Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / การเมือง / นโยบายแรงงานของพรรคการเมือง, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคประชาธิปัตย์
เปิดประเด็นร้อนนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ พรรคพลังประชารัฐแจงที่มาเสนอขึ้น 400-425 บาท ขณะที่'กรณ์ จาติกวณิช'วิพากษ์เทียบของประชาธิปัตย์
เปิดประเด็นร้อนนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ พรรคพลังประชารัฐแจงที่มาเสนอขึ้น 400-425 บาท  ขณะที่'กรณ์ จาติกวณิช'วิพากษ์เทียบของประชาธิปัตย์
นโยบายแรงงานของพรรคการเมืองต่างๆ (ภาพอินโฟกราฟฟิค MGR Infographic)
Last updated: 15 มีนาคม 2562 | 20:29
นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยเลขาธิการพรรคฯนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ แจงนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 400-425 บาทต้องการหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง ขณะที่'กรณ์ จาติกวณิช'ชี้ขัดกับสิ่งที่รัฐบาลนายกฯประยุทธ์ทำมาตลอด พร้อมทั้งยกเปรียบเทียบเนื้อหานโยบายแรงงานของพรรคประชาธิปัตย์

15 มีนาคม 2562- ที่พรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณีนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการดูแลผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในกรอบใหญ่ของนโยบายเศรษฐกิจประชารัฐ ควบคู่ไปกับสวัสดิการประชารัฐเศรษฐกิจประชารัฐ และสังคมประชารัฐ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งโอกาส มีความสุขบนพื้นฐานประเทศชาติมีความสุข

นายอุตตม กล่าวว่า กรณีที่พรรคพลังประชารัฐเสนอค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 400-425 บาท หรือวุฒิปริญญาตรี ประมาณ 20,000 บาท / อาชีวะอยู่ที่ 18,000 บาท ทุกอย่างมีเหตุผล คือการปรับค่าแรงให้ทันกับค่าครองชีพ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ค่อยเกิดขึ้น โดยทำให้เหมาะสมกันได้ และไม่เกี่ยวกับเรื่องของเงินเฟ้อ ซึ่งถ้าต้องการหลุดออกจากกับดักรายได้ปานกลาง ก็ต้องช่วยกันและเสียสละกัน ระหว่างภาคเอกชนและผู้ใช้แรงงาน เพื่อเกื้อกูลให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรทางเศรษฐกิจ โดยยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อผู้ประกอบการ ทั้งนี้ประเทศไทยต้องจริงจังกับการพัฒนาคน ซึ่งจะมีการตั้งกองทุนพัฒนาบุคลากรแรงงานของประเทศ เพื่อสนับสนุนภาคเอกชนโดยตรง และเพิ่มทักษะผู้ใช้แรงงาน ซึ่งทั้งหมดต้องใช้เวลา จึงต้องเริ่มทำวันนี้ และการมียุทธศาสตร์แบบนี้ เชื่อว่านักลงทุนเข้าใจ เพราะมีขั้นตอน ไม่ได้อยู่ในโมเดลแบบเดิมๆ โดยระยะยาวจะเกิดประสิทธิภาพของภาคการผลิตและการบริการ

อย่างไรก็ตาม พรรคเชื่อว่าข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี และมีสารออกมา เพื่อให้ระมัดระวังในการนำเสนอนโยบายที่จะมีผลต่อประเทศ ซึ่งท่านพูดในสิ่งที่เป็นหลักการที่ถูกต้องที่สุด ส่วนพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีหน้าที่เสนอนโยบายต่างๆ ที่จะไม่กระทบหรือสร้างผลเสียที่ติดตามมา วันี้พรรคฯ จึงต้องชี้แจงเพิ่มว่าที่ไปที่มาเป็นอย่างไร ทำไมนโยบายของเราไม่ก่อให้เกิดผลเสีย แต่สอดรับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน และขยับประเทศไทยไปอยู่ในแนวหน้ามากขึ้น ด้วยการใส่ยุทธศาสตร์ที่ทำได้จริง และปฏิบัติได้จริง สอดคล้องกับที่นายกฯ แสดงความเห็นมา และนายกฯ ก็รับทราบแล้ว

ด้าน นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ยืนยันไม่ใช่นโยบายประชานิยม เหมือนพรรคอื่น และพรรคทำได้จริง มีกระบวนการขับเคลื่อนเพียง จแต่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันทั้งระบบเพื่อยกระดับการแข่งขัน โดยเฉพาะ sme เพื่อให้เท่าทันกับโลกของนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ถือเป็นนโยบายพรรคที่ใช้เพื่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ไม่ทำร้ายผู้ประกอบการ และเป็นประโยชน์เพื่อต้องการเปลี่ยนผ่าน การนำนโยบายนี้ไปปฏิบัติก็จะต้องให้ความสำคัญกับร่วมมือในการพัฒนา 2 ด้านคือ ด้านการลงทุนในวัฒนธรรมเทคโนโลยี และการลงทุนในคน รัฐและผู้ประกอบการ ต้องทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับให้ผู้ใช้แรงงานมีความสามารถสูงขึ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหลายพรรคการเมืองก็เสนอเรื่องค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 400 บาท แต่ไม่เป็นประเด็น ซึ่งอาจเป็นเพราะคนคาดหวังสูงกับพรรคพลังประชารัฐ จึงต้องชี้เเจง และยืนยันว่ามีความแตกต่างจากพรรคอื่น

ปรากฏว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นร้อนที่พรรคพลังประชารัฐเสนอขึ้นค่าแรงงานจากอดีต รมว.คลัง นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Korn Chatikavanij  ที่มีต่อประเด็นนี้ โดยหยิบยกนโยบาย “ค่าแรงขั้นต่ำ” ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีได้พูดไว้เมื่อปีที่แล้วว่า “ปกติควรจะปรับขึ้นเฉลี่ย 1 เปอร์เซ็นต์ต่อปี” และ “เมื่อจะขึ้นค่าแรงทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องหาข้อมูลให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะเกิดการล่มสลาย เกิดปัญหาหนักกว่าเดิม” (ไทยรัฐ 24 มค. 61)

จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่ท่านได้ปล่อยให้พรรคของท่านเสนอนโยบายชุดนี้ (ตามภาพ) เพราะนโยบายนี้ขัดกับสิ่งที่รัฐบาลท่านได้ทำมาตลอด

"ผมขอชี้แจงเพิ่มเติมเปรียบเทียบในเนื้อหา “นโยบาย” ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานและผู้ประกอบการดังนี้ครับ

1. พปชร.เสนอค่าแรง 425 บาท ผมต้องถามดังๆว่า ได้ถามผู้ประกอบการหรือยังว่าเขาไหวหรือไม่ ประชาธิปัตย์เราประเมินว่าสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันผู้ที่เหนื่อยที่สุดคือ SME เราจึงตัดสินใจ ลดภาษีธุรกิจ SME จาก 20 เป็น 10% พร้อมใช้หลักของนโยบาย #ประกันรายได้ มาใช้กับผู้ใช้แรงงานด้วย โดยบอกว่าเราจะรับภาระ ‘ส่วนต่าง’ ให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้ไม่ตํ่ากว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท (ปีละ 120,000บาท) โดยไม่ผลักภาระให้ผู้ประกอบการ ที่เหลือก็ว่ากันไปตามทักษะของแรงงาน ที่เราจะมีเสริมเรื่อง #คูปองเสริมทักษะ ให้แรงงานไม่ว่าจะวัยใดก็ได้พัฒนาฝีมือ

2. ปริญญาตรี 20,000 ของพลังประชารัฐ นี่ก็ออกมาในแนวนโยบายพรรคเพื่อไทยปี 2554 ซึ่งเราก็วิพากษ์วิจารณ์แต่ครั้งนั้นว่าเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดให้กับระบบการศึกษาในชั้นอุดมศึกษาของไทย

วันนี้เรามีเด็กเรียนสายสามัญเพื่อได้ปริญญาตรีอยู่ 70% เรียนสายวิชาชีพเพียง 30% (สัดส่วนนี้สลับกันกับสิงค์โปร์ และประชาธิปัตย์มีเป้าจะปรับสัดส่วนเป็น 50:50)ประชาธิปัตย์เราจึงเสนอให้มีการ #เรียนฟรีปวส เพื่อเป็นแรงดึงดูดให้เด็กไทยเลือกเรียนสายวิชาชีพมากขึ้น จบแล้วหางานทำได้ ถ้าจะเพิ่มคุณภาพและเงินเดือน ควรเพิ่มให้เด็กอาชีวะเป็นแรงงานมีฝีมือทักษะสูง

3. ส่วนเรื่องการลดภาษีบุคคลธรรมดาของพปชร.บอกว่าจะลด 10% ความหมายของ พปชร.คือจาก 35 เป็น 25 หรือจาก 10 เป็น 0 ซึ่งผมมีสามประเด็นที่กังวล คือ 1) ฐานภาษีที่เล็กอยู่แล้วจะหดลงไปอีกมาก เพราะจะมีผู้เสียภาษีเงินได้เหลือเพียง 1 ล้านคนจากประมาณ 4 ล้านคนในปัจจุบัน 2) รัฐจะสูญเสียรายได้กว่าครึ่งของที่ได้อยู่คือกว่า 170,000 ล้านบาท ซึ่งเนื่องจากไม่ปรากฎว่า พปชร. มีนโยบายหารายได้เพิ่มจากส่วนอื่น นั่นหมายความว่าเราต้องกู้เพิ่มเติมในจำนวนนั้น 3) ผู้ที่จะได้ประโยชน์มากสุดจากนโยบายนี้คือผู้มีรายได้สูงสุดในประเทศ ประชาธิปัตย์เสนอลดภาษีให้ผู้เฉพาะผู้มีรายได้ปานกลางแต่คงอัตราเดิมกับผู้มีรายได้สูง หากท่านชอบใคร ขอให้พิจารณาที่ตัวชุด “นโยบาย” เป็นหลัก"

 

 

First posted: 15 มีนาคม 2562 | 20:19