Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / เศรษฐกิจ / ร่างกฏหมายเว้นภาษีเอกชนลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก, มติ ครม.
ครม.ไฟเขียวร่างกฏหมายยกเว้นภาษีบริษัทเอกชนที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สาเหตุที่ทำให้โลกร้อน อุณหภูมิไทยเพิ่มสูงขึ้น
ครม.ไฟเขียวร่างกฏหมายยกเว้นภาษีบริษัทเอกชนที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สาเหตุที่ทำให้โลกร้อน อุณหภูมิไทยเพิ่มสูงขึ้น
Last updated: 15 พฤษภาคม 2562 | 20:58
คณะรัฐมนตรีไฟเขียวร่างกฏหมาย พ.ร.ฎ ยกเว้นภาษีบริษัทเอกชนที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เฉพาะส่วนที่เกิดจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตในและนอกประเทศเป็นเวลา 3 รอบบัญชีต่อเนื่องกัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.63

15 พฤษภาคม 2562-นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติในหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ซึ่งเป็นมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไป และให้กระทรวงการคลังรับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษบกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

สำหรับมาตรการดังกล่าวนี้จะส่งผลให้รายได้การจัดเก็บภาษีของรัฐบาลลดลง 280 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นข่าวดี เพราะยิ่งมียอดสูงมากขึ้นเท่าไหร่แสดงว่ามีบริษัทที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากเท่านั้น

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีภาคเอกชนสามารถนำปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปขายในตลาดคาร์บอนเครดิตได้ โดยกำหนดให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิในการดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ เฉพาะส่วนที่เกิดจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตไม่ว่าจะกระทำในประเทศหรือนอกประเทศเป็นเวลาสามรอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.63

ทั้งนี้ ประเทศไทยประสบปัญหาภาวะโลกร้อนเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆทั่วโลก เนื่องจากมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับที่ 31 ของโลก หรืออันดับ 4 ของอาเซียน ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของไทยสูงขึ้น จำนวนวันที่มีอากาศร้อนเพิ่มขึ้น ระดับน้ำทะเลมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น 20 มิลลิเมตรต่อปี นับตั้งแต่ปี 2503 เป็นเหตุให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งอ่าวไทยถึงขั้นวิกฤติ รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ การสร้างความตระหนักในสังคม และในระดับนโยบาย ควรมีการทำงานที่เชื่อมโยงกันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม ต้องดำเนินยุทธศาสตร์ด้านการลดโลกร้อนอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับระดับท้องถิ่นที่ต้องสร้างความร่วมมือของชุมชนให้เกิดการมีส่วนร่วม เพื่อเป็นปราการหนึ่งในการพิทักษ์สุขภาพจากโลกร้อน

ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงในประเทศไทยที่เกิดจากภาวะโลกร้อน ส่งผลให้จำนวนวันที่ร้อนกว่า 35 องศา มีมากขึ้น โดยภาคที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นในช่วงกลางวันคือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคเหนือตอนล่าง ในช่วงเดือนเมษายน จะมีอุณหภูมิประมาณ 42-43 องศา ส่วนคืนที่เย็นจะหายไปเรื่อยๆ

นอกจากนี้ ผลกระทบจากมลพิษทางอากาศที่เกิดจากปัญหาฝุ่นพิษและหมอกควัน โดยในภาคเหนือ มีผู้ป่วยจากระบบทางเดินหายใจ มีผู้ป่วยด้วยโรคถุงลมโป่งพองสูงสุด เพราะมีปริมาณฝุ่นสูงสุด

 

First posted: 15 พฤษภาคม 2562 | 20:58