Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / สังคม / จัดระเบียบทางเท้า
เปิดแผน 'จัดระเบียบ' ทางเท้า วาระเปลี่ยนโฉมเมืองหลวง ท้าทายความยั่งยืนหลังหมดยุค 'คสช.'
เปิดแผน 'จัดระเบียบ' ทางเท้า วาระเปลี่ยนโฉมเมืองหลวง ท้าทายความยั่งยืนหลังหมดยุค 'คสช.'
Last updated: 24 เมษายน 2558 | 11:28
เป็นเวลาเกือบ 1 ปีที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) รับไม้ต่อจากรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในการปูพรม"จัดระเบียบ"ทางเท้าทั่วกรุงเทพฯ จากเสียงเรียกร้องของประชาชนที่สะท้อนให้หน่วยงานกทม.แก้ปัญหาที่ฝั่งรากลึกมานาน ถึงแม้จะมีแรงกระเพื่อมจากผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบบ้าง แต่ในแง่"ผลงาน" ภาพรวมทั้งหมด กทม.ถือว่าสอบผ่านจากการเปลี่ยนแปลงเมืองหลวงให้เรียบร้อยและดีกว่าเดิม

นโยบายการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่ แผงลอยเพื่อคืนทางเท้าให้ประชาชน ล่าสุดกทม.ได้ดำเนินการแล้ว จำนวน 28 จุด ในพื้นที่ 16 เขต อาทิ ถนนราชดำเนิน ริมคลองหลอด ปากคลองตลาด โบ๊เบ๊ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนอโศกมนตรี หรือบริเวณหน้าพารากอน รวมผู้ค้า 12,575 ราย ส่วนผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบต่อการเปลี่ยนกรุงเทพฯครั้งนี้ กทม.ได้จัดสถานที่ทำการค้าไว้ 11 แห่ง รองรับได้จำนวน 12,444 แผงค้า พร้อมช่วยเจรจากับผู้ประกอบการหรือเจ้าของพื้นที่บางแห่ง ให้ยกเว้นค่าเช่าในช่วง 3-6 เดือนแรก เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน

ที่ผ่านมากทม.ได้ร่วมมือกับกองบัญชาการตรวจนครบาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่รู้จักดีของ"พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ" ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแม่ทัพใหญ่ในการปูทางการจัดระเบียบครั้งนี้ โดยนโยบายที่กทม.เน้นย้ำต่อการปฏิบัติกับผู้ค้าต้อง"เจรจา" และขอความร่วมมือเพื่อหลีกเลี่ยงการ"ปะทะ" ให้มากที่สุด โดยเฉพาะผู้ค้าที่อยู่ในพื้นที่จุดผ่อนผันต้องปฏิบัติเป็นไปตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่กทม.กำหนดอย่างเคร่งครัด หากกทม.พบว่ามีพื้นที่ใด"ฝ่าฝืน"กติกาที่ให้ไว้ จะถูกยกเลิกพื้นที่ผ่อนผันนั้นทันที

ทั้งนี้ คิวต่อไปกทม.ได้ปักธง 4 พื้นที่สำคัญในการรุกคืบจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอยเพิ่มเติม ได้แก่ 1.บริเวณปากคลองตลาด และใต้สะพานพระปกเกล้าเขตพระนคร 2.บริเวณพื้นที่รอบวงเวียนใหญ่ เขตคลองสาน และธนบุรี 3.บริเวณถนนมหาจักร เขตสัมพันธวงศ์ และ4.บริเวณผ่อนผันถนนจักรเพชร-พาหุรัด-ตรีเพชร เพื่อให้พื้นที่ทั้งหมดเป็นระเบียบเรียบร้อย ประชาชนสามารถใช้ทางเท้าสัญจรได้อย่างสะดวก และลดผลกระทบต่อปัญหาการจราจรให้มากที่สุด โดยดำเนินการควบคู่ไปกับจุดผ่อนผ่อนที่กทม.ได้กำหนดไว้

 

 

