Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / เศรษฐกิจ / รพี สุจริตกุล, เลขาธิการ ก.ล.ต., หมดยุคระดมทุนเงินดิจิทัลแบบบ้าระห่ำ, FinTech Challenge2018
เลขาธิการ ก.ล.ต.ชี้หมดยุคระดมทุนตลาดเงินดิจิทัลแบบบ้าระห่ำสุดโต่งที่แปะป้ายICO เผยแชมป์ชนะประกวดFinTech Challenge2018
เลขาธิการ ก.ล.ต.ชี้หมดยุคระดมทุนตลาดเงินดิจิทัลแบบบ้าระห่ำสุดโต่งที่แปะป้ายICO เผยแชมป์ชนะประกวดFinTech Challenge2018
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต.ชี้หมดยุคระดมทุนเงินดิจิทัลแบบบ้าระห่ำ
Last updated: 8 พฤศจิกายน 2561 | 13:53
รพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต.ชี้อนาคตมูลค่าซื้อขายตลาดทุนไทยจะก้าวกระโดดเป็นแสนล้านบาทจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการเงินสมัยใหม่ หมดยุคระดมตลาดทุนเงินดิจิทัลอย่างบ้าระห่ำ ต้องกลับมาอยู่ตรงกลาง เน้นมั่งคั่งแบบยั่งยืน เผยแชมป์ประกวดนวัตกรรมการเงิน FinTech Challenge2018คือทีม Credit OK กับแพลตฟอร์มช่วยคนไม่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยในงานประกวดผลงานนวัตกรรมทางการเงิน ฟินเทค ชาเลนจ์ 2018 : เดอะ ดิสคัฟเวอรี่ ร่วมกับสมาคมฟินเทคประเทศไทยว่า ในปัจจุบันการเข้าถึงตลาดทุนมีน้อยมากหรือประมาณ 3-4 ล้านคน เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ อย่างไรก็ตามประเมินว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตประจำวันของผู้บริโภคด้วย ไม่ใช่เฉพาะในภาคธุรกิจเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าจะเปิดการเปิดศักราชตลาดทุนด้วยเช่นกัน จากปัจจุบันที่มีมูลค่าการซื้อขายในตลาดทุนประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท อาจจะเพิ่มเป็นระดับแสนล้านบาท

“อีกด้านหนึ่งคือตลาดเงินสกุลดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) และการระดมทุนด้วยการเสนอขายเหรียญดิจิทัล (ไอซีโอ) ได้ผ่านจุดการเห่อแบบบ้าระห่ำมาแล้ว ซึ่งเมื่อก่อนเรื่องอะไรก็ตามที่แปะป้ายคริปโทเคอร์เรนซีหรือไอซีโอ จะมีคนกระโดดหรือกระโจนเข้าไปอย่างไม่ลืมหูลืมตา มุมมองของคนแบ่งแยกกันชัดเจน ฝ่ายหนึ่งบอกว่าเป็นเรื่องน่ากลัว มีการโกง ไม่น่าจะไปสนับสนุน ขณะที่อีกฝ่ายก็มองอย่างสุดโต่งว่าคริปโทเคอร์เรนซีจะมาแทนตลาดดั้งเดิม แต่ภาพปัจจุบัน คนเข้ามาอยู่ตรงกลางมากขึ้น ซึ่งถามว่าเป็นเพราะคนเหล่านั้นเปลี่ยนความคิดใช่หรือไม่ ก็ไม่เชิง แต่มองว่าเป็นวิวัฒนาการของตลาดมากกว่า สิ่งสำคัญคือจะพัฒนาตลาดทุนอย่างไรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนและสามารถสร้างความมั่งคั่ง (เวลท์) และคุณภาพชีวิตคนให้ดีขึ้นได้” นายรพีกล่าว

นายรพีกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล คาดว่าจะประกาศรายชื่อผู้กำกับดูแลไอซีโอที่ได้รับอนุญาตจากก.ล.ต. (ไอซีโอพอร์ทอล) ภายในสิ้นเดือนนี้ ส่วนความคืบหน้าเรื่องศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (เอ็กซ์เชนจ์) ตามบทเฉพาะกาล ทางก.ล.ต.ได้เสนอรายชื่อไปยังกระทรวงการคลังแล้ว 4-5 ราย ขณะนี้รออนุมัติ โดยประเมินว่าจะเปิดให้ทำไอซีโอได้ในช่วงเดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นไป

