Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / สาธารณสุข / เชื้อโคโรนา, ไวรัสสายพันธุ์ใหม่, สธ.รักษาหายคนไข้ชาวจีนรายแรก
รมว.สธ.เผยไทยรักษาอาม่าชาวจีนรายแรกที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่หาย-กลับจีนได้แล้ว และยกระดับเฝ้าระวัง-คัดกรองช่วงตรุษจีน
รมว.สธ.เผยไทยรักษาอาม่าชาวจีนรายแรกที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่หาย-กลับจีนได้แล้ว และยกระดับเฝ้าระวัง-คัดกรองช่วงตรุษจีน
Last updated: 14 มกราคม 2563 | 20:43
กระทรวงสาธารณสุขแถลงผู้ป่วยชาวจีนวัย61ปีที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ทางไทยได้รักษาหายแล้วไฟเขียวกลับเมืองจีนได้ และประกาศยกระดับการเฝ้าระวังเป็นระดับ 3ช่วงเทศกาลตรุษจีน มั่นใจไทยมีระบบคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ

14 มกราคม 2563-ที่สถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมนพ. สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสธ. และนพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยชาวจีนที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นและพบมีไข้ ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาการติดเชื้อไวรัสโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ห้องแยกโรคความดันลบ สถาบันบำราศนราดูร พร้อมมอบกระเช้าให้กับญาติผู้ป่วย

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ ผู้ป่วยอาการดีขึ้นเป็นปกติ ไม่มีไข้ นอนหลับได้  รอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการตามขั้นตอนทางการแพทย์ เนื่องจากต้องรอผลการยืนยันจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  และจากคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกัน เมื่อผลเป็นลบและเชื้อไวรัสหมดจากทางเดินหายใจแล้ว ก็ถือว่าผู้ป่วยหาย สามารถเดินทางกลับประเทศได้ อีก 3 รายที่เหลือเป็นเชื้อไข้หวัดธรรมดา ไม่มีเชื้อที่เราเฝ้าระวังอยู่ เนื่องจากมาจากเมืองอู่ฮั่นและมีไข้ จึงจำเป็นต้องแยกมาดูอาการ เมื่อหายแล้วมีความประสงค์จะอยู่เที่ยวต่อก็สามารถเที่ยวต่อได้

“อยากเรียนประชาชนว่าอย่าตื่นตระหนกเกินเหตุ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่มีคนเยอะแยะ เห็นคนไอจาม มีน้ำมูก หลีกเลี่ยงได้ก็ดี ดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรง โรคนี้ยังไม่มียารักษา ไม่มีวัคซีนป้องกัน เป็นการรักษาตามอาการให้ร่างกายเกิดภูมิต้านทานก็จะหายถ้ามาหาหมอทันเวลา ซึ่งไทยมีระบบการเฝ้าระวังโรค พบเร็วรักษาเร็ว ขอให้มั่นใจว่าเราประสานการทำงานร่วมกันภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ ทุกอย่างปฏิบัติตามขั้นตอนที่องค์การอนามัยโลกกำหนด ขอให้สบายใจได้”  

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขแถลงเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ว่าพบหญิงชาวจีนวัย 61 ปี จากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ป่วยจากเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 รายแรกในไทย โดยตรวจเจอที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  มีไข้สูง 38 องศาเซลเซียส มีภาวะโรคปอดอักเสบ หายใจเร็วเล็กน้อย และมีโรคประจำตัวอยู่เดิมคือ ความดันโลหิตสูง ก่อนเข้ามาเที่ยวในไทยเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงรับตัวเข้ามารักษาที่สถาบันบำราศนราดูร 

 

ส่วนคนใกล้ชิดเดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกัน 16 ราย ตรวจแล้วไม่พบเชื้อ โดยในจีนพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ทั้งสิ้น 59 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทุกรายมีประวัติสัมผัสกับตลาดค้าสัตว์ และอาหารทะเลแหล่งใหญ่ในเมืองอู่ฮั่น โดยเป็นคนงานหรือคนซื้ออาหารในตลาดดังกล่าว ไม่มีการติดต่อจากคนสู่คน

นายอนุทินกล่าวว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบ จากเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นรายแรกในไทย ที่ด่านควบคุมโรคสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งผู้ป่วยเป็นหญิงชาวจีน วัย 61 ปี มีไข้สูง 38 องศาเซลเซียส มีภาวะโรคปอดอักเสบ หายใจเร็วเล็กน้อย และมีโรคประจำตัวอยู่เดิมคือ ความดันโลหิตสูง ก่อนเข้ามาเที่ยวในไทยเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงรับตัวเข้ามารักษาที่สถาบันบำราศนราดูร ล่าสุดอาการปลอดภัย ไม่มีไข้ อาการปอดอักเสบคงที่ อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ (แล็บ) 2-3 วันก่อน จึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ ส่วนผู้ใกล้ชิดที่เดินทางมากับเที่ยวบินเดียวกันมี 16 คน ตรวจสอบแล้วไม่พบมีเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด

นายอนุทินกล่าวอีกว่า ผู้ป่วยรายนี้นับเป็นผู้ป่วยรายแรกที่พบนอกประเทศจีน โดยในจีนพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ทั้งสิ้น 59 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทุกรายมีประวัติสัมผัสกับตลาดค้าสัตว์ และอาหารทะเลแหล่งใหญ่ในเมืองอู่ฮั่น โดยเป็นคนงานหรือคนซื้ออาหารในตลาดดังกล่าว ไม่มีการติดต่อจากคนสู่คน อย่างไรก็ตาม รายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบแล้วและสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินมาตรการควบคุม รักษาโรคอย่างเต็มที่ และต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริง รวดเร็ว เพื่อให้คนที่อยู่ในประเทศไทยปลอดภัย ตนขอให้ความมั่นใจว่าระบบการตรวจสอบ คัดกรองและการรักษาของไทยมีประสิทธิภาพ สามารถดูแลโรคอันตรายได้ ขอประชาชนอย่าได้กังวล ทั้งนี้ประเทศไทยเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ใน 4 สนามบินหลัก ที่มีสายการบิน บินตรงจากเมืองอู่ฮั่นมาไทยตั้งแต่วันที่ 3-12 ม.ค. คัดกรองสายการบิน 58 เที่ยวบิน ผู้โดยสาร 9,122ราย พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 12 ราย ส่วนใหญ่ยืนยันเป็นเพียงไข้หวัดใหญ่ มีเพียงรายนี้เท่านั้นที่ยืนยันติดเชื้อตัวเดียวกันที่เมืองอู่ฮั่น

ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การตรวจพบผู้ป่วยรายแรกสะท้อนว่าระบบคัดกรองโรคของประเทศไทยไว้ใจได้ และขณะนี้กระทรวงยกระดับการเฝ้าระวังโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่เป็นระดับ 3 โดยเตรียมความพร้อมแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ห้องแยกโรคความดันเป็นลบ และห้องแล็บไว้รองรับตลอด 24 ชั่วโมง และมอบกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ประสาน รพ.เอกชน ให้ร่วมกันเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเช่นกัน ขณะที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ในการตรวจเชื้อผู้ป่วยชาวจีนรายนี้ใช้ห้องแล็บ 2 แห่ง คือกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ และเทียบรหัสพันธุกรรมเชื้อโรคจากจีนแล้วพบว่าตรงกัน จึงยืนยันว่าผู้ป่วยหญิงชาวจีนรายนี้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ส่วน รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา กล่าวว่า ความรุนแรงของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 เนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ที่มนุษย์ไม่เคยเจอ ร่างกายยังไม่มีภูมิ คุ้มกันโรคและเพิ่งพบรายงานเพียงเดือนเดียว เบื้องต้นจึงอ้างอิงข้อมูลความรุนแรงจากโรคติดเชื้อไวรัสตัวอื่นๆ เช่น ซาร์ส และเมอร์ส โคโรนาไวรัส มักจะทำให้มีอาการรุนแรงในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งเชื้อดังกล่าวเป็นเชื้อที่พบในค้างคาว ที่มีความใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสก่อโรคซาร์ส และเมอร์ส ทั้งนี้ในวันที่ 17 ม.ค.นี้จะมีการซักซ้อมแนวทางการควบคุมและรักษาโรคของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย

นอกจากนี้ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้เดิมมีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว แต่ที่ยังไม่อนุญาตให้ออกจากห้องแยกโรค เนื่องจากยังตรวจพบสารพันธุกรรมของโรคนี้ในเสมหะ ซึ่งเรายังไม่ทราบว่าจะแพร่เชื้อได้หรือไม่ ประกอบกับตอนนี้ประเทศไทยได้ยกระดับการควบคุมป้องกันโรคเป็นระดับ 3 แล้ว จึงต้องให้มั่นใจก่อนจึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ สำหรับเกณฑ์การรับตัวผู้ที่มีความเสี่ยงไว้ดูแลในห้องแยกโรคนั้น จะต้องมี 3 ข้อคือ มีไข้สูง มีอาการโรคทางเดินหายใจ และมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ทั้งนี้ใกล้เทศกาลตรุษจีนแล้ว จะมีชาวจีนเดินทางเข้ามายังประเทศไทย เพิ่มขึ้น มีเที่ยวบินมาที่สนามบินอู่ตะเภา กับสนามบินกระบี่เพิ่มเติม ดังนั้นจะต้องเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ เรายังได้ประสานและจัดทำคำแนะนำไปยังโรงแรม กรุ๊ปทัวร์ชาวจีนเพื่อช่วยกันเฝ้าระวังโรคด้วย

First posted: 14 มกราคม 2563 | 20:40