เมื่อมาดูพื้นที่จุด"ผ่อนผัน" กทม.ได้กำหนดไว้ 4 รูปแบบประกอบด้วย "รูปแบบที่ 1" พื้นที่จุดผ่อนผัน ให้ทำการค้าในช่วงเวลาเดิมตามประกาศกทม. เรื่อง "กำหนดจุดผ่อนผันให้ทำการค้าหาบเร่-แผงลอย ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2548" โดยดำเนินการจัดระเบียบ ตีเส้นกำหนดแนวตั้งวางและเวลาทำการค้าให้ชัดเจน ห้ามตั้งวางอุปกรณ์การค้าและสินค้าล้ำลงบนผิวการจราจร โดยให้เก็บอุปกรณ์การค้าหลังเลิกทำการค้าทุกครั้ง มีจำนวน 5 จุด ในพื้นที่ 4 เขต จำนวนผู้ค้า 1,183 ราย 1.บริเวณปากซอยอุดมสุข ถนนสุขุมวิท เขตบางนา ผู้ค้า 223 ราย 2.ปากซอยอ่อนนุช ถนนสุขุมวิท เขตวัฒนา ผู้ค้า 66 ราย 3.ถนนราชปรารภ ประตูน้ำ เขตราชเทวี ผู้ค้า 602 ราย 4.ถนนราชปรารภ ประตูน้ำ เขตราชเทวี ผู้ค้า 602 ราย และ5.หน้าศูนย์การค้าบิ๊กซี ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน ผู้ค้า 292 ราย

 

"รูปแบบที่ 2" พื้นที่นอกจุดผ่อนผัน ทำการค้า 2 รอบเวลา จัดระเบียบให้ทำการค้าตามเวลาที่กำหนด ห้ามตั้งวางอุปกรณ์การค้าและสินค้าล้ำลงบนผิวการจราจร โดยให้เก็บอุปกรณ์การค้าหลังเลิกทำการค้าทุกครั้ง มีจำนวน 4 จุด ในพื้นที่ 4 เขต จำนวนผู้ค้า 1,677 ราย 1.บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน ผู้ค้า 326 รายผู้ค้ารอบกลางวันตั้งวางแนวเดียวชิดด้านใน ส่วนรอบกลางคืนตั้งวางสองแนวเว้นช่องทางเดินตรงกลาง 2.บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม(โบ๊เบ๊) ถนนกรุงเกษม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ผู้ค้า 977 ราย เป็นผู้ค้ากลางวัน 342 ราย ผู้ค้ารอบกลางคืน 635 ราย โดยให้ผู้ค้ารอบกลางวัน ตั้งแนวเดียวชิดริมคลอง 200 แผง ทำการค้าเวลา 09.00-16.00 น. ส่วนผู้ค้าที่ไม่สามารถจับสลากได้แผงในรอบกลางวัน ให้ไปจับสลากขายในรอบกลางคืน

โดยให้ผู้ค้าจัดทำแผงค้ารูปแบบเดียวกันและจัดระเบียบผู้ค้าตั้งวางตามที่กำหนดแล้ว ส่วนผู้ค้าช่วงกลางคืนให้ตั้งสองแนว เว้นช่องว่างตรงกลางให้ประชาชนเดินได้ จัดแผงค้าได้ 660 แผง ขายช่วงเวลา 23.00-05.00 น. มีการจับสลากผู้ค้าลงทำการค้าตามแผงที่จัดไว้แล้วและอยู่ระหว่างจัดทำแผงค้าให้เป็นรูปแบบเดียวกัน 3.ถนนข้าวสาร เขตพระนคร ผู้ค้า 273 ราย แบ่งเป็นผู้ค้ารอบกลางวัน 133 ราย ผู้ค้ารอบกลางคืน 140 ราย จัดระเบียบให้ทำการค้าที่เดิม ให้รื้อแผงค้าที่ยึดติดกับตัวอาคารออกห้ามตั้งวางล้ำผิวจราจรทั้งเวลากลางวันและกลางคืน โดยให้เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารรื้อโครงหลังคาเหล็ก กันสาดที่ต่อเติมยื่นล้ำออกมาในที่สาธารณะทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบแผงค้าให้เป็นรูปแบบเดียวกัน สอดคล้องกับสภาพของถนนข้าวสารซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และ4. ถนนบางกระดี่ เขตบางขุนเทียน ผู้ค้า 101 ราย ให้ผู้ค้าตั้งแผงค้าแนวเดียวชิดหน้าอาคารทั้งหมด

 

"รูปแบบที่ 3" พื้นที่จุดผ่อนผันและนอกจุดผ่อนผัน ให้ปรับเปลี่ยนเวลาทำการค้า ยกเลิกเวลาทำการค้าในช่วงเวลากลางวัน ให้ทำการค้าตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ห้ามตั้งวางอุปกรณ์การค้าและสินค้าล้ำลงบนผิวการจราจรและให้ เก็บอุปกรณ์การค้าหลังเลิกทำการค้าทุกครั้ง มีจำนวน 7 จุด ในพื้นที่ 7 เขต จำนวนผู้ค้า 2,921 ราย ได้แก่ 1.ถนนสุขุมวิท 2 ฝั่ง ซอยสุขุมวิท 1-107 และซอยสุขุมวิท 2-70/5 เขตวัฒนา เขตคลองเตย เขตพระโขนง และเขตบางนา เป็นผู้ค้าในจุดผ่อนผัน 532 ราย ผู้ค้านอกจุดผ่อนผัน 195 ราย รวมผู้ค้า 727 ราย ให้เลิกทำการค้าช่วงเวลากลางวันแล้วขายช่วงกลางคืน 19.00-02.00 น. 2.บริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เขตราชเทวี ผู้ค้า 137 ราย (ในจุดผ่อนผัน) ให้เลิกทำการค้าช่วงกลางวันมาขายช่วงกลางคืน 19.00 - 24.00 น. 3.หน้าศูนย์การค้าสยามสแควร์ ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน ผู้ค้า 470 ราย (นอกจุดผ่อนผัน)

4.ถนนรามคำแหง เขตบางกะปิ ผู้ค้า 488 ราย เป็นผู้ค้าในจุดผ่อนผันจำนวน 8 จุด เลิกทำการค้าช่วงเวลากลางวันมาขายเฉพาะกลางคืน 19.00-02.00 น. และให้เจ้าของอาคารรื้อส่วนที่ต่อเติมล้ำออกมาในที่สาธารณะทั้งหมด 5.บริเวณหน้าวัดหัวลำโพง ถนนพระราม 4 เขตบางรัก ผู้ค้า 72 ราย (นอกจุดผ่อนผัน) ให้ขายเฉพาะกลางคืนตั้งแต่เวลา 19.00-02.00 น. 6.ถนนสีลม เขตบางรัก ผู้ค้า 850 ราย (นอกจุดผ่อนผัน) แบ่งเป็นถนนสีลมขาเข้าจากแยกถนนพระราม 4 ถึงสีลมซอย 7 ผู้ค้า 299 ราย ส่วนถนนสีลมขาออกตั้งแต่สีลมซอย 10 ถึงแยกพระราม 4 ผู้ค้ารอบกลางวัน  ผู้ค้า 551 ราย และ7.บริเวณถนนอโศกมนตรี เขตวัฒนา เป็นผู้ค้าในจุดผ่อนผัน 2 จุด ผู้ค้า 28 ราย ผู้ค้านอกจุดผ่อนผัน 149 ราย รวมผู้ค้า 177 ราย จัดระเบียบโดยให้ผู้ค้าในจุดผ่อนผันทำการค้าตั้งแต่เวลา 19.0024.00 น. ผู้ค้านอกจุดผ่อนผันไม่ให้ทำการค้าตลอด 24 ชั่วโมง

 

"รูปแบบที่ 4" พื้นที่ที่ห้ามตั้งวางสินค้าโดยเด็ดขาดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นจุดที่มีผลกระทบต่อการจราจรเป็นอย่างมาก เป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้สถานที่สำคัญ ๆ เช่น พระบรมมหาราชวัง สถานที่ราชการ โบราณสถาน เป็นต้น มีจำนวน 13 จุด ในพื้นที่ 8 เขต ผู้ค้า 6,794 ราย ได้แก่ 1.ริมคลองคูเมืองเดิมและโดยรอบศาลฎีกา ถนนอัษฎางค์ ถนนราชินีและถนนราชดำเนินใน เขตพระนคร ผู้ค้าประมาณ 1,000 ราย เป็นผู้ค้านอกจุดผ่อนผัน ให้เลิกทำการค้าทั้งหมด และผู้ค้าส่วนใหญ่ย้ายไปทำการค้าที่ตลาดเอกชนในถนนท่าดินแดง เขตคลองสาน ตลาดสถานีขนส่งสายใต้เก่า เขตบางกอกน้อย ตลาดสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ เขตตลิ่งชัน 2.ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร ผู้ค้า 157 ราย เป็นผู้ค้านอกจุดผ่อนผัน ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลให้เลิกทำการค้าทั้งหมด ผู้ค้าส่วนใหญ่ย้ายไปสนามบินน้ำ และบางรายก็ย้ายเข้าไปขายในซอยใกล้เคียงในที่ที่ไม่กีดขวาง  

