Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / สิ่งแวดล้อม / บ้านพักข้าราชการตุลาการ, หมู่บ้านป่าแหว่ง, ชูโชค อายุพงศ์
หัวหน้าศูนย์ภัยพิบัติ มช.พร้อมคณะอนุกก.ฯฟันธงต้องรื้อหมู่บ้านป่าแหว่ง ขณะที่เครือข่ายฯกังวลผู้รับเหมาเลื่อนส่งมอบพื้นที่ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้
หัวหน้าศูนย์ภัยพิบัติ มช.พร้อมคณะอนุกก.ฯฟันธงต้องรื้อหมู่บ้านป่าแหว่ง ขณะที่เครือข่ายฯกังวลผู้รับเหมาเลื่อนส่งมอบพื้นที่ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้
รศ.ชูโชค อายุพงศ์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Last updated: 13 มิถุนายน 2561 | 17:55
หัวหน้าศูนย์จัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่พร้อมคณะอนุกรรมการศึกษาการสร้างหมู่บ้านป่าแหว่ง ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ ฟันธงต้องรื้อเพราะสร้างบนพื้นที่ไม่เหมาะสม ขณะที่เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพกังวลผู้รับเหมาจะเลื่อนส่งมอบพื้นที่ให้กับศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในวันที่ 18 มิถุนายนนี้

12 มิถุนายน 2561-คณะอนุกรรมการการศึกษาการดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้พื้นที่เป็นป่าสมบูรณ์ กรณีก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ (อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางเข้าพื้นที่จริงที่เกิดเหตุ หลังจากกรมธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ได้แจ้งขอไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 5 แล้ว

ต่อมา รศ.ชูโชค อายุพงศ์  หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะอุนกรรมการฯได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวไว้ว่า

“12 มิ.ย 2561...ทั้งแหว่งทั้งชัน.!!เป็นผู้แทนศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มช. ในฐานะกรรมการของจังหวัด ลงพื้นที่โครงการบ้านพักตุลาการ เก็บข้อมูลการใช้พื้นที่ เพื่อตอบโจทย์ประเด็นความเหมาะสมของการเลือกพื้นที่และควรรื้อหรือไม่..เท่าที่ดู เดินไปหอบไป สามารถตอบได้อย่างไม่ต้องวิเคราะห์อะไรให้ซับซ้อนครับ..???

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา  ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานอนุกรรมการศึกษาการดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้พื้นที่เป็นป่าสมบูรณ์ กรณีก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ (อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้นตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีอนุกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งทั้งจากภาครัฐ สถาบันการศึกษา และผู้แทนประชาชนจากเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพเข้าร่วมหารือการพิจารณาแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

รศ.ชูโชค อายุพงศ์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์วิจัยด้านการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) หนึ่งในคณะอุนกรรมการฯได้กล่าวว่า ไม่อยากให้คณะอนุกรรมการลงลึกไปในรายละเอียดมากนัก เพราะวันนี้เป้าหมายใหญ่คือการรื้อ เพราะกระทบต่อสังคม จากการเลือกทำเลที่ไม่เหมาะสม หรือ Site Selection ซึ่งล้มเหลวมาตั้งแต่ต้น เพราะพื้นที่ล้อมรอบด้วยผืนป่า ยังไม่รวมผลกระทบต่อดิน น้ำหลาก และปัญหาไฟป่า เพราะฉะนั้นเราใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เห็นนี้อ้างอิงไปในคำเสนอแนะต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ได้เลย รวมทั้งเราจะใช้ข้อกฎหมายตัวไหนมานำสิ่งปลูกสร้างออกไม่ว่าจะรื้อหรือมีวิธีการใดเพื่อนำไปใช้ประโยชน์

แค่ปัญหาไฟป่า ก็ไม่กล้าอยู่แล้ว แต่ยังล้ำเข้าไปในป่าว่าพื้นที่นี้ไม่เหมาะสม ถือเป็นธงที่ชัดเจนที่สุด การสร้างบ้านพัก 40 หลัง บนที่ดิน 40 ไร่ ผิดตั้งแต่คิด เพราะบ้าน 1 หลัง ใช้พื้นที่ 1 ไร่ ก็ไม่เหมาะสมแล้ว นี่ถือเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนที่สุด ที่ผ่านมากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดำเนินการรื้อบ้านคนบุกรุกป่าก็เพราะบุกรุกที่ป่า ไม่ได้ใช้เหตุผลในทางวิศวกรรม เราก็ใช้พื้นฐานเดียวกันรศ.ชูโชค กล่าว

