Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / เศรษฐกิจ / กองทุน LTFหมดอายุปี62, สภาธุรกิจตลาดทุนไทย, ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สภาธุรกิจตลาดทุนเตรียมแผนรองรับกองทุน LTF หมดอายุสิ้นปี 2562 หมดสิทธิลดหย่อนภาษี หวั่น 3.9 แสนล้านบาทไหลออกจากตลาดหุ้น
สภาธุรกิจตลาดทุนเตรียมแผนรองรับกองทุน LTF หมดอายุสิ้นปี 2562 หมดสิทธิลดหย่อนภาษี หวั่น 3.9 แสนล้านบาทไหลออกจากตลาดหุ้น
Last updated: 12 ตุลาคม 2561 | 16:51
สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเตรียมแผนรองรับกองทุน LTF หลังหมดอายุไม่มีสิทธิประโยชน์ด้านภาษีปลายปี 2562 พร้อมเล็งขอแก้กฎหมายเปิดทางสมาคม- มูลนิธิ-สหกรณ์ เข้าลงทุนตลาดหุ้นได้ หวังเพิ่มฐานนักลงทุนสถาบัน

12 ตุลาคม 2561- นาย ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย  (FETCO) เปิดเผยว่า สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เตรียมศึกษาหาแนวทางรองรับเม็ดเงินที่จะไหลออกจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF)โดยข้อมูลกันยายน 2561 มียอดลงทุนรวมประมาณ 3.9 แสนล้านบาท  ในขณะที่แต่ละปี จะมีมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาใน LTF เฉลี่ย 7-8 หมื่นล้านบาท  ดังนั้นจึงต้องหาแนวทางป้องกันการตื่นตระหนกต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทย เหมือนกรณีสหรัฐฯยกเลิกมาตรการ QE

ทั้งนี้ LTF ถือเป็นเงินก้อนโตที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งการขยาย(สิทธิประโยชน์ทางภาษี) ออกไปเรื่อยๆ อาจจะมีผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์ ครม.ก็เลยให้จบแค่ปี 2562 ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ในการขยายสิทธิลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา ในการซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือกองทุน LTF ซึ่งเดิมสิ้นสุดการลดหย่อนในปี2559 ออกไปอีก 3 ปี (สิ้นสุดปี 2562)

นายไพบูลย์ ยังกล่าวอีกว่า เตรียมศึกษาตั้งกองทุนรูปแบบใหม่ เพื่อทดแทน  LTF ที่จะหมดอายุโครงการในการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสิ้นปี  62  หลังรัฐบาลขยายเวลาการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี โดยเปลี่ยนเงื่อนไขจากถือหน่วยลงทุน 5 ปีปฎิทินเป็น 7 ปีปฎิทิน  และจะสิ้นสุดในปี 62 และมีแนวโน้มจะไม่ขอต่ออายุโครงการอีก   เนื่องจากมองว่าควรเปลี่ยนรูปแบบกองทุนใหม่ เน้นดึงฐานผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย เข้าสู่ตลาดทุน  ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธ์ศาสตร์ ที่จะผลักดันให้ประชาชนทุกระดับใส่ใจการลงทุนระยะยาว เพราะที่ผ่านมา LTF ถูกมองว่า เอื้อประโยชน์  และกระจุกตัวแก่ผู้มีรายได้ปานกลาง-สูงมากกว่า 

 

ทั้งนี้การศึกษาจัดตั้งกองทุนใหม่ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย จะร่วมมือกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ และ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน   คาดได้ข้อสรุปภายในปีนี้

นอกจากนี้สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เตรียมยื่นเรื่องต่อหน่วยงานภาครัฐเพื่อขอแก้ไขกฎหมายเปิดทางให้ สมาคม  มูลนิธิ และสหกรณ์ ให้สามารถลงทุนได้หลากหลายมากขึ้น เช่น การอนุญาตให้มีการลงทุนผ่านกองทุนรวมได้ เพื่อเพิ่มฐานนักลงทุนสถาบันระยะยาว ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนการลงทุนในตลาดทุนไทยไม่ถึง 10% ของมาร์เก็ตแคป

"สมาคม มูลนิธิ สหกรณ์ เป็นองค์กรที่มีเงินเย็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถลงทุนในตลาดทุนได้ เพราะติดข้อกฎหมาย ซึ่งเรามองว่าเงินเหล่านั้นน่าจะมีประโยชน์และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหากเข้ามาอยู่ในตลาดทุน อย่างน้อยสามารถลงทุนในกองทุนรวมได้ก็ยังดี ซึ่งปัจจุบันองค์กรเหล่านี้ลงทุนไม่ได้เลย" ไพบูลย์ กล่าว 

ขณะเดียวกันเตรียมจะสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เพื่อลดภาระและให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เช่น แก้ไข พ.ร.บ. บริษัทมหาชน เกี่ยวกับการเพิ่มช่องทางโฆษณาอื่นนอกจากหนังสือพิมพ์  การส่งเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์  การเรียกประชุมกรรมการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าประชุมผู้ถือหุ้นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 

นางสาวรัชดา ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นว่า จากกรณี ที่ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย  เตรียมศึกษาตั้งกองทุนรูปแบบใหม่ทดแทน   LTF   ที่จะหมดอายุโครงการสิ้นปี 62 คาดว่าจะส่งผลให้เม็ดเงินที่ต้องการลดหย่อนภาษีในการลงทุนกองทุน ไหลเข้าไปในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แทน แต่เชื่อนักลงทุนบางส่วนจะยังคงถือครองหน่วยในกองทุน LTF ต่อแม้จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี เพราะมองว่าการลงทุนใน LTF เป็นช่วงระยะเวลาสั้น 5-7 ปีและยังให้ผลตอบแทนที่ดี 

ส่วนการหารูปแบบกองทุนที่สามารถลดหย่อนภาษีแทนกอง LTF ว่า ควรลองศึกษา โครงการ 5 ขั้นมั่นใจการลงทุน ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เพราะรูปแบบโครงการดังกล่าวค่อนข้างเหมาะสมกับกลุ่มนักลงทุนที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ของ FETCO ที่มองว่า LTF หนุนนักลงทุนกลุ่มระดับกลางถึงบนมากเกินไป  

First posted: 12 ตุลาคม 2561 | 13:21