Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / สังคม / ศาลฎีกา, ฟ้องร้อง
แกะรอย 'ปรเมษฐ์' ฟ้องประธานศาลฎีกา ' ทำหน้าที่โดยมิชอบ' ส่อวิกฤตตุลาการ
แกะรอย 'ปรเมษฐ์' ฟ้องประธานศาลฎีกา ' ทำหน้าที่โดยมิชอบ' ส่อวิกฤตตุลาการ
Last updated: 10 มิถุนายน 2564 | 15:12
แทบไม่เคยเกิดขึ้นกับเหตุการณ์ที่ผู้พิพากษาจะยื่นฟ้องประธานศาลฎีกา แต่เหตุการณ์นี้ปรากฏเกิดขึ้นแล้ว...เพราะ มิ.ย.2564 นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ฟ้องนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา157 ประมวลกฎหมายอาญา

ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จากกรณีที่ประธานศาลฎีกา มีคำสั่งให้นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ ไปปฏิบัติภารกิจชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตามที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติเห็นชอบ ในการครั้งครั้งที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา 

ย้อนเวลาไปพิจารณามูลเหตุดังกล่าวจะพบว่าเมื่อวันที่ 7 พ.ค. นายปรเมษฐ์ ได้ยื่นฟ้อง นายอนุวัตร มุทิกากร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, น.ส.มรกต วัฒนรุ่งเรืองยศ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และนายนรินทร์ ทองคำใส รองเลขานุการศาลฎีกา เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ประมวลอาญา มาตรา 157 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งจำเลยทั้งสามเป็นคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานศาลยุติธรรมที่ 333/2564 วันที่ 25 มี.ค. 2564 ลงนามโดยประธานศาลฎีกา สอบสวนนายปรเมษฐ์  ที่ถูกกล่าวหาว่าเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ อท.48/2563 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1(กรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้มีคำสั่งลับที่ 333/2564 ลงวันที่ 25 มี.ค. 2564 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีนายปรเมษฐ์ถูกร้องเรียนกล่าวหาว่าเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดีหมายเลขดำ ที่ อท.84/2563 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 (คดีระหว่างนายประหยัด พวงจำปา อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช., น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. และนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157)

 

มีข้อมูลภายในแวดวงผู้พิพากษาและตุลาการยืนยันว่า หลังจากนายปรเมษฐ์ยื่นฟ้องนายอนุวัตร,น.ส.มรกตและนายนรินทร์นั้น "มีการประสานไกล่เกลี่ยกันด้านความไม่เข้าใจของสองฝ่าย  เเต่ยังไม่มีข้อยุติ "

 

อีกทั้งการฟ้องครั้งนั้นนายปรเมษฐ์มองว่าจำเลยทั้งสามปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากไม่มีการดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้นฯ  โดยการทำหน้าที่ของจำเลยทั้งสามมาจากการแต่งตั้งของประธานศาลฎีกา รวมทั้งการที่ประธานศาลฎีกาลงนามตามมติที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ครั้งที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2564 ที่มีมติเห็นชอบคำสั่งให้นายปรเมษฐ์ ในฐานะอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ไปช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งในคำสั่งนี้ของประธานศาลฎีกาตามมติที่ประชุมก.ต.นั้น นายปรเมษฐ์มิได้เห็นด้วยเช่นกัน

 

ข้อมูลภายในแวดวงผู้พิพากษาและตุลาการระบุว่าอาจเป็นไปได้อีกว่ามติที่ประชุมก.ต.ครั้งนั้นอาจจะฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้นฯ  ซึ่งนายปรเมษฐ์อาจจะยื่นฟ้องกรรมการที่เข้าร่วมลงมติต่อที่ประชุมก.ต.ครั้งดังกล่าว หากเกิดภาวะเช่นนี้จริงน่าจะเป็นอีกหนึ่งปัญหาการทำงานของแวดวงศาลยุติธรรม 

 

