Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / การเมือง / โมเดิร์น9, อสมท
Play Work อีกหนึ่งตำนานของมหากาพย์แดนสนธยา...
 Play Work อีกหนึ่งตำนานของมหากาพย์แดนสนธยา...
Last updated: 10 มิถุนายน 2564 | 14:37
“แดนสนธยา...”คือฉายาของบริษัท อสมท.จำกัด(มหาชน)ซึ่งมักมีเรื่องอื้อฉาวมากมายในห้วงเวลาที่ผ่านมา แม้บางครั้งจะมีการลุกขึ้นมาสู้เพื่อปกป้องเครดิตขององค์กรนี้จากบุคลากรภายในและภายนอกเพื่อไม่ให้ฉายาดังกล่าวมัวหมองลงไปอีก แต่กลับคล้ายว่า”อำนาจลับ”บางอย่างแทรกซึมไปในหลายองค์กรเพื่อไม่ให้การลุกขึ้นสู้กับความพิลึกพิลั่นเพื่อปกป้ององค์กรสื่อที่เป็นรัฐวิสาหกิจแห่งนี้สัมฤทธิผล

ล่าสุดเคสสุด ประหลาดขององค์กรโมเดิร์น9 นั้น คือ เอกชนคู่สัญญาของอสมท. คือ บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด ทำสัญญากันเมื่อปี 2553ว่า จะนำคลื่น MMDS  หรือคลื่น 2600 เมกกะเฮิร์ตซ์ ไปทำโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก แต่เกิดการจัดตั้ง กสทช. ในปี 2554 จึงต้องขออนุญาตจาก กสทช. ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ มีเพียงการแถลงข่าวร่วมกัน 2 ครั้ง  ณ อาคารที่ทำการของอสมท. ระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย โดยการเคลื่อนไหวของ สหภาพฯ ยืนยันไม่ได้ก้าวล่วงเอกชนคู่สัญญา แต่การเยียวยาต้องพิจารณาอย่างเป็นธรรมว่า เอกชนคู่สัญญาได้ลงทุนและดำเนินการอะไรไปบ้าง

มหากาพย์เรื่องนี้มีการฟ้องร้องเรียกค่าเยียวยากว่าหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้านบาท... โดยเมื่อวันที่ 11 ก.ย.2563 บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด ฟ้องศาลปกครองกลางในคดีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ(กสทช.) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 คณะกรรมการกสทช. เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และบมจ. อสมท. เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ยกเลิกมติ กสทช. เกี่ยวกับผลการพิจารณาการกำหนดวิธีการและเงื่อนไขการทดแทน ชดใช้ หรือ จ่ายค่าตอบแทน ให้แก่ บมจ. อสมท. และบริษัท เพลย์เวิร์ค โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 3 ร่วมกันหรือแทนกัน รับผิดต่อผู้ฟ้องคดี ชำระเงิน17,543.96 ล้านบาท รวมถึงดอกเบี้ยผิดนัดอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

 

แต่ อสมท.ต่อสู้ว่าอยู่ระหว่างดำเนินการยื่นคำให้การแก้คำฟ้องต่อศาลปกครองกลางว่า  อสมท. ไม่ต้องรับผิดจำนวนเงินดังกล่าวต่อผู้ฟ้องคดี เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และ 2 เป็นผู้รับผิดชอบและมีหน้าที่ในการจ่ายทดแทน ชดใช้หรือจ่ายค่าตอบแทนในการถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิรตซ์ ให้แก่ บมจ. อสมท และบริษัท เพลย์เวิร์ค  สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2563  กสทช.มีมติให้ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนในการเรียกคืนคลื่นความถี่ ย่าน 2500-2690 เมกกะเฮิร์ตซ์ (เงินเยียวยาค่าคลื่น )ให้อสมท.  3,235 ล้านบาทและให้ปฏิบัติตามหนังสือของ บมจ.อสมท ที่เสนอให้แบ่งเงินดังกล่าวครึ่งหนึ่งกับเอกชนรายดังกล่าวและล่าสุดอสมท.ชำระให้เอกชนรายนี้ไปหนึ่งงวดแล้ว(กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท.  ส่งหนังสือถึง กสทช. ลงวันที่ 4 มิ.ย.2563 อ้างว่าประธานบอร์ด อสมท มอบอำนาจให้ตนเสนอแบ่งเงินเยียวยาค่าคลื่น ที่จะได้จาก กสทช ให้บริษัทเอกชนคู่สัญญาครึ่งหนึ่ง )ตรงนี้เองที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งทำให้ กสทช. ยกหนังสือฉบับนี้มาเป็นเหตุผลให้ อสมท. แบ่งเงินเยียวยาครึ่งหนึ่ง ให้เอกชนคู่สัญญา ตามหนังสือแจ้งความประสงค์ของ อสมท .

