Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / ศิลปวัฒนธรรม / สมเด็จพระสังฆราช, ศีล5
กรมหลวงวชิรญาณสังวรทรงวินิจฉัยการฆ่าเชื้อโรค กับความผิดศีลข้อ 1?
กรมหลวงวชิรญาณสังวรทรงวินิจฉัยการฆ่าเชื้อโรค กับความผิดศีลข้อ 1?
Last updated: 22 มกราคม 2564 | 20:03
ศีล 5 เป็นศีล หรือข้อห้ามเบื้องต้นในศาสนาพุทธ ที่รู้จักกันโดยทั่วไป สมัยเป็นนักเรียนก็ท่องจำกันแบบง่ายสำหรับสอบว่า ข้อ 1 ห้ามฆ่าสัตว์ ข้อ 2 ห้ามลักทรัพย์ ข้อ 3 ห้ามประพฤติผิดในกาม ข้อ 4 ห้ามโกหก ข้อ 5 ห้ามดื่มสุราและของมึนเมา

แต่บางครั้งก็มีคำถามว่าบางเรื่อง, บางบุคคล ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ จะผิดศีลหรือไม่

ในหนังสือ “พระผู้พร้อม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” ตอนหนึ่ง สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็น พระสาสนโสภณ ทรงวินิจฉัยเกี่ยวกับศีลข้อ 1 ไว้ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศที่มีการระบาดของโรคโควิด 19 จึงคัดมาฝากท่านผู้อ่านดังนี้

ในเรื่อง ศีล (2511) พระสาสนโสภณก็ได้พยายามชี้ให้เห็นประเด็นของพุทธศาสนากับโลกสมัยใหม่ ในแง่ที่เมื่อต้องถูกท้าทายโดยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ว่าจะมีหนทางใดที่จะยังรักษาไว้ซึ่งหลักธรรมตามเจตนาดั้งเดิมได้บ้าง ดังเช่นการยกตัวอย่างศีลข้อที่ 1 ว่าข้อบัญญัติในศีลแตกต่างจากทางปฏิบัติ ของคนทั่วไปอยู่มาก เช่นที่อาจมีผู้ตั้งข้อสงสัยว่า

ในปัจจุบันได้พบสัตว์หลายอย่างเป็นพาหะนําเชื้อโรค ตลอดถึงได้พบตัวเชื้อโรคด้วยกล้องจุลทรรศน์ และได้พบจุลินทรีย์ต่างๆ อีกมากมาย จนแทบว่าจะไม่มีอะไรแม้แต่น้ำที่คนดื่มอยู่จะไม่มีจุลินทรีย์ ถึงจะกรองน้ำเสียก่อนที่จะดื่ม ก็กรองได้เฉพาะสัตว์ชนิดหยาบ เช่น ตัวน้ำ ไม่อาจกรองจุลินทรีย์ได้ ดื่มน้ำทีหนึ่งจึงดื่มจุลินทรีย์ต่างๆ เข้าไปมากมาย แม้การใช้ยาเป็นยาทายาบริโภคก็ตาม ยานั้นก็ทําลายจุลินทรีย์ที่เป็นตัวโรคต่างๆ ทุกครั้งไป จุลินทรีย์ต่างๆ เหล่านี้ถือได้ว่าเป็นสัตว์มีชีวิตในศีลข้อหนึ่งหรือไม่ ถ้าถือก็คงไม่มีใครปฏิบัติในศีลข้อนี้ได้”

พระสาสนโสภณเสนอแนววินิจฉัยต่อกรณีนี้ไว้ว่า

เชื้อโรคจุลินทรีย์ต่างๆ จะเป็นสัตว์มีชีวิตที่ต้องห้ามหรือไม่ พิจารณาดูในพุทธประวัติพระพุทธเจ้าเมื่อประชวรในบางคราว ได้ทรงอนุญาตให้หมอชีวกโกมารภัจทายา และถวายโอสถเพื่อเสวย พระภิกษุก็ทายาฉันยาได้ เพื่อเยียวยาอาพาธต่างๆ เป็นอันทราบได้ว่าไม่ถือไปถึงเชื้อโรคจุลินทรีย์เช่นนั้น

ถ้าถือไปถึงเช่นนั้นก็เป็นอันว่ากินดื่มอะไรไม่ได้ ตลอดถึงหายใจก็จะไม่ได้ ศีลข้อนี้ก็เลยไม่มีความหมาย ไม่มีใครจะเข้าใจปฏิบัติได้ ศีลเป็นข้อที่คนสามัญทั่วไปปฏิบัติได้ทุกข้อ โดยอาการปกติธรรมดาสามัญนี้แหละ ไม่ใช่ลึกซึ้งถึงกับจะต้องส่องกล้องปฏิบัติกัน ซึ่งน่าจะใช้ในทางแพทย์เท่านั้น

ข้อมูลจาก

สุภาภรณ์ อัษฎมงคล บรรณาธิการ., สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จัดพิมพ์น้อมถวายสมเด็จพระญารสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในงานบำเพ็ญพระกุศลคล้ายวันประสูติ เจริญพระชันษา 99 ปี  วันที่ 3 ตุลาคม 2555

 

First posted: 22 มกราคม 2564 | 20:00