Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / ต่างประเทศ / ซาอุดิอาระเบีย-แคนาดา, สัมพันธ์ร้าว, แทรกแซงภายใน, สิทธิมนุษยชน
ซาอุดิอาระเบียตัดความสัมพันธ์การค้าการลงทุน ไล่ทูตแคนาดากลับประเทศ ไม่พอใจแคนาดาก้าวก่ายเรียกร้องปล่อยตัวนักรณรงค์เพื่อสตรี
Last updated: 11 สิงหาคม 2561 | 01:53
สัมพันธ์ร้าวฉานระหว่างซาอุดิอาระเบียกับแคนาดา ออกแถลงการณ์ไล่ทูตแคนาดากลับประเทศ ระงับการค้าการลงทุนทันที เหตุไม่พอใจรัฐมนตรีต่างประเทศแคนาดาทวิตข้อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวสิทธิสตรี'ซามาร์ บาดาวี'ทันที ถือเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงกิจการภายในซาอุดิอาระเบีย

กระทรวงต่างประเทศซาอุดีอาระเบียเผยแพร่แถลงการณ์เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา มีเนื้อหาระบุว่า นายเดนนิส โฮรัค เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำซาอุดิอาระเบีย เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา และต้องเดินทางออกจากประเทศภายใน 24 ชั่วโมง ทั้งยังเรียกตัวนายนาอิฟ บิน บันดาร์ อัล-ซูไดรี เอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบียประจำแคนาดา เดินทางกลับประเทศ พร้อมทั้งประกาศระงับการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศลงเป็นการชั่วคราว และยกเลิกโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนระหว่างสองประเทศ รวมทั้งการให้ทุนการศึกษาและทุนวิจัย รวมถึงสั่งให้นักศึกษาที่อยู่ในแคนาดาหาทางย้ายไปเรียนที่ประเทศอื่น ส่วนสายการบินแห่งชาติซาอุดิอาระเบียก็ยกเลิกเที่ยวบินไปโตรอนโตด้วย

สาเหตุเนื่องจากไม่พอใจที่นางคริสเทีย ฟรีแลนด์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของแคนาดาได้ทวีตข้อความเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมว่า “แคนาดามีความกังวลอย่างมากต่อการจับกุมนักเคลื่อนไหวและนักสิทธิสตรีในซาอุดิอาระเบีย รวมทั้งซามาร์ บาดาวิ  เราขอเรียกร้องให้ทางการซาอุดิอาระเบียปล่อยพวกเขาและนักสิทธิมนุษยชนทั้งหมดทันที”

รัฐบาลซาอุดิอาระเบียนได้ปราบปรามนักรณรงค์สิทธิสตรีครั้งเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีผู้ถูกจับกุมแล้วมากกว่าสิบคน

คริสเทีย ฟรีแลนด์ (Chrystia Freeland) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของแคนาดากล่าวว่า “แคนาดาสนับสนุนสิทธิมนุษยชนในแคนาดาและทั่วโลก และสิทธิสตรีคือสิทธิมนุษยชน”

การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลซาอุดิอาระเบียที่จับกุมกลุ่มนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชน รวมทั้ง ซามาร์ บาดาวี นักรณรงค์เพื่อสิทธิสตรีชาวอเมริกันเชื้อสายซาอุดีอาระเบียด้วย และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวกลุ่มนักเคลื่อนไหวดังกล่าว ก่อให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงจากซาอุดิอาระเบียต่อการวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ทางการซาอุระบุว่า คำที่ทำให้ไม่พอใจคือ ‘การปล่อยตัวทันที’ (immediate release) ในแถลงการณ์ของแคนาดา

ประเด็นนี้สร้างความไม่พอใจรุนแรงแก่กระทรวงต่างประเทศซาอุดิอาระเบียที่ระบุว่า ข้อความดังกล่าวนั้นแสดงให้เห็นว่าแคนาดาแทรกแซงกิจการภายในของซาอุดิอาระเบียอย่างชัดเจน

“บุคคลที่แคนาดากล่าวถึงเป็นผู้ที่ถูกทางการควบคุมตัวตามกระบวนการพิจารณาคดีอย่างถูกต้อง สืบเนื่องจากพวกเขากระทำผิดในลักษณะที่เข้าข่ายต้องโทษตามกฎหมาย” แถลงการณ์ของซาอุดีอาระเบียระบุ นอกจากนี้ซาอุดีอาระเบียยังยืนยันว่านักกิจกรรมที่ถูกควบคุมตัวล้วนได้รับการปฏิบัติตามสิทธิที่พึงได้รับ รวมถึงมีการไต่สวนและดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างถูกต้อง

การประกาศดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงนโยบายต่างประเทศอันแข็งกร้าว ที่นำโดยมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดิอาระเบียวัย 32 ซึ่งพยายามเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคมแต่ไม่ผ่อนปรนกฏเหล็กห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง และใช้อำนาจเด็ดขาดในการปราบปรามผู้ต่อต้านโต้แย้งและจับกุมนักเคลื่อนไหว แม้เมื่อเดือนมิถุนายนจะมีความเปลี่ยนแปลงที่ดูมีความหวังด้านสิทธิผู้หญิงบ้างเล็กน้อยจากการที่ซาอุดิอาระเบียเพิ่งยกเลิกการห้ามผู้หญิงขับรถ แต่ก็ยังมีการจับกุมนักเคลื่อนไหว รวมทั้งนักเคลื่อนไหวสิทธิสตรีจำนวนมาก 

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว มกุฏราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมานยังควบคุมตัวเชื้อพระวงศ์ 11 คน รัฐมนตรีสี่คน และอดีตสมาชิกรัฐสภาอีกนับสิบคน ทั้งหมดถูกตั้งข้อหาคอร์รัปชั่น ทุจริตในหน้าที่การงาน ฉ้อโกงเงินหลวง ซึ่งระหว่างจับกุมมีเจ้าชาย 2 พระองค์เสียชีวิต

โธมัส จูโน (Thomas Juneau) นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง มหาวิทยาลัยออตโตวามองว่า แคนาดาไม่ใช่หนึ่งในประเทศที่ซาอุดิอาระเบียให้ความสