Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / สิ่งแวดล้อม / สมลักษณ์ หุตานุวัตร, คดีเหมืองทองอัครา, ศาลอุทธรณ์ภาค6ลงโทษ
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับลงโทษ'สมลักษณ์ หุตานุวัตร'ฐานหมิ่นประมาทเหมืองทองอัครา จำคุก2เดือนรอลงอาญา- ปรับ 2หมื่นบาท
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับลงโทษ'สมลักษณ์ หุตานุวัตร'ฐานหมิ่นประมาทเหมืองทองอัครา จำคุก2เดือนรอลงอาญา- ปรับ 2หมื่นบาท
สมลักษณ์ หุตานุวัตร คณะกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการทำเหมืองแร่ทองคำ
Last updated: 11 ตุลาคม 2561 | 00:28
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับลงโทษ 'สมลักษณ์ หุตานุวัตร'คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการทำเหมืองแร่ทองคำ ความผิดฐานหมิ่นประมาทบริษัทอัครารีซอร์สเซส จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดพิจิตร โทษจำคุก 2 เดือนรอลงอาญา และปรับ 20,000 บาท

10 ตุลาคม 2561- ศาลจังหวัดพิจิตรนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 คดีที่บริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดพิจิตร ฟ้องสมลักษณ์ หุตานุวัตร นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมในความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326,328 และ 393 และความผิดฐานนำเข้าสู่ระบอบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลเท็จอันอาจทำให้ผู้อื่นเสียหายตาม มาตรา 14(1)ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการแชร์และเขียนโพสต์ประกอบบทความเรื่อง อัคราขอต่อใบอนุญาตโรงแต่งแร่ทองคำ บนเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อว่า Somlak Hutanuwatr (Thai Leak)

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับว่า สมลักษณ์มีความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326,328 และ 393 การกระทำของสมลักษณ์ถือเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดคือมาตรา 328 จำคุก 2 เดือน ปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ก่อนและลงโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นเวลา 3 วัน

ให้เหตุผลว่า แม้ข้อความที่จำเลยนำเข้าสู่เฟซบุ๊กจะไม่มีชื่อโจทก์หรือข้อความใดที่หมายถึงโจทก์ แต่ข้อความส่วนล่างของจำเลยดังกล่าวมีการนำเนื้อหาของข่าวเรื่องโจทก์ขอต่อใบอนุญาตที่ปรากฏเชิดศักดิ์ ผู้แทนโจทก์ หัวข้อข่าวที่มีชื่อโจทก์ และเนื้อข่าวบางส่วนที่มีสาระข่าวตามที่สำนักข่าว Newsdatatoday เสนอต่อสาธารณชน ซึ่งเมื่ออ่านข้อความประกอบกันส่วนแล้ว ข้อความที่จำเลยนำเข้าสู่เฟซบุ๊กดังกล่าวจึงหมายถึงโจทก์และมีความหมายสื่อให้เห็นว่า โจทก์เป็นบริษัทที่มีทุนประกอบการมาก ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง สนองความโลภที่ไม่มีขีดจำกัดใช้ทุนที่มีจำนวนมากและช่องว่างของกฎหมายเป็นเครื่องมือจัดการกับฝ่ายตรงข้ามที่ต่อต้านขัดขวางผลประโยชน์ในกิจการของโจทก์

แม้จำเลยจะเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการทำเหมืองแร่ทองคำของโจทก์ จำเลยก็ไม่มีสิทธิกล่าวหาโจทก์ด้วยข้อความดังกล่าว กรณีนี้จึงถือว่า ไม่ได้เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำกัน การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นโจทก์ด้วยการโฆษณา

 

ส่วนที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดมาตรา 14 (1)พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นั้นระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นได้มีการแก้ไขพ.ร.บ.ดังกล่าว โดยการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่จะเป็นความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวต้องมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้นเมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทจึงไม่เป็นความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ก่อนหน้านี้ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 ศาลจังหวัดพิจิตรอ่านคำพิพากษายกฟ้องสมลักษณ์ ให้เหตุผลประกอบคำพิพากษายกฟ้องโดยสรุปได้ว่า การใส่ความหมิ่นประมาทบุคคลใดจะต้องรับรู้ได้แน่นอนจากข้อความว่า ผู้ที่ถูกใส่ความเป็นใคร แต่เมื่ออ่านข้อความตามฟ้องกลับไม่ปรากฎว่า บริษัทเป็นของใคร การระบุว่าจำเลยใส่ความบริษัทของโจทก์เป็นความเข้าใจเฉพาะของโจทก์เอง ไม่ใช่ความเข้าใจของบุคคลทั่วไป และหากต้องการทราบว่า บุคคลที่จำเลยต้องการกล่าวถึงคือใคร ก็ไม่แน่ว่าบุคคลทั่วไปที่ได้อ่านจะสืบเสาะพบว่าเป็นโจทก์หรือไม่ การที่โจทก์คิดว่า โพสต์ของจำเลยเป็นการใส่ความโจทก์แสดงให้เห็นว่า โจทก์ยึดเอาความรู้สึกตนเป็นสำคัญ ข้อความตามฟ้องของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เนื่องจากไม่มีส่วนใดของเนื้อความที่เกี่ยวข้องกับโจทก์เลย

สำหรับคดีนี้บริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดพิจิตรเป็นโจทก์ฟ้องร้อง สืบเนื่องจากในวันที่ 31 ตุลาคม 2559 สมลักษณ์แชร์บทความเรื่องการแถลงข่าวของโจทก์ที่เตรียมดำเนินการยื่นขอต่อใบอนุญาตประกอบโลหกรรมหรือใบอนุญาตโรงแต่งแร่ทองคำและโพสต์ข้อความประกอบในบนเฟซบุ๊ก “Somlak hutanuwatr (Thai Leak)” ว่า “ความเลวร้ายของทุนสามานย์ คือ “ความไร้สำนึกชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ทำทุกอย่างเพื่อสนองความโลภที่ไม่มีขีดจำกัด ไม่เลือกกาลเทศะ ไม่ตระหนักถึงความเป็นชนชาติ ทุนสามานย์คิดเพียงเกิดมาเสพสูงสุด ตราบที่กฎหมายล่าตัวไม่ได้ และใช้ทุนกับช่องว่างของกฎหมายเป็นเครื่องมือล่าฝ่ายต่อต้านที่ขัดขวางผลประโยชน์ เพื่อสถาปนาอาณานิคมด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ไม่ยี่หระต่อขอบขันธสีมาดินแดนบ้านเกิด เป็นเผ่าพันธุ์นักล่าเท่านั้น”

บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนี้เห็นว่า ข้อความที่สมลักษณ์โพสต์มีความหมายในทำนองว่า บริษัทของโจทก์ที่จำเลยเรียกโโยใช้คำว่าทุน เป็นบริษัทที่ชั่วช้า ต่ำทราม (สามานย์) ไม่มีความสำนึกรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง การขอต่อใบอนุญาตฯ ของโจทก์ในช่วงนี้เป็นการไม่สมควร ไม่รู้กาละเทศะ เนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาที่ประชาชนชาวไทยถวายความอาลัยและไว้ทุกข์ต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ของประเทศไทย และโจทก์ มุ่งใช้ช่องว่างของกฎหมายจัดการกับบุคคลที่ต่อต้านเหมืองแร่ทองคำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง และเพื่อที่จะจัดตั้งรัฐหรืออาณาจักรของตนเองทางด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมโดยไม่สนใจแผ่นดินไทย

First posted: 11 ตุลาคม 2561 | 00:27
Source :