Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / เศรษฐกิจ / ทีวีพูล, เจ๊ติ๋ม, ชนะคดี กสทช., บริษัทไทยทีวี จำกัด
'เจ๊ติ๋มทีวีพูล'ชนะคดี ศาลปกครองกลาง สั่ง 'กสทช'คืน 1,500 ล้านบาท เหตุผิดสัญญา ทีวีพูลจ่ออุทธรณ์ขออีก 700 ล.
'เจ๊ติ๋มทีวีพูล'ชนะคดี ศาลปกครองกลาง สั่ง 'กสทช'คืน 1,500 ล้านบาท เหตุผิดสัญญา ทีวีพูลจ่ออุทธรณ์ขออีก 700 ล.
นางพันธุ์ทิพา ศกุนต์ไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยทีวีพูล จำกัด และ บริษัท ไทยทีวี จำกัด
Last updated: 13 มีนาคม 2561 | 16:39
ศาลปกครองกลางพิพากษาสั่งให้ กสทช.คืนเงิน 1,500 ล้านบาทแก่บริษัทไทยทีวีของนางพันธุ์ทิพา ศกุนต์ไชย หรือ'เจ๊ติ๋ม' จ่อยื่นอุทธรณ์ขอชดใช้ค่าเสียหายเพิ่มเติมอีก 700 ล้านบาท ขณะที่สำนักกฏหมายของ กสทช.ก็จะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันเช่นกัน กรณีข้อเท็จจริงบางส่วนที่ยังไม่ถูกนำมาพิจารณาประกอบ

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561  ศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษาในคดีที่นางพันธุ์ทิพา ศกุนต์ไชย กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทไทยทีวี จำกัด หรือเจ๊ติ๋ม ทีวีพูล ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้การประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลของบริษัทไทยทีวี เป็นโมฆะทั้งหมด และเพิกถอนหนังสือ กสทช.ฉบับลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2558 ,ฉบับลงวันที่ 5 มิถุนายน 2558 ที่ให้บริษัทไทยทีวีชำระค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่งวดที่สองและฉบับลงวันที่ 22 มิถุนายน 2558 ที่ยกเลิกให้บริษัทไทยทีวีได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่พร้อมกับให้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่ให้ใช้คลื่นความถี่ และให้สั่ง กสทช.คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพจำนวน 16 ฉบับลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 รวมทั้งคืนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่บริษัทได้ชำระไปแล้วเป็นเงิน 365,512,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 บาทต่อปี นับแต่วันฟ้องจนชำระเสร็จสิ้นและค่าเสียหายจากการกระทำของ กสทช.จำนวน 713,828,282.94 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

โดยศาลปกครองกลาง พิพากษาว่า กสทช.กระทำผิดสัญญาที่ได้ประกาศชี้ชวนไว้กับบริษัทไทยทีวี จำกัด จริง บริษัทไทยทีวี จำกัดจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญา

แต่วันบอกเลิกสัญญาพ้นกำหนดกรจ่ายค่าใบอนุญาตงวดที่2 ที่บริษัทได้มีการดำเนินการกิจการทีวีดิจิตอลไปแล้วจึงต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดที่2จำนวน 258 ล้านบาท ส่วนหนังสือค้ำประกันธนาคารกรุงเทพจำนวน 16 ฉบับ ซึ่งเป็นค่างวด ตั้งแต่งวดที่สามเป็นต้นไปให้กสทช.คืนให้กับบริษัท แต่ถ้าไม่สามารถคืนให้ได้ก็ให้ชดใช้เป็นเงินแทน อย่างไรก็ตามศาลปกครองกลางไม่ได้ให้ กสทช.ชดใช้ค่าเสียหายตามที่บริษัทเรียกร้อง เพราะภาวะการขาดทุนเกิดจากการดำเนินธุรกิจตามปกติ

 นางพันธุ์ทิพา ให้สัมภาษณ์หลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่า พอใจที่ศาลชี้ว่า กสทช.ทำผิดจริง ทำให้คนทั้งประเทศรู้ว่า กสทช.ทำผิดจริง ซึ่งศาลให้ กสทช.คืนแบงค์การันตีให้บริษัทไทยทีวีในงวดที่สาม สี่ ห้าและหก มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านบาท แต่ศาลไม่ได้ให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 700 ล้านบาทตามที่ขอไป จึงจะยื่นอุทธรณ์เพิ่มเติมในส่วนนี้ โดยมั่นใจว่ามีเอกสารที่ชี้ให้เห็นว่า กสทช.ทำผิดสัญญาจนทำให้เกิดความเสียหาย

 "เชื่อว่าเราไม่ใช่คนที่ไม่เก่ง ไม่ใช่คนที่อ่อนแอ หรือไม่มีสายป่าน ขาดทุนแล้วจึงเลิก แต่เชื่อว่าตัวเองเป็นคนเก่ง มีความสามารถ เพียงแต่สิ่งที่ กสทช.ทำไม่ได้เอื้อ และเป็นอุปสรรคจนทำให้เกิดความเสียหาย ประวัติการทำธุรกิจเกือบสี่สิบปีไม่เคยขาดทุนแม้แต่บาทเดียว ทำไมเราจึงจะมาโง่วันนี้ กลายเป็นคนมองธุรกิจไม่เป็น อ่อนแอ เป็นเรื่องที่กระทบภาพลักษณ์มาก การสู้วันนี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่สู้เพื่อประชาชน ซึ่งตอนนี้ช่องอื่น ๆ ก็ลำบากหมด บางคนครอบครัวแตกแยก ถึงขนาดเกือบฆ่าตัวตาย ซึ่งล้วนเกิดจากการกระทำของ กสทช.ทั้งสิ้นถือว่าเป็นบาปอย่างยิ่ง และแม้ว่า กสทช.ชุดที่อนุมัตเรื่องทีวีดิจิตอลจะพ้นตำแหน่งไปแล้ว แต่ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับผลกรรมนั้น" นางพันธุ์ทิพา กล่าว

ด้านนายสมบัติ ลีลาพตะ ผอ.สำนักกฎหมายกสทช. ทางกสทช. จะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน เนื่องจากเห็นว่สศาลยังไม่ได้นำข้อเท็จจริงบางส่วนมาประกอบการพิจารณาเช่นรายละเอียดในหนังสือชี้ชวน ที่กำหนดว่าโครงข่ายจะมีการขยายได้ปีละเท่าใดและกรณีที่บ.ไทยทีวีอ้างว่าโครงข่ายของกรมประชาสัมพันธ์มีปัญหาแต่จริงๆทางไทยทีวีใช้โครงข่ายของผู้ประกอบการรายอื่น

ทั้งนี้ เมื่อปลายปี 2556 ที่ผ่านมา กลุ่มทีวีพูลชนะการประมูลช่องทีวีดิจิตอลทั้งสิ้น 2 ช่องด้วยกัน ซึ่งนางพันธุ์ทิพาระบุ การลงทุนในช่องดิจิตอลเป็นการลงทุนส่วนตัว โดยทีวีพูลประมูลช่องข่าวไปด้วยราคา 1,328 ล้านบาท และช่องเด็กที่ราคา 648 ล้านบาท คิดเป็นเงินรวม 1,976 ล้านบาท โดยได้ชำระเงินงวดแรกไปแล้ว 365.50 ล้านบาท แต่ตั้งแต่งวดที่ 2 วงเงิน 288.46 ล้านบาทเป็นต้นไป กลุ่มไทยทีวีไม่ได้ไปชำระตามกำหนด โดยในเดือน พ.ค.2558 ได้ยื่นหนังสือถึงบอร์ด กสทช.เพื่อขอเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอลทั้ง 2 ช่องแทน ทำให้ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะผู้ออกหนังสือค้ำประกันค่าประมูลใบอนุญาต ไม่ต้องจ่ายค่างวดประมูลแทนไทยทีวีอีกต่อไป หลังจากที่ชำระแทนมา 2 งวดแล้ว คืองวดที่ 2 และงวดที่ 3 

ต่อมาปลายปี 2559 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ไทยทีวี ระงับการจ่ายค่างวดประมูลทีวีดิจิตอลไว้ก่อน รอจนกว่าคดีฟ้องร้อง กสทช. กรณีดำเนินนโยบายผิดพลาดเป็นที่สิ้นสุด 

สำหรับประเด็นการฟ้องร้องต่อศาลปกครองของไทยทีวีนั้น นอกจากการขอระงับการจ่ายเงินงวดค่าประมูลแล้ว ไทยทีวียังฟ้องร้องต่อศาลปกครองเรียกค่าเสียหายจาก กสทช.เกือบ 1,000 ล้านบาท ด้วยว่า กสทช.ในฐานะกำกับดูแล ไม่ได้ดำเนินการกำกับหรือดูแลการเปลี่ยนผ่านการรับชมทีวีดิจิตอลให้เป็นไปตามกฎหมายและแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 1 (2555-2559) แต่อย่างใด จนเป็นเหตุให้ประชาชนทั้งประเทศ ไม่สามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินการของผู้ประกอบการอย่างร้ายแรง และที่ผ่านมาได้มีหนังสือแจ้งไป กสทช.แล้ว แต่ กสทช.เพิกเฉยไม่แก้ไขหรือเยียวยาใดๆเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

 

First posted: 13 มีนาคม 2561 | 15:04
Source :
  • MGR Online