Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / เศรษฐกิจ / ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต, ซีอีโอกลุ่มพฤกษาเรียลเอสเตท, ต่างชาติกุมอสังหาไทย6แสนล้าน
'The Biggest Change'ต่างชาติกุมอสังหาริมทรัพย์ไทย 6 แสนกว่าล้าน จีน-ฮ่องกงผุดโปรเจ็กคอนโดมากสุด
'The Biggest Change'ต่างชาติกุมอสังหาริมทรัพย์ไทย 6 แสนกว่าล้าน จีน-ฮ่องกงผุดโปรเจ็กคอนโดมากสุด
ต่างชาติกุมอสังหาริมทรัพย์ไทย 6 แสนล้าน โดยจีน-ฮ่องกงผุดโปรเจคคอนโดมิเนียมมากสุด
Last updated: 11 สิงหาคม 2561 | 00:46
'ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต'ซีอีโอกลุ่มพฤกษาชี้ทุนข้ามชาติ จีน-ฮ่องกง-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์บุกร่วมทุนบริษัทอสังหาฯในตลาดหุ้น 34 บริษัท ผุดโครงการมูลค่ามหาศาล 618,085 ล้าน ลูกค้าจีน-ฮ่องกงทะลักซื้อคอนโดฯไทยสูงถึง 23,600 ล้านบาท ชี้เทรนด์ธุรกิจอสังหาฯเปลี่ยนทั้งฝั่ง “ดีมานด์” และ “ซัพพลาย”จากต่างชาติจีน แต่กฏหมายอาคารชุดไทยยังไม่ได้ดูแลปัญหากระทบคนไทย

7 สิงหาคม 2561-นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษาเรียลเอสเตท-พรีเมี่ยมและบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน)หรือ PS  กล่าวในงานสัมมนาของสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยในงานสัมมนา “ผ่ากลยุทธ์ธุรกิจคอนโดมิเนียม…ยุค 4.0” ซึ่งจัดโดยสมาคมอาคารชุดไทย ว่า เซกเมนต์คอนโดมิเนียมถือว่าเป็นเสาหลักของธุรกิจที่ต้องจับตามอง ทั้งยอดขายและยอดโอนในปี2561 นี้ มีการเปลี่ยนแปลงและรวดเร็วมาก โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคือ กลุ่มเงินทุนที่เข้ามาในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั้งในรูปแบบการซื้อห้องชุดและการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย ซึ่งมีผู้ประกอบการไทยดึงพันธมิตรต่างชาติเข้ามาร่วมทุนเป็นจำนวนมาก เพื่อเสริมศักยภาพและผลักดันการเติบโตที่รวดเร็วขึ้นของผู้ประกอบการแต่ละราย ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติทั้งหมด 34 บริษัท มูลค่าโครงการรวม 618,085 ล้านบาท

"อสังหาริมทรัพย์เข้าสุ่ยุค The biggest change of Thai real estate business จุดเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ 1) ดีมานด์ เปลี่ยนแปลงจากการหลั่งไหลของลูกค้าจีนในตลาดคอนโดมิเนียม โดยปี 2560 มียอดโอนลูกค้าต่างชาติ 71,000 ล้านบาท คิดเป็น 27% ของตลาดรวม ลูกค้าหลักคือจีนกับฮ่องกง ส่วนที่เหลือ สิงคโปร์ อังกฤษ อเมริกา ไต้หวัน ญี่ปุ่น"

จากการประเมินพบว่าลูกค้าจีนซื้อและโอนคอนโดฯเมืองไทยปีละ 5-7 หมื่นล้านบาทสำหรับลูกค้าจีนซื้ออสังหาฯราคาสูงกว่าลูกค้าไทย 20% ซึ่งตลาดยังมีลอตใหญ่ที่กำลังสร้างและรอโอนปลายปีนี้ถึงปีหน้า

ขณะที่ผลกระทบจากดีมานด์ลูกค้าจีนเป็นปัญหาด้านจิตวิทยา ซึ่งกฎหมายอาคารชุดยังไม่ได้ดูแลเรื่องนี้ ยังไม่นับรวมการซื้อลงทุนปล่อยเช่าที่สร้างปัญหากระทบกระทั่งระหว่างเจ้าของห้องคนไทยกับลูกค้าห้องเช่าคนจีน เริ่มเห็นในภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา ซึ่งเรื่องนี้เริ่มเกิดขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

