Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / สิ่งแวดล้อม / ลมมรสุม, พายุโซนร้อน, ฝนตก, น้ำหลาก, ดินถล่ม, ท่วมขัง, สภาพภูมิอากาศ
กรกฎาคม...ฝนจะถล่มไหม? โดย พล.ร.อ.เกาะหลัก เจริญรุกข์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษฯ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
กรกฎาคม...ฝนจะถล่มไหม? โดย พล.ร.อ.เกาะหลัก เจริญรุกข์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษฯ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
Last updated: 26 มิถุนายน 2563 | 07:09
คำถามนี้ตอบแบบฟันธงโครมลงไปเลยคงตอบไม่ได้ ในภาพรวมบางสำนักบอกว่าปีนี้ฝนอาจน้อยกว่าปีก่อน อาจน้อยกว่าค่าเฉลี่ยตลอดปี แต่บางสำนักบอกว่าฝนอาจมากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 5% เดือนก.ค. ก็เป็นเวลาซึ่งเข้าสู่กลางฤดูฝนแล้ว ฝนอาจจะมาจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และอาจมาจากพายุโซนร้อนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาเดินทางมาเยี่ยมแถวๆ บ้านเรานี้

เป็นอันว่าฝนมาแน่ คาดว่าฝนจะกระจายทั่วๆ ไปทุกภาค แต่ที่จะเป็นน้ำเป็นเนื้อก็จะเริ่มตั้งแต่ภาคเหนือและ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนก่อน แล้วค่อยๆเลื่อนลงมาภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

อาการตกของฝนก็จะมาเป็นช่วงเวลาโดยเฉพาะตอนบ่ายและค่ำไปจนถึงกลางคืน หรืออาจจะตกข้ามวันไปบ้างหรือตกเบาหนักบ้าง แต่ที่จะตกที่ใดที่หนึ่งสามวันสามคืนจนเกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง คาดว่าจะยังไม่เกิดในช่วงเดือน ก.ค. นี้ กรณีที่แย่ที่สุดก็อาจจะตกเฉพาะบริเวณหนึ่งแล้วทำให้เกิดน้ำหลากหรือดินถล่ม ซึ่งในภาคเหนือมีพื้นที่เป็นภูเขาสูง มีบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำหลากในหลายจังหวัด เมื่อฝนตกมากบนภูเขาสูง น้ำจะไหลลงลำห้วยตามธรรมชาติ และเมื่อปริมาณน้ำในลำห้วยมากขึ้นก็จะไหลแรง เพราะพื้นที่เอียงลาด ด้วยปริมาณน้ำและความแรง น้ำก็จะกัดเซาะตลิ่ง และสิ่งกีดขวางตามทางน้ำผ่านให้พังเสียหาย บ้านเรือนที่ปลูกริมตลิ่งหรือที่รุกล้ำลงไปในลำห้วย ก็อาจจะถูกกระแสน้ำพัดพาไปได้ ยิ่งกว่านั้นปริมาณฝนที่ตกลงจะชุ่มดิน

 

อาจทำให้ดินอ่อนนุ่มทำให้การเกาะยึดเหนี่ยวของดินไม่ดี ประกอบกับไม่มีต้นไม้และวัชพืชคลุมหน้าดิน ก็อาจจะทำให้หน้าดินเลื่อนไหลและรุนแรงจนเกิดถล่มลงตามหน้าผาหรือพื้นที่ลาดชันได้เช่นกัน แม้ว่ามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาสภาพดินตลอดจนความชื้นในดิน ฯลฯ แล้วทำแผนที่แสดงพื้นที่เสี่ยงต่อการถล่มไว้แล้วทั่วประเทศ แต่พื้นที่เสี่ยงตามแผนที่นั้นไม่หมายความว่าเมื่อฝนตกจะต้องมีดินถล่มเสมอไป

 

ยังมีเงื่อนไขและปัจจัยประกอบอีก ดังนั้นจึงต้องพิจารณาพื้นที่เป็นกรณีๆไป อย่างไรก็ตามพื้นที่เหล่านั้นก็ควรจะเป็นพื้นที่เฝ้าระวังและให้ความสำคัญ ในเมื่อฤดูฝนมาถึงโดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยเกิดกรณีน้ำหลากหรือดินถล่มมาแล้ว

 

อนึ่งได้ทราบว่าแม้ขณะนี้จะย่างเข้ากลางฤดูฝนแล้วแต่ปริมาณฝนตกยังน้อยยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณที่คาดว่าจะตกทั้งปี ดังนั้น จึงประมาณการว่าในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ฝนอาจจะเทลงมากก็ได้ หากเป็นดังนี้ก็จะมีผลต่อปริมาณน้ำท่าบนดิน น้ำหลาก ดินถล่มอาจจะมีได้แต่เขื่อน-อ่างเก็บน้ำและลำน้ำต่างๆยังคงต้องการน้ำอีกมาก คงจะยังสามารถรองรับน้ำฝนที่ตกลงมาได้อย่างไม่มีปัญหา น้ำท่วมใหญ่ หรือ ท่วมเป็นพื้นที่กว้างไม่น่าจะมี เว้นกรณีที่มีพายุผ่านเข้ามาเต็มๆทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ถ้าเป็นอย่างนี้พื้นที่แถวๆแอ่งสกลนครอาจมีน้ำท่วมได้

