Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / สังคม / ทีมหมูป่า 4 คนได้สัญชาติไทย, โค้ชเอก, เอกพล จันทะวงษ์
เฮลั่นแม่สาย! ทีมลูกหมูป่าและพระโค้ชเอก 4 คนได้สัญชาติไทยพร้อมปฏิญาณตนเป็นพลเมืองไทยร่วมกับผู้มีสิทธิอื่นรวม 30 คน
เฮลั่นแม่สาย! ทีมลูกหมูป่าและพระโค้ชเอก 4 คนได้สัญชาติไทยพร้อมปฏิญาณตนเป็นพลเมืองไทยร่วมกับผู้มีสิทธิอื่นรวม 30 คน
พระโค้ชเอกและเด็กทีมหมูป่าอีก3คนได้รับสัญชาติไทยพร้อมกับผู้มีสิทธิคนอื่นรวม 30คนตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508
Last updated: 8 สิงหาคม 2561 | 23:51
ทีมลูกหมูป่ากับพระโค้ชเอก 4 คนยินดีได้สัญชาติไทยแล้ว ทั้งด.ช.อดุลย์ สามอ่อน,ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม ,ด.ช.พรชัย คำหลวง และนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ โค้ชเอก กล่าวปฏิญาณตนเป็นพลเมืองไทยและรับบัตรประชาชนร่วมกับผู้มีสิทธิคนอื่นรวม 30 คนที่มีคุณสมบัติครบตาม พรบ.สัญชาติ 2508

8 สิงหาคม 2561- ที่ว่าการ อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย ได้ทำพิธีการปฏิญาณตนเป็นพลเมืองไทยและมอบบัตรประชาชนให้กับบุคคลที่ได้รับสถานะเป็นสัญชาติไทย ตามมาตรา 7ทวิ และมาตรา 23 ตาม พ.ร.บ.สัญชาติ ทั้งหมด 30 คน

ในกลุ่มนี้พบว่ามีพระวิสารโทภิกขุหรือพระเอกพล จันทะวงษ์ หรือพระโค้ชเอก อายุ 25 ปีหนึ่งในทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาดามีที่เคยติดอยู่ในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย ระหว่างวันที่ 23 มิ.ย.-11 ก.ค.ที่ผ่านมาและได้รับการช่วยเหลือออกมาจนปลอดภัย ปัจจุบันบวชอยู่วัดพระธาตุดอยเวา อ.แม่สาย อยู่ด้วย 

นอกจากนี้ยังมีลูกทีมหมูป่าอะคาดามีอีก 3 คนประกอบด้วย ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน อายุ 14 ปี ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม หรือน้องมาร์ค อายุ 13 ปี และ ด.ช.พรชัย คำหลวง หรือน้องตี๋ อายุ 16 ปีได้รับสัญชาติไทยเช่นเดียวกัน

โดยพระโค้ชเอกได้รับสัญชาติไทยตามมาตรา 23 ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551
ส่วนเด็กๆ อีก 3 คนได้รับตามมาตรา 7 (ทวิ) ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 และ(ฉบับที่ 4 ) พ.ศ.2551

นายอำเภอแม่สายได้กล่าวชี้แจงถึงความเป็นมาและอธิบายให้ทุกคนได้รับทราบรวมทั้งได้นำกล่าวปฏิญาณตน และให้โอวาทสร้างความยินดีให้กับทั้งหมดเป็นอย่างยิ่ง

นายสมศักดิ์ กล่าวว่าในช่วงกลางเดือน ส.ค.นี้จะมีการพิจารณาบุคคลตามมาตรา 7 (ทวิ) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 135 ราย กระนั้นปัญหาหลักของพื้นที่คือการให้สถานะบุคคลเพราะมีความสลับซับซ้อนดูเหมือนยุ่งยากตนจึงขอกำลังไปยังทางจังหวัดเพิ่มเติม รวมทั้งมีองค์กรพัฒนาเอกชน 5-6 องค์กรเข้ามาสนับสนุน เพราะมีผู้เข้ามายื่นขอสถานะประมาณ 27,000 ราย มีกลุ่มเด็กที่ต้องตรวจสอบสถานะอีกประมาณ 3,500 ราย รวม 2 กลุ่มก็เป็นจำนวนกว่า 32,000 คนแล้ว และยังมีประชากรแฝงที่ไม่มีสถานะใดๆ อีกกว่า 50,000-70,000 ราย 

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีผู้ได้รับสัญชาติไทยครั้งนี้แล้วก็จะได้รับสิทธิเป็นคนไทยเต็มตัว ผู้ที่ได้แล้วจึงต้องรักษาเอาไว้ 

สำหรับหน้าที่ของเด็กๆ ก็คือตั้งใจเรียนก่อนถ้าสงสัยก็ถามพ่อแม่ผู้ปกครองดูว่ากว่าจะได้รับสัญชาตินั้นยากลำบากอย่างไรบ้าง โตมาให้กตัญญูอย่าลืมพ่อแม่ หลายคนอยากได้ยังไม่ได้จะเดินทางไปมาก็ยากลำบากกว่ามาก หน้าที่ต่อไปคือเคารพเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์

 

 

First posted: 8 สิงหาคม 2561 | 23:46
Source :
  • เฟซบุ๊ก PR. Chiangrai