2) ซัพพลาย นายประเสริฐกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงเดิมโครงการมูลค่า 2 พันล้านบาทถือว่าใหญ่ แต่วันนี้ถือว่าเป็นโครงการจิ๋ว เพราะเกิดโครงการขนาดใหญ่มูลค่าแสนล้านจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพราะราคาที่ดินสูงขึ้น นอกจากนี้โครงสร้างภาษีและกฎหมายเอื้ออำนวยต่อโครงการขนาดใหญ่

จากสถิติมีโครงการลงทุนมิกซ์ยูสปี 2017-2022 จำนวน 33 โครงการ มูลค่ารวมกัน 1,117,900 ล้านบาท ซึ่งพบอีกว่า เป็นโครงการร่วมทุน ซึ่งเดิมญี่ปุ่นเป็นผู้เล่นหลัก ล่าสุดปีที่แล้วมีโครงการร่วมทุน 34 บริษัท มูลค่ารวม 618,805 ล้านบาท มีกลุ่มจีนกับฮ่องกงมากสุด 19 บริษัท มูลค่ารวม 334,400 ล้านบาท บริษัทร่วมทุนญี่ปุ่น 10 บริษัทมูลค่า 252,100 ล้านบาท และร่วมทุนสิงคโปร์ 5 บริษัท มูลค่า 31,585 ล้านบาท รวมถึงกลุ่มทุนใหญ่ของไทยขยายไลน์เข้ามาลงทุนอสังหาฯมากขึ้น อาทิ ซี.พี., เจ้าสัวเจริญ, บีทีเอส, เซ็นทรัลกรุ๊ป

“รูปแบบ joint venture เป็นทางเลือกระดมทุน แต่ขณะที่บริษัทแม่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯต้องแสดงรายการทุกอย่าง แต่บริษัทลูกจากการร่วมทุนไม่ต้องโชว์บัญชีการลงทุน ซึ่งอาจซ่อนการก่อหนี้เกินตัว เพราะโชว์เฉพาะกำไร ไม่ได้แสดงงบดุลหรือหมายเหตุงบการเงิน จึงเป็นช่องว่างให้บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางใช้ช่องทางการตั้งบริษัทร่วมทุนมากขึ้น จึงเสนอว่าให้แสดงบัญชีบริษัทลูกที่เป็นจอยต์เวนเจอร์ด้วย”

นายประเสริฐกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกลุ่มกำลังซื้อตลาดกลาง-ล่าง ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ราคาน้ำมันและค่าแรงงานขั้นต่ำขาขึ้น ส่วนตลาดกลาง-บน แม้แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นแต่อัตราดอกเบี้ยยังเป็นอัตราระดับต่ำ เพราะสภาพคล่องการเงินที่มีมากในระบบ แม้ว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯผันผวนไปบ้าง แต่กระทบน้อยกว่า

“หลายสิบปีที่ผ่านมา จุดที่ทำให้อสังหาฯเติบโตไม่หยุดคือเงินกู้ ยิ่งถ้ากู้ได้ 100% ยิ่งทำให้ตลาดเติบโตในอัตราเร่งแน่นอน ตัวอย่างในอดีตดาวน์ 5 หมื่นกู้ได้ 5 ล้านบาท ทำให้ตลาดกลาง-ล่างถูกกลไกการเงินเข้ามาสนับสนุนให้เติบโต”

สำหรับข้อมูลภาพรวมตลาดอสังหาฯครึ่งปีแรกพบว่าโต 17% แบ่งเป็นตลาดคอนโดฯโต 18% โดยเฉพาะในกลุ่มราคา 7-10 ล้านบาทโตถึง 40% โดยตัวเลขโอนกรรมสิทธิ์จากกรมที่ดิน 5 เดือนแรก ในแง่ยูนิตโต 37% มูลค่าโต 39%

 

 

First posted: 11 สิงหาคม 2561 | 00:44