบริหารราชการแผ่นดินไทย
รายงานพิเศษ : ประชาธิปไตยแบบล่างขึ้นบน กับการกระจายอำนาจและการบริหารราชการแผ่นดินไทย
Last updated: 15 พฤษภาคม 2561 | 11:04
โครงการสร้างคนดี มองการณ์ไกล ไทยรุ่งเรือง มูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว ได้จัดเวทีเสวนามองการณ์ไกลประเทศไทย เรื่อง “ประชาธิปไตยแบบล่างขึ้นบน กับการกระจายอำนาจและการบริหารราชการแผ่นดินไทย" มองรัฐบาล 4 ปีผ่านไป อยากได้รัฐบาลและผู้นำแบบไหนเพื่อทำงานใน 4 ปีข้างหน้า เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

โครงการสร้างคนดี มองการณ์ไกล ไทยรุ่งเรือง ภายใต้มูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว ได้จัดเวทีเสวนามองการณ์ไกลประเทศไทย เรื่อง ประชาธิปไตยแบบล่างขึ้นบน กับการกระจายอำนาจและการบริหารราชการแผ่นดินไทย:มองรัฐบาล 4 ปีผ่านไป อยากได้รัฐบาลและผู้นำแบบไหนเพื่อทำงานใน 4 ปีข้างหน้า"เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยมีคุณอุดร ตันติสุนทร ประธานมูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) คุณสมศรี หาญอนันทสุข ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ และคุณอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 เข้าร่วม

 

คุณชัชวาลย์ พริ้งพวงแก้ว ประธานมูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว กล่าวเปิดงานความว่า โครงการฯ ได้ดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา2 ปีที่ผ่านมา(มิถุนายน2559 ถึง พฤษภาคม2561)ด้วยการไปพบปะประชาชนเพื่อรณรงค์หลักคุณธรรม 12 ประการให้ประชาชนใช้เป็นเครื่องมือในการคัดกรองคนดีมารับใช้บ้านเมืองและรับฟังความต้องการของประชาชนจำนวน 218 ครั้งโดยมีนโยบายหลัก 5 ด้านที่ชาวบ้านต้องการ คือ(1) ด้านคนดีที่มีความรับผิดชอบบ้านเมือง (2) การแก้ปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคือง (3) การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น (4) การเกษตรให้ยั่งยืน  (5) การศึกษาและสาธารณสุขปัจจุบันเรามีคนสร้างสรรค์ใหม่ๆ เริ่มมีใจอาสาเข้ามาต้องการเข้ามามีส่วนในการพัฒนาประเทศมากขึ้น เราจะทำอย่างไรให้นโยบายที่มาจากประชาชนถึงมือนักการเมืองไปเป็นนโยบายของชาติ และให้รัฐกับชาวบ้านร่วมมือกัน

 

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง และ สถานที่ในร่ม

 

คุณอุดร ตันติสุนทร ประธานมูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้น้อมนำเอาพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ซึ่งได้พระราชทานไว้เนื่องในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2512 ความว่า

ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดี และ คนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมความดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้

คุณอุดร กล่าวว่า คนที่มีอำนาจในการปกครองบ้านเมืองในระดับชาติคือ ส.ส. (นายกรัฐมนตรีจะเป็นใครขึ้นอยู่กับส.ส. 500 คน) และในระดับท้องถิ่น คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. อบต. และเทศบาลทั่วประเทศ ซึ่งต้องส่งเสริมเพราะท้องถิ่นเหล่านี้คือองค์กรที่ใกล้ชิดชาวบ้านและดูแลประชาชนในพื้นที่ที่อย่างแท้จริง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุกคนมีอำนาจหน้าที่จัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และต้องมีแผนการพัฒนาท้องถิ่นให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งการก่อนอนุมัติงบประมาณจะต้องผ่านสภาองค์การบริหารส่วนตำบลก่อน การปกครองบ้านเมืองก็จะมีความโปร่งใส รวมไปถึงเรื่องการปฏิรูปการศึกษามาตั้งแต่ปี 2542 แต่ไม่ได้พัฒนาอย่างแท้จริง ครูเป็นบุคลากรที่สำคัญของบ้านเมือง เดิมเรามีวิทยาลัยครู สร้างครูที่มีจิตที่เป็นครูไม่ใช่ผู้รับจ้างเป็นครู ดังนั้นการปฏิรูปการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารอย่างแท้จริง

คุณกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงประสบการณ์ต่างประเทศเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาเช่น ที่ Canada ว่าตอนนี้ไม่มีกระทรวงศึกษาธิการแต่มีการศึกษาเป็นอันดับหนึ่งของโลก เพราะรัฐไม่ได้ควบคุมระบบการศึกษารวมศูนย์ไว้ศูนย์กลาง การศึกษาเป็นเรื่องมลรัฐ เป็นเรื่องจังหวัดไปรับผิดชอบ เหมือนกับ Switzerland และ Nederland ท้องถิ่นเป็นผู้กำหนดนโยบาย ในบางเรื่องที่สำคัญ รัฐบาลที่มีคะแนนเสียงข้างมากของสวิตเซอร์แลนด์ไม่สามารถออกกฎหมายได้ ต้องทำประชามติจากประชาชนในพื้นที่ก่อน ให้ทุกเสียงมีสิทธิ์กำหนด หลายเรื่องเป็นการกระจายโอนอำนาจลงมา เช่น งานสังคมสงเคราะห์โอนให้ Ngos ดูแล ซึ่งสามารถทำได้เช่นที่ Germany ซึ่งมีหน่วยงานดับเพลิงที่ประชาชนเป็นผู้ดูแล ผ่านการมอบงานให้ท้องถิ่นและชุมชน นอกจากนี้ เขายังเสนอให้มีการกระจายอำนาจซึ่งมีหลายรูปแบบข้อเสนอควรเสนอให้ยุบกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพราะประชาชนดูแลได้แล้วไม่ต้องมีราชการส่วนกลางมาควบคุมกระทรวงส่วนกลางมีหน้าที่วางแผนไม่ต้องมีสำนักงานในต่างจังหวัด ควรมีกระทรวงที่จำเป็นเพียงแค่ 10 กระทรวงก็พอ และต้องมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ

คุณบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า องค์ประกอบของการกระจายอำนาจจากล่างขึ้นบนว่าเมื่อปลายธันวาคม 2535ได้จัดประชุมระดับเอเชียเกี่ยวกับหลักประชาธิปไตยแบบให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม พบว่า 26 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีการหยิบยกเอาเรื่องกระบวนการประชาธิปไตยจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชนชั้นนำมีแนวโน้มยังคงกระจุกอำนาจ การกระจายอำนาจไม่สามารถเกิดขึ้นถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิดให้เกิดความเท่าเทียมกันและเรียนรู้การปกครองตนเอง ดังนั้น องค์ภาวะหรือองค์ประกอบของการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นของประชาธิปไตยได้แก่ รูปแบบและเนื้อหาของการมีส่วนร่วมของประชาชน โครงสร้างอำนาจ วิสัยทัศน์ของผู้มีอำนาจ ที่สำคัญคือ กลไกการติดตามและตรวจสอบซึ่งขณะนี้ถูกคุมกำเนิดไม่ให้มีการเติบโตไม่มีอำนาจ หลังจากนี้รัฐบาลใหม่เข้ามาการตรวจสอบจะต้องมีความเข้มแข็งการพัฒนาจะไม่เกิดขึ้นถ้าประชาชนถูกบีบออกจากการตัดสินใจ ความยุติธรรม ประชาชนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม การใช้อำนาจส่วนกลางตัดสินใจแทนประชาชนในพื้นที่ ประชาชนขาดความเชื่อมั่นทั้งตำรวจ อัยการ ศาลสิทธิมนุษยชน การประกาศออกมาแล้วต้องมีการเปลี่ยนแปลง ราชการดูถูกประชาชน ประชาชนต้องไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ต้องปรับวิธีคิดของผู้นำให้เคารพในสิทธิความเป็นมนุษย์สันติสุขของประชาชน อยู่ด้วยกันด้วยความเคารพความเป็นมนุษย์ โดยสรุปการกระจายอำนาจทำอย่างไรถึงเปลี่ยนทัศนคติของผู้นำ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอำนาจ

คุณอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า ตนเองเรียนรู้สถานการณ์ความจริงในสังคมมาอย่างยาวนานกว่า 26 ปี และคิดว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองดีขึ้น ให้มีสิทธิเสรีภาพ เห็นการเปลี่ยนแปลงในบุคลากรของท้องถิ่นอบจ. อบต. ดีขึ้น ไม่โกงเงินคนจนเหมือนในกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ตอนนี้ประชาชนตื่นตัวเพราะมีองค์กรต่างๆให้ความรู้ด้านสิทธิ มีการตรวจสอบมากขึ้น การกระจายอำนาจจากบนลงล่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เห็นจากเหตุการณ์ต่อสู้ด้านสิ่งแวดล้อม ฯลฯ การมีส่วนร่วมของประชาชนเจตนาไม่ให้Top down ทำตามใจอีกต่อไป การปฏิรูปใน 20 ปีข้างหน้าประชาชนไม่ยอมให้รัฐทำตามใจเช่นกัน คนชนบทกับเมืองรับรู้ข้อมูลผ่านโซเชียวเน็ตเวิร์คเท่าเทียมกัน

คุณสมศรี หาญอนันทสุข ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (Police Watch) กล่าวถึงสวิตเซอร์แลนด์ที่มีประชาธิปไตยจากล่างขึ้นบน โดยใช้เทคโนโลยีในการทำประชามติ จะทำอย่างไรให้เกิดประชาธิปไตยทางตรงซึ่งประเทศไทยทำได้ ประชาชนจะต้องไม่ยอมให้ตำรวจกำหนดชะตาชีวิตอีกต่อไป

การปฏิรูปตำรวจนั้นสำคัญสำหรับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ โดยใช้วิธีการกระจายอำนาจ คือการแยกอำนาจสอบสวนออกจากตำรวจ การโอนหน่วยภารกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำรวจไปให้ท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการโอนตำรวจไปสังกัดจังหวัด โดยที่ผู้ว่าราชการจังหวัดควรมาจากการเลือกตั้ง โดยเพิ่มพื้นที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(กตร.) ที่มาจากภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะสอดคล้องกับการกระจายอำนาจ และทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร สามารถสืบสวนข้อมูลได้โดยไม่ถูกสกัดกั้นจาก พรบ.ข้อมูลข่าวสาร และเป็นการตรวจสอบถ่วงดุลจากล่างขึ้นบน

            วงเสวนาเห็นร่วมกันว่า การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นบริหารจัดการบ้านเมือง จึงเป็นทางเลือกสำคัญในการปฏิรูปประเทศโดยประชาชนเป็นผู้กำหนดจากล่างขึ้นบนจะทำให้ประเทศให้ข้ามพ้นวิกฤติได้.

First posted: 15 พฤษภาคม 2561 | 11:04