 

พูดถึงน้ำท่วมต้องทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนว่าเป็นลักษณะใด เพราะแต่ละพื้นที่เกิดน้ำท่วมไม่เหมือนกันในพื้นที่ลุ่มเมื่อฝนตกมากๆก็จะมีน้ำท่วมขัง หากมีลำห้วยหรือแม่น้ำผ่านพื้นที่ก็จะมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนนี่ประการหนึ่ง กรณีนี้จะมีความรุนแรงจนแก้ไขหรือป้องกันไม่ทัน ดังนั้นถ้ามีประกาศของหน่วยงานว่าจะมีฝนตกหนัก ให้ระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม ก็ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ทั้งพื้นที่ จะเกิดขึ้นก็เฉพาะพื้นที่เสี่ยงบางแห่งดังกล่าวแล้ว แต่เมื่อมีการประกาศเป็นภาพรวมก็ดูน่ากลัวและตื้นเต้น ประชาชนในแต่ละพื้นที่เขาเข้าใจแล้วว่าบ้านเขามีความเสี่ยงต่ออะไรบ้าง


เมื่อมีฝนตกหนักต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบก็ต้องรู้ด้วยและควรจะประเมินได้ว่าหากเกิดกรณีจะต้องทำอะไร-ทำอย่างไร ในการบรรเทาภัยและให้การช่วยเหลือชาวบ้าน

 

แผนเผชิญเหตุของแต่ละพื้นที่มีความสำคัญ ควรต้องมีการวิเคราะห์ภัยที่อาจเกิด (ข้าศึก) ในแต่ละช่วงฤดูกาลให้ชัดเจน เพราะเป็นการรู้ (จัก) เขา เพี่อคิดป้องกันและบรรเทาภัยก่อนที่ภัยจะมาถึง คิดได้แล้วบอกให้ชาวบ้านรู้ซักซ้อมความเข้าใจกัน ร่วมมือกัน ใช้อุปกรณ์เครื่องมือให้ถูกที่และถูกเรื่อง ชาวบ้านก็จะเชื่อใจและมีความมั่นใจในความปลอดภัยในชุมชนของตน ยิ่งกว่านั้น


ถ้าผู้บังคับบัญชาได้รับทราบก็จะทำให้ท่านเบาใจและหวังผลในการป้องกันและบรรเทาภัยได้อย่างไม่ลังเล ที่ทบทวนความทรงจำกันมาอย่างนี้เพราะสภาพภูมิอากาศเอาแน่ไม่ได้มีความแปรปรวนตลอดเวลา ต้นเดือนกรกฎาคมฝนอาจโปรยปรายไปทั่วไม่เน้นหนักที่ใดจังหวัดใดเป็นการเฉพาะ บางทีทำท่าจะเป็นฝนทิ้งช่วงด้วยซ้ำไป แต่พอถึงปลายเดือนฝนน่าจะมามากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่ด้านรับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และด้านรับพายุโซนร้อน ในช่วงเวลานั้นเราไม่รู้ตำบลที่แน่ชัด แต่เราพอคาดคะเนพื้นที่ได้ การเตรียมความพร้อมของชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จึงเป็นเรื่องจำเป็น การเตรียมความพร้อมเต็มพิกัดอย่างต่อเนื่องย่อมเกิดความเครียดและเหนื่อยล้าได้ การรู้ล่วงหน้าจะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวนี้

 

โดยสรุปสำหรับในเดือนกรกฎาคมนี้ ในช่วงต้นเดือนฝนอาจเบาบางลงไปหรือทิ้งช่วงในบางพื้นที่จนกระทั่งถึงกลางเดือน ฝนจะถล่มหรือไม่ถล่มก็ยังไม่แน่และไม่น่าจะมีความกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วม เว้นบางพื้นที่อาจมีน้ำหลากดินถล่มบ้างก็เฉพาะรายไป ยิ่งกว่านั้นสภาพความแห้งแล้งในปีที่ผ่านมาทำให้เราเหลือน้ำต้นทุนน้อยมาก เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง แทบจะไม่เหลือน้ำ ดังนั้นฝนตกลงมามากเท่าใดก็ยิ่งดี เพราะจะเป็นการเติมน้ำต้นทุนเก็บเอาไว้ แน่ละ เมื่อฝนตกมากก็จะมีน้ำท่วมขังบ้าง น้ำหลากบ้าง แต่สุดท้ายเราก็จะมีน้ำเก็บเอาไว้เผื่อฤดูร้อนและความแห้งแล้งในปีหน้า บริหารให้ดีอย่าให้มีภัย เราจะเก็บน้ำไว้ใช้ในวันข้างหน้า......มาเถอะฝน......มาไวๆ

First posted: 26 มิถุนายน 2563 | 07:06