สำหรับแชมป์ชนะเลิศผลงานนวัตกรรมการเงินฟินเทค ชาเลนจ์ 2018 ได้แก่ ทีม Credit OK หรือแพลทฟอร์มที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเสี่ยงทางการเงินของผู้กู้ด้วยเทคโนโลยี Machine Learning เพื่อสร้าง “เครดิตสกอร์” ที่มีความน่าเชื่อถือให้กับกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ช่วยคนที่ไม่มีโอกาสในประเทศไทย (Finalcial Inclusion) โดยสร้างแพลทฟอร์มที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเสี่ยงทางการเงินของผู้กู้ด้วยเทคโนโลยี Machine Learning จากข้อมูลหลายแหล่ง  เช่น ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้า ข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลจากการใช้โซเชียลมีเดีย และแบบทดสอบทางจิตวิทยา เพื่อสร้าง “เครดิตสกอร์” ที่มีความน่าเชื่อถือให้กับกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน (Working Capital Loans)  ของสถาบันการเงิน  และมีโอกาสรับการพิจารณาการกู้ยืมเงินในการขยายธุรกิจที่เหมาะสม รวดเร็ว และด้วยความเสี่ยงที่ประเมินได้  ซึ่งนอกจากจะได้เงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืนแล้ว ยังช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ (Illegal Financing)ในสังคมไทย 

ที่ผ่านมาจากการทดลองใช้ระบบดังกล่าวนี้ มีมูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีการเติบโตประมาณ 8-10% จำนวนช่างทั้งหมด 2 แสนคน โดยปัจจุบันเครดิตโอเคมีผู้แทนจำหน่าย 71 ร้านค้า ในอนาคตจะมีการเจาะตลาดระดับล่างสุด คือกลุ่มช่างรายย่อย และขยายต่อไปในกลุ่มเกษตรกรรายย่อยด้วย เพื่อช่วยคนกลุ่มนี้ให้มีเครดิตในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ในที่สุด

ส่วนทุนนวัตกรรม รางวัลพิเศษ “Wealth Award” (รางวัล 50,000 บาท) ได้แก่ทีม “FINE” ผู้พัฒนา TAKETA (ทาเก็ตต้า) เป็นดิจิทัลแพลทฟอร์มบน Mobile Application (IOS & Android)  ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถ Monitor & Manage การเงินของตนเองได้ง่ายขึ้น ผ่าน “ประสบการณ์ใหม่” ในการจัดการเรื่องเงินและความมั่งคั่ง เพื่อตอบโจทย์การมี “อิสรภาพทางการเงิน” ที่เรียบง่าย ใช้งานสะดวก สัมผัสถึงความสนุกในการใช้งานไปพร้อมกับการเติบโตของทรัพย์สิน ความรู้ ความเข้าใจทางการเงิน

โดยเข้าสู่แพลทฟอร์มผ่าน Website หรือ Download Application และเลือก Character ของ User และ Mate (คู่หูทางการเงิน) พร้อมตั้งเป้าหมายทางการเงิน แพลตฟอร์มจะช่วยคำนวณอัตราส่วนทางการเงิน, แผนการเงิน, Portfolio ทางการเงินที่เหมาะสม และสนับสนุนให้ผู้ใช้งานเริ่มสร้างนิสัย/พฤติกรรมใหม่ ๆ ทางการเงินที่สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง  โดยมีการแสดงผลการเติบโต-ถดถอยของความมั่งคั่ง  แบ่งปันเคล็ดลับการลงทุน และกระตุ้นเตือนให้ลงข้อมูลรับ-จ่าย  ทั้งนี้ทุก ๆ การบันทึกจะได้รับคะแนนเพื่อนำไปแลกรับส่วนลด/สินค้า-บริการจากพาร์ทเนอร์ที่ร่วมสนับสนุน 

ทุนนวัตกรรมประเภท Popular Vote (รางวัล 50,000 บาท) ได้แก่ “ทีม JFINCoin” ผู้พัฒนา DDLP – Decentralized Digital Lending Platform บล็อกเชนแพลทฟอร์มที่ให้บริการกู้ยืมเงินสำหรับคนดี ที่นําเทคโนโลยบล็อคเชนซึ่งเป็นเทคโนโลยีเครือข่ายฐานข้อมูลแบบใหม่ที่ไม่มีคนกลางมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสินเชื่อรายย่อย (Micro Loan) ที่สถาบันการเงินใหญ่ไม่สามารถขยายการบริการได้เพียงพอเพราะมีค่าใช้จ่ายสูง  เป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรม ด้วยการทํางานระบบ Smart Contract ที่ทํางานได้เอง มาใช้ในระบบ Digital Lending ตั้งแต่ส่วนของการระบุตัวตน (KYC) การคํานวณเครดิต (Credit Scoring) และกระบวนการการกู้ยืม (Lending Process)  ซึ่งความสะดวกในการให้บริการนี้จะเป็นกุญแจสำคัญให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงบริการทางด้านการเงินเหล่านี้ได้ ไม่ต้องไปพึ่งเงินกู้นอกระบบที่จะนำมาซึ่งความสูญเสียในหลายๆด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม

นอกจากนี้ทุกทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ได้รับรางวัลชมเชย รางวัลละ 20,000 บาทด้วย

First posted: 8 พฤศจิกายน 2561 | 13:51