ขณะที่นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า ที่กังวลใจคือ การส่งมอบคืนพื้นที่ให้กับศาลอุทธรณ์ของผู้รับเหมาตามสัญญาวันที่ 18 มิถุนายนนี้ ว่าจะมีการเลื่อนไปหรือไม่ หากเลื่อนมีเหตุผลและต้องใช้เวลานานกี่วันที่จะพร้อมส่งมอบพื้นที่ในวันที่เท่าไร รวมทั้งการที่มีเจ้าหน้าที่ศาลบางส่วนยังคงพักอาศัยอยู่ในอาคารชุดประมาณ 30 ครอบครัวที่ยังไม่มีการย้ายออก ทั้งที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีประกาศแล้วว่าไม่ให้มีคนเข้าไปพักอาศัย ถือเป็นการขัดคำสั่งดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งศาลจะต้องชี้แจง สิ่งที่ต้องการในขณะนี้คือ เราต้องการขอดูสัญญาและบันทึกแนบท้ายสัญญา เพราะจะเป็นหลักฐานชัดเจนว่ามีความผิดพลาดในการเลือกพื้นที่ เนื่องจากถมที่ทับลำน้ำและใช้ร่องน้ำธรรมชาติเป็นที่ระบายน้ำเสียของโครงการ ไม่รวมการล้อมตัดต้นไม้หวงห้ามโดยไม่ขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนนายธำรงค์ สมพฤกษ์ จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) สาขาภาคเหนือ 1 กล่าวว่า สรุปคือ 1.เราจะฟื้นฟูป่าโดยไม่มีสิ่งปลูกสร้าง 2.ไม่จำเป็นต้องไปประเมินปัญหาสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเออีก เพราะมีข้อมูลเชิงประจักษ์อยู่แล้ว 3.ผิดระเบียบและข้อบังคับใดบ้าง ทั้งกฎหมายสิ่งแวดล้อม สิ่งก่อสร้าง และอื่นๆ 4.ในเง่ความเหมาะสมไม่ได้ทั้งผลกระทบทางวัฒนธรรม สังคม และจิตใจ สรุปคือไม่ควรมีบ้านอยู่ 5.ข้อเสนอแนะในการจะรื้อทิ้ง หรือเอาไปใช้ ให้ประสานกับบริษัทที่มีการทำโครงการปลูกป่าในลักษณะ CSR รับซื้อไปและนำเงินคืนหลวง เชื่อว่ามีบริษัท เช่น ปตท. หรืออื่นๆ ที่มีโครงการปลุกป่าเป็น 100 ล้านต่อปี ยินดีซื้อบ้านหลังละ 10 ล้าน ก็ได้เงินคืนหลวงแล้ว ไม่มีใครเสียหาย และ 6.หาทางออกให้ศาลด้วยการหาพื้นที่ปลูกบ้านให้ใหม่ โดยให้เสนอแนะไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่ว่าจะใช้อำนาจบริหารด้วยการมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าปัญหาส่งผลกระทบต่อประชาชน หรือใช้กฎหมายสิทธิชุมชน หรือจะใช้อำนาจนิติบัญญัติ ก็เสนอ สนช.ออกกฎหมายและประกาศเป็นกฤษฎีกา

อย่างไรก็ตามรายงานข่าวสภาพพื้นที่ในฤดูฝน แจ้งว่า นายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องมาหลายวัน ทำให้ดินทรุดตัว และต้นไม้ใหญ่ดึงเสาไฟฟ้าโค่นจำนวน 4 ต้น โดยมี 1 ต้นล้มขวางถนน บริเวณทางเข้าโรงเรียนสังวาล บ้านดอยสุเทพ หมู่ที่ 9  ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างทางขึ้นพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ - วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร แต่โชคดีที่ระหว่างนั้นไม่มีรถสัญจรมา

 

 

First posted: 13 มิถุนายน 2561 | 17:51