 

แต่ห้วงเวลาใกล้กันนั้นคือวันที่17มิ.ย.2563 มีหนังสือขอสงวนความเห็นในการประชุม กสทช.ครั้งที่ 10/2563 ลงนามโดยธวัชชัย จิตภาษ์นันท์ กรรมการกสทช.ใจความหลักว่า “ ขอยืนยันความเห็นตามบันทึกที่ สทช ๑.๐๕/๙๕ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ และขอสงวนความเห็นในการพิจารณาการแจ้งยืนยันรายละเอียดและสัดส่วนการชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนในการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน ๒๕๐๐ - ๒๖๙๐ MH2 ของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยมีเหตุผลประกอบการพิจารณา การทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนในการเรียกคืนคลื่นความถี่ ในกรณีนี้ กสทช. ได้จ้างที่ปรึกษาจากสามสถาบันการศึกษาเพื่อศึกษาประเมินมูลค่าการเรียกคืนคลื่นความถี่ และการทดแทนชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน ๒๕๐๐ - ๒๖๙o MHz และในชั้นนี้ กสทช.ได้มีความเห็นสอดคล้องกับผลการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากความสมบูรณ์ของหลักการประเมินที่มีความน่าเชื่อถือในทางวิชาการ 

 

ส่วนการกำหนดอายุการถือครองคลื่นความถี่ เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขในการที่ อสมท จะประกอบกิจการได้จริงนั้นจำเป็นต้องได้รับ” Network Code” จาก กสทช. ก่อน ผมจึงเห็นด้วยกับแนวทางที่แตกต่างจากมติที่ประชุมเสียงข้างมากให้ความเห็นชอบ ซึ่งควรรวมถึงระยะเวลาที่ กสทช. ได้พิจารณาเพื่อจัดสรร Network Code ให้กับ อสมท ด้วย เพราะในทางปฏิบัติผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินโครงการได้เนื่องจากไม่ได้รับการจัดสรร Network Code

๓. กรณีที่กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้เข้าขี้แจงต่อที่ประชุม กสทช.และมีหนังสือที่ นร ๖๑๐๐/๑๒๕- ลงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ แจ้งยืนยันสัดส่วนการชดใช้หรือจ่ายค่าตอบแทนในการถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ให้แก่ อสมท โดยแสดงการสนับสนุนต่อการพิจารณาแบ่งค่าตอบแทนดังกล่าวเป็นสัดส่วนร้อยละ ๕- ซึ่งจะทำให้ บมจ. อสมท ไม่เป็นการเสียเปรียบนั้น ก่อให้เกิดข้อทักท้วงจากกรรมการ อสมท และสหภาพ อสมท ที่ต้องพิจารณาตามมาเกี่ยวกับประเด็นอำนาจหน้าที่และอำนาจในการตัดสินใจของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีผลอย่างสำคัญ โดยมีการโต้แย้งว่าเป็นกรณีที่ต้องได้รับความเห็นชอบหรือความยินยอมเพิ่มเติมจากคณะกรรมการ บมจ. อสมท หรือเป็นกรณีที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือไม่ 

 

ผมเห็นว่าประเด็นนี้ควรได้รับคำแนะนำหรือความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญกฎหมายโดยตรง เนื่องจากข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจขี้ว่าบริษัทอสมท จำกัด (มหาชน) มีสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจในขณะเดียวกันก็มีสภาพเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาประกอบการลงมติของที่ประชุม กสทช. ในขณะเดียวกันก็จะเป็นการยุติความสับสน ป้องกันประเด็นอันอาจขัดต่อกฎหมายและมีความชัดแจ้งอย่างสมบูรณ์ “

 

“เคสนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่าเราแทบไม่เคยได้ยินเสียงของบริษัทคู่สัญญาเลย มีแต่คนอื่นพูดแทน และเรื่องนี้บอร์ดอสมท.บางคนลาออกไปเพราะไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของสองคีย์แมนอสมท.ที่ดำเนินการแบบนั้นกับเพลย์เวิร์ค”หนึ่งในตัวแทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท อสมท.จำกัด(มหาชน)กล่าวถึงกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท . และ ประธานกรรมการ บมจ.อสมท . ที่ใช้อำนาจโดยไม่ผ่านมติคณะกรรมการ บมจ.อสมท. เสนอให้ กสทช.แบ่งเงินเยียวยาค่าคลื่น 2600 เมกกะเฮิร์ตซ์ ให้บริษัทเอกชนคู่สัญญาครึ่งหนึ่ง

 

โดยสหภาพฯ อสมท ได้ประชุมและมีมติ ในการยื่นร้องเรียนสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่1 มิ.ย. 2563 ส ยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบกรณีมีการนำเสนอข่าวว่าผู้บริหารระดับสูงของอสมท. เสนอแบ่งสัดส่วนเงินชดเชยคลื่นความถี่ 2600 MHz ให้แก่เอกชนคู่สัญญาครึ่งหนึ่ง 

 

จากนั้นวันที่ 22 มิ.ย. 2563 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในตอนนั้นเซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการแจ้งยืนยันรายละเอียดและสัดส่วนการชดใช้ หรือ การจ่ายค่าตอบแทนในการเรียกคืนคลื่นความถี่ 2600 MHz คำสั่งดังกล่าว ระบุว่าคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน ในกรณีที่คณะกรรมการไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดให้พิจารณาขยายระยะเวลาดำเนินการตามความจำเป็นครั้งละไม่เกิน 20 วัน จนกว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จ แล้วสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเสนอความเห็นต่อผู้มีคำสั่งแต่งตั้งมาเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าจากเลขที่1 ถนนพิษณุโลก....

 

รวมทั้งการที่สหภาพฯยื่นเรื่องนี้ในวันที่ 29 มิ.ย.2563 ต่อ 3 หน่วยงาน คือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.),สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ( สตง.),คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)โดย การยื่นเรื่องที่ปปช.นั้นสื่อหลายแขนงรายงานว่าสหภาพฯไปยื่นเรื่องนี้ที่ย่านสนามบินน้ำหลายวาระในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่ไม่ทราบว่าทำไมไม่มีอะไรขยับหรือมี”อำนาจลับ/บุคคลมากบารมีในเงามืด”กดทับการร้องเรียนดังกล่าว...เพราะมีการลือกันทั่วว่า งานนี้มีกลิ่นแปลกๆโชยมานานและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆในการเป่าเคสนี้ไม่ให้อยู่ในสายตาสังคม

 

“หรือแม้แต่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ต้องดูรายงานงบดุลของอสมท.ในฐานะบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯก็ยังไม่มีปฏิกริยาในเรื่องนี้  ในประเด็นการดำเนินการของ อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ว่า ถูกต้อง ตามหลักการบริหารของบริษัทมหาชนหรือไม่  ซึ่งเรื่องนี้นอกจากสหภาพแรงงาน ก็มีกรรมการบริษัทออกมา แสดงท่าทีชัดเจน แต่ผ่านมาปีกว่า เรื่องนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ เช่นกัน ” หนึ่งในตัวแทนสหภาพฯอสมท.ระบุและว่า สหภาพฯเคยขอดูสัญญาและข้อตกลงต่างๆระหว่างอสมท.กับเพลย์เวิร์ค...มาหลายวาระ แต่ทุกอย่างนิ่งเงียบในสายลม

 

สถานการณ์ข้างต้นเป็นหนึ่งเคสที่อาจจะหักล้างกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 พ.ค 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เชิญชวนประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าร่วมการประเมินคุณธรรมความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โดยรัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมทุกปี องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ประเมินว่า ปีที่ผ่านมาประเทศไทยถูกจัดอันดับปัญหาการทุจริตผ่านดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือ คอรัปชั่น เพอเซพชั่น อินเดกซ์ หรือค่าซีพีไอ (CPI) โดยมีค่าคะแนนอยู่ในอันดับที่ 104 จากประเทศที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลกหรือไม่...รอชมเพราะงานนี้มีเสียงลือว่าบุคคลลับคนหนึ่งมักอ้างบารมีหนึ่งใน3ป.ขยับเกมใต้ดินเเละวาระย่านพระราม9ก็เป็นหนึ่งในเสียงลือลอยลมที่บุคคลลับคนนี้ข้องเกี่ยวด้วย

First posted: 10 มิถุนายน 2564 | 13:19