3.ถนนสีหบุรานุกิจ หน้าตลาดจตุจักร 2 เขตมีนบุรี ผู้ค้า 376 ราย เป็นผู้ค้าในจุดผ่อนผัน 55 ราย ผู้ค้านอกจุดผ่อนผัน 321 ราย ให้ผู้ค้าย้ายเข้าไปทำการค้าในตลาดนัดจตุจักร 2 ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง 4.บริเวณรอบตลาดจตุจักร ถนนพหลโยธิน ถนนกำแพงเพชร 1 ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร ผู้ค้า 559 ราย ส่วนใหญ่มีแผงค้าภายในตลาดนัดจตุจักรแล้ว 5.หน้าโรงพยาบาลศิริราช ถนนวังหลัง เขตบางกอกน้อย ผู้ค้า 72 ราย ยกเลิกจุดผ่อนผันและให้เลิกทำการค้าทั้งหมด 6.ถนนหน้าพระลาน ถนนหน้าพระธาตุ และถนนมหาราช (ท่าช้าง -ท่าเตียน) เขตพระนคร ผู้ค้าประมาณ 400 ราย 7.หน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์รัชโยธินถึงปากซอยพหลโยธิน 33-35 ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร ผู้ค้านอกจุดผ่อนผัน 177 8.ซอยศรีนครินทร์ 55 ถึงทางเข้าสวนหลวง ร.9 ประตู 5 (มณฑารพ) ถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ 237 ราย

9.ถนนดินสอ เขตพระนคร ผู้ค้า 32 ราย ได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบศาลาว่าการกทม. และกำหนดไม่ให้มีผู้ค้าทำการค้าบนทางเท้าตลอด 24 ชั่วโมง 10.ถนนพญาไม้ เขตคลองสาน ผู้ค้า 61 ราย 11.หน้าบ้านมนังคศิลา(ตลาดมหานาค) ถนนหลานหลวง เขตดุสิต ผู้ค้า 175 ราย ยกเลิกจุดผ่อนผัน 12.บริเวณตลาดคลองถม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ผู้ค้าในจุดผ่อนผันจำนวน 7 จุด ผู้ค้า 67 ราย ผู้ค้านอกจุดผ่อนผัน ประมาณ 3,500 ราย ทำการค้าบนทางเท้า ประมาณ 1,200 ราย ทำการค้าบนผิวการจราจร ประมาณ 2,300 ราย จัดระเบียบ ผู้ค้าในจุดผ่อนผันให้ทำการค้าเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กรุงเทพมหานครกำหนด และยกเลิกการค้านอกจุดผ่อนผันตลอด 24 ชั่วโมง และ13.บริเวณหน้าอาคารสินสาทรถนนกรุงธนบุรี เขตคลองสาน ยกเลิกผู้ค้านอกจุดผ่อนผัน 48 ราย

ทั้งหมดจึงเป็นความคืบหน้าวาระการเปลี่ยนแปลงหน้าตากรุงเทพฯ ซึ่งส่วนใหญ่ถือว่าได้"พลิกโฉม" ทางเท้าให้กลับคืนให้สาธารณะ แต่ที่สุดแล้วเมื่อรัฐบาลคสช.ได้พ้นการทำหน้าที่อีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า ก็มี"คำถาม"ที่ดังขึ้นว่าแผนการจัดระเบียบของกทม.ไม่ว่าจะเป็นสมัยของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร หรือผู้ว่าฯกทม.คนใหม่จะมีความยั่งยืนอีกหรือไม่ หากงานนี้"ทางเท้า" คนเมืองหลวงกลับมาไร้ระเบียบเช่นเดิม สิ่งที่กทม.ลงทุนและลงแรงมาก็ไม่ต่างอะไรกับการเสียของ จึงเป็นหน้าที่ของ"ผู้รับผิดชอบ"ที่จะต้องสานต่อไม่ให้เป็นเพียงนโยบาย"ไฟไหม้ฟาง"เท่านั้นเอง

 

 

First posted: 24 เมษายน 2558 | 11:05