Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / สังคม / วัดพระบาทน้ำพุ, เจ้าคุณอลงกต, ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV, เงินบริจาค
โลกออนไลน์เรียกร้องบริจาคช่วยวัดพระบาทน้ำพุ สร้างอาชีพผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ขณะที่ 'เชษฐ์​ สไมล์บัฟฟาโล'นักดนตรีเตรียมวิ่งการกุศลวันที่ 23 มี.ค.นี้
โลกออนไลน์เรียกร้องบริจาคช่วยวัดพระบาทน้ำพุ สร้างอาชีพผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ขณะที่ 'เชษฐ์​ สไมล์บัฟฟาโล'นักดนตรีเตรียมวิ่งการกุศลวันที่ 23 มี.ค.นี้
โลกออนไลน์โพสต์ภาพหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ขณะเดินบิณฑบาตในกรุงเทพปีละครั้ง
Last updated: 15 มีนาคม 2562 | 21:54
เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ กล่าวถึงการเดินบิณฑบาตที่ปรากฏภาพและข้อความในโลกออนไลน์ว่า ทุกปีก็จะเดินบิณฑบาตปีละครั้ง รับบริจาคเงินและสิ่งของปัจจัยพื้นฐานช่วยผู้ป่วย HIV และที่กำลังทำคือโครงการพัฒนาสร้างอาชีพฝึกให้ผู้ป่วยไม่เป็นภาระสังคม ไวยาวัจกรวัดเผยค่าใช้จ่ายวัดเฉลี่ยเดือนละ 4 ล้านบาท ขณะที่ศิลปินร็อก'เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล'เตรียมวิ่งการกุศลช่วยที่หาดแม่รำพึง ระยองวันที่ 23 มี.ค.นี้

15 มีนาคม 2562-พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ เจ้าคุณอลงกต ติกฺขปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ พร้อมคณะ เริ่มออกบิณฑบาตข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และปัจจัย เพื่อสบทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์ในความดูแลของวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี  โดยเริ่มออกบิณฑบาตที่วัดดวงแข เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ก่อนช่วงสายจะเริ่มเดินไปยังตลาดสามย่าน บรรยากาศมีประชาชนมารอถวายสิ่งของและเงินบริจาคจำนวนมาก

ปรากฏว่าในโลกออนไลน์ ได้มีการโพสต์ภาพหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี พร้อมระบุว่า “ฝากบอกตูนบอดี้สแลม และคนรวยๆ ช่วยวัดพระบาทน้ำพุ กันด้วยเถิดครับ ท่านต้องออกเดินทางไปหาเงินบริจาคทุกวัน ท่านเดินจะไม่ไหวอยู่แล้ว สงสารท่านมาก ช่วยท่านกันหน่อยเถิดครับ บริจาคให้วัดพระบาทน้ำพุกันเถิดครับผม”

เจ้าคุณอลงกตได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวช่องวัน 31 ว่า  การออกมาเดินบิณฑบาตจะมีขึ้นปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ซึ่งก็จะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ โดยแต่ละครั้งจะมีคำถามว่าเงินบริจาคของวัดไม่เพียงพออีกแล้วหรือ จึงต้องมาเดินขอรับบริจาค ซึ่งเจ้าคุณอลงกต ชี้แจงว่า การสร้างปัจจัยขั้นพื้นฐานให้ผู้ป่วยหลังการรักษาจำเป็นต้องใช้ทุนทรัพย์ตลอด อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่เงินบริจาคเท่านั้นที่เป็นสิ่งสำคัญ 

ปัจจุบันเรื่องของเงินบริจาคมีเพียงพอต่อการดูแลผู้ป่วย แต่สิ่งที่วัดกำลังทำคือพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานให้กับผู้ป่วย เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่ามีตัวยาและวิธีการรักษาผู้ป่วยเอดส์ให้ดีขึ้นแข็งแรงได้มากกว่าอดีต แต่เมื่อทุกคนมีร่างกายที่แข็งแรงแล้วก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม จึงทำให้วัดพระบาทน้ำพุต้องดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ จึงคิดโครงการสร้างอาชีพฝึกให้ผู้ป่วยมีชีวิตต่อไป โดยมุ่งเน้นการทำประโยชน์ให้ผู้อื่น เพื่อไม่ให้เป็นภาระของสังคม 

สำหรับผู้ป่วยที่จะเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ต้องมีใบตรวจโรค ว่าเป็นโรคเอดส์ ต้องไม่มีคนดูแล โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่นี่จะเป็นคนไม่มีญาติ หรือญาติไม่สามารถดูแลได้ โดยพาผู้ป่วยมาส่งไว้ที่นี่ และไม่กลับมาอีกเลยก็มี 

เจ้าคุณอลงกตเล่าถึงแนวคิดริเริ่มว่า ผู้ป่วยโรคเอดส์เป็นบุคคลที่น่าสงสาร ญาติพี่น้องก็ไม่เอา เพื่อนก็ไม่รัก คนเหล่านี้เหมือนถูกแบนจากสังคม ไม่มีใครแล้ว สิ้นหวัง ไร้ที่พึ่ง จึงคิดว่าควรจะมีสักที่หนึ่งที่สามารถให้ความช่วยเหลือพวกเขาได้ อย่างน้อยๆ มาตายที่วัดยังดีเสียกว่าตายอยู่ข้างถนน ถ้าวัดสามารถช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ก็เหมือนกับช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้วาระสุดท้ายของชีวิตได้เกิดความสงบ และยิ่งคนป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน อีกทั้งญาติๆ ของพวกเขาเองก็ไม่สามารถดูแลได้ ไม่มีคนดูแลอยู่ที่บ้าน บางคนไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง หรือบางคนไปหาใครเขาก็ถูกรังเกียจ โดยส่วนใหญ่ที่มาก็จะเป็นปัญหาครอบครัวทั้งนั้น ทำให้หลวงพ่ออลงกตต้องเป็นที่พึ่งให้พวกเขาต่อไปเรื่อยๆ

