Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / สังคม / แชทยืมเงินเท่ากับทำสัญญากู้ยืมเงิน, สำนักปลัดกระทรวงยุติธรรม
'แชตขอยืมเงิน' เท่ากับทำสัญญากู้ยืม รัฐแนะเจ้าหนี้แคปหน้าจอแชต-เก็บอี-สลิปไว้
'แชตขอยืมเงิน' เท่ากับทำสัญญากู้ยืม รัฐแนะเจ้าหนี้แคปหน้าจอแชต-เก็บอี-สลิปไว้
อินโฟกราฟฟิก'แชตขอยืมเงินเท่ากับการทำสัญญากู้ยืมเงิน'
Last updated: 14 มิถุนายน 2561 | 14:02
สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ชี้ แชตขอยืมเงินเท่ากับการทำสัญญากู้ยืมเงิน แนะถ้าเจ้าหนี้จะฟ้องให้แคปหลักฐานข้อความสนทนา หลักฐานบัญชีผู้กู้ และหลักฐานการโอนเงินผ่านธนาคาร หรือ แอปพลิเคชันไว้

14 มิถุนายน 2561-กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้จัดทำอินโฟกราฟิก หัวข้อ แชตขอยืมเงินเท่ากับการทำสัญญากู้ยืมเงินระบุว่า ปัญหาการให้กู้ยืมเงิน แต่ผู้ยืมไม่นำเงินมาคืน และเมื่อแจ้งความดำเนินคดีก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือสัญญากู้ยืมเงินที่มีการลงลายมือชื่อผู้กู้ยืม มีเพียงแต่การพูดคุยสนทนาตกลงกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น

ในกรณีการยืมเงินผ่านแชตเช่นนี้ ตามมาตรา 7, 8, 9 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และคำพิพากษาฎีกาที่ 8089/2556 เจ้าหนี้สามารถใช้การสนทนาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เป็นหลักฐานการกู้ยืมเงิน หรือฟ้องคดีได้ โดยให้ถือว่าข้อความดังกล่าวเป็นหนังสือและหลักฐานการกู้ยืมเงิน

โดยให้รวบรวมหลักฐานดังนี้ 1. หลักฐานข้อความสนทนาในการขอกู้ยืมเงินผ่านแชต หรือกล่องข้อความออนไลน์ 2. หลักฐานบัญชีของผู้กู้ยืมเงิน 3. หลักฐานการโอนเงินผ่านธนาคาร หรือ แอปพลิเคชันของธนาคาร ทั้งนี้ หากชื่อบัญชีผู้ใช้ในสื่อสังคมออนไลน์ กับชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารไม่ตรงกัน ควรให้ผู้ขอกู้ยืมเงินยืนยัน และอธิบายว่าบัญชีธนาคารเป็นของใคร และเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ขอกู้ยืมเงิน

First posted: 14 มิถุนายน 2561 | 14:02