เพราะในอดีต วิกฤตตุลาการเคยบังเกิดขึ้น โดยเมื่อปี 2534-35 ผู้พิพากษาไม่เห็นด้วยกับรมว.ยุติธรรมในขณะนั้น ที่เข้ามาแทรกแซงกระบวนการแต่งตั้งประธานศาลฎีกา เพราะจะเป็นการถูกครอบงำโดยฝ่ายบริหาร(ช่วงนั้นกระทรวงยุติธรรมกำกับดูแลศาลยุติธรรม โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาอรรถคดี ต่อมา วันที่ 20 สิงหาคม 2543 ศาลยุติธรรมแยกออกจากกระทรวงยุติธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 โดยมีสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหน่วยงานอิสระ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นหน่วยงานธุรการของศาลยุติธรรม ) 

 

และเมื่อปี2560 นายศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาลอุทธรณ์  ไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา  โดยมีข้อมูลว่า  “ อนุ ก.ต.ประจำชั้นศาลทุกชั้นศาล ได้กลั่นกรอง เสนอความเห็นเกี่ยวกับการเลื่อนตำแหน่งดังกล่าวเสนอต่อ ก.ต.เพื่อประกอบการพิจารณา โดยที่ประชุม ก.ต.เห็นว่าในการพิจารณาแต่งตั้งผู้บริหารจะต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถ ในการบริหารงานศาลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหลักอาวุโส ซึ่งเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้งและการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ พ.ศ.2554 โดยที่ประชุม ก.ต.ได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางและพิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่เห็นชอบในการแต่งตั้ง ให้นายศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาลอุทธรณ์ ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าว แม้จะเป็นผู้ที่มีอาวุโสสูงสุดก็ตาม” โดยคราวนั้นก็เสมือนเกิดวิฤตตุลาการขึ้นแล้ว

 

ดังนั้นการยื่นฟ้องประธานศาลฎีกาในครั้งนี้ของนายปรเมษฐ์อาจจะเป็นอีกหนึ่งหน้าวิกฤตตุลาการที่มาจากการทำหน้าที่โดยมิชอบของฝ่ายตุลาการบางท่านก็เป็นได้....

 

เเละบวกกับเคสที่นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์  ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์คดีชำนาญการพิเศษ  และอดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ได้ทำหนังสือถึงนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาในช่วงกลางเดือนเม.ย.  โดยการร้องเรียนครั้งนี้ซึ่งเป็นการขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า ข้าราชการตุลาการกระทำผิดวินัย กรณีหาเสียงเพื่อให้ข้าราชการตุลาการลงคะแนนหรืองดเว้นลงคะแนนเลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 36 (3) แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 โดยนายชำนาญแนบสำเนาภาพถ่ายหน้าจอแอพลิเคชั่นไลน์มาประกอบการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นหลักฐานคือภาพหน้าจอเเพลิเคชั่นไลน์"สามรายคือ

 

รายที่ 1 ผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ไลน์ว่า “J29 Anuruk “ ในไลน์กลุ่มชื่อ "สภาตุลาการ"จำนวนห้าครั้ง  รายที่ 2 ผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ไลน์ว่า” S.tany “ในไลน์กลุ่ม "ศาลฎีกา"จำนวนสามครั้ง รายที่ 3 ผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ไลน์ว่า "rlek" ในไลน์กลุ่มชื่อ "Legal mind"จำนวนห้าครั้ง ในการหาเสียงเเละล็อบบี้กต.ในการลงคะเเนน

รวมเคสเลี่ยงภาษีนำเข้ารถโตโยต้า พรีอุส ที่มีปัญหาเลี่ยงภาษีเป็นเงินมหาศาล 11,000 ล้านบาท มีการกล่าวหาบิ๊กตุลาการรับสิบบนช่วยล้มคดีให้บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดซึ่งมีการตั้งกรรมการสอบสวนให้ได้ข้อสรุปใน1-2เดือนเเละมีการฟ้องร้องกล่าวโทษไปเเล้วนั้น

เท่ากับว่าช่วงนี้เเวดวงตาชั่งต้องเผชิญพายุร้อนหลายลูกทั้งในเเละนอกองค์กรเพื่อพิสูจน์ความจริงเเท้เเห่งความถูก-ผิดในเเต่ละการกระทำ

งานนี้คนวงในเเวดวงยุติธรรมต้องมีคำตอบ..มิใช่ปล่อยให้ลอยหายไปกับสายลม!!

 

 

First posted: 10 มิถุนายน 2564 | 13:27