สำหรับเรื่อง ค่าใช้จ่ายของวัดพระบาทน้ำพุในปัจจุบันนั้น เฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 4 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าอาหารที่วัดต้องแบกรับภาระมากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ เนื่องจากทางวัดจะซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเอง เลี้ยงดูทั้งเด็ก คนชรา คนป่วย ประมาณ 1,700 คน หรือคิดเป็นรายหัววันละ 60 บาทต่อวันต่อคน นอกจากค่าอาหารแล้วยังมีค่าสาธารณูปโภคทั่วไป เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าดูแลรักษาซ่อมบำรุงต่างๆ และหลวงพ่อยังมอบเงินให้แก่ทุกๆ คน สัปดาห์ละ 100 บาท เพราะถึงแม้ว่าในวัดจะมีที่พัก มีอาหารให้ครบแล้ว แต่อย่าลืมว่าพฤติกรรมพื้นฐานของมนุษย์ บางครั้งก็อยากกินอย่างอื่นที่วัดไม่ได้จัดไว้ให้ เช่น น้ำอัดลม ขนม ซึ่งจะสามารถนำเงินส่วนนี้ไปซื้อได้ 

นายธนชัย ไม้ประดิษฐ์ ไวยาวัจกร วัดพระบาทน้ำพุ เปิดเผยว่า ตลอดทั้งสัปดาห์ หลวงพ่ออลงกต จะไปออกกิจนิมนต์ และได้พักวันอาทิตย์เพียงวันเดียว เมื่อมีญาติโยมนิมนต์หลวงพ่อตามกิจของสงฆ์ก็ต้องไป โดยหลวงพ่ออายุ 65 ปี แล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ต้องสู้เพื่อให้วัดอยู่ได้ และผู้ป่วยให้อยู่รอด เชื่อว่าคนไทยมีน้ำใจ คนไทยไม่เคยทิ้งกัน ปัจจัยเป็นเรื่องสำคัญ ถ้ามีใครบริจาคก็ยินดี เพราะมีผู้ป่วยหนักจำนวนมาก ผู้ป่วยพิการก็มี พร้อมน้อมรับความช่วยเหลือจากทุกคน

วัดพระบาทน้ำพุต้องการสิ่งของปัจจัยมาดูแลผู้ป่วย และเด็กกำพร้าเช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ถุงดำ สำลี รวมถึงสิ่งของอื่นๆ ที่จำเป็น โดยแต่ละวัน วัดต้องเลี้ยงคนทั้งวัดใช้ข้าวสารไม่ต่ำกว่า 150 กิโลกรัม และต้องขอขอบคุณผู้ใจบุญที่เข้ามาช่วยเหลือ ที่ผ่านมามีความปรารถนาดีมาโดยตลอด 

สำหรับรายรับ รายจ่าย ทุกบาท ทุกสตางค์ ที่มาจากพี่น้องทั้งแผ่นดิน วัดได้ชี้แจงทุกวันผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของวัด อย่างไรก็ตาม ใน 1 วัน ใช้เงินวันละ 1 แสน 3 หมื่นบาท คิดเป็นต่อเดือน วัดต้องจ่ายประมาณ 3 ล้าน 2 แสนบาทขึ้นไป เพื่อเป็นค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าอาหาร ค่าวัสดุสิ้นเปลือง ค่าซ่อมบำรุงภายในวัด ส่วนค่ายา รัฐบาลเป็นผู้ช่วยเรื่องนี้ โดย รพ.พระนารายมหาราช ลพบุรี เป็นผู้ช่วยเหลือ

ล่าสุดเฟสบุ๊คของนายวรเชษฐ์ เอมเปีย หรือ เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล ศิลปินนักร้องนักดนตรีร็อค ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีดังกล่าวโดยระบุข้อความว่า "มาราธอน ส่งบุญ 42 ก.ม. ช่วยวัดพระบาทน้ำพุ เป็นครั้งที่ 3 ด่วนมากครับ มีแต่คนขอมาเพราะหลายๆคนได้พบพระอาจารย์ อลงกต ท่านออก บิณฑบาตร เหนื่อยล้ามาก จึงมีแต่คนแจ้งให้ผมรีบช่วยด่วนอีกครั้งครับ วันที่23มีนาคม62 นี้เลยครับ (สถานที่วิ่ง ชายหาด แม่รำพึง จ.ระยอง) สู้ๆครับ รอพวกเรานะครับ ผมสู้ครับ ช่วงนี้คิวงานวิ่งหนักมาก แต่ ร่างกายและหัวใจ ผมสู้มากๆครับ วันวิ่ง ผมจะแจ้งเลข บัญชีจากทางวัดโดยตรง ให้ทุกท่านร่วมบุญโอนเข้าบัญชีของวัดแบบง่ายๆ โดยตรง เข้าวัดเลยครับ ระหว่างเส้นทางไม่มีการรับเงินเหมือนเดิมครับ..สาธุครับ รอนะครับ โครงการ เล็กๆ เรียบง่ายของพวกผม ที่ทำมาโดยตลอด ลงทุนกันเองด้วยใจ และสำเร็จได้ด้วยหัวใจ จิตอาสาบริสุทธิ์โดยแท้จริง ร่วมกับหัวใจจากทุกๆท่านครับ สู้ๆนะครับ"

 

 

 

 

 

 

 

First posted: 15 มีนาคม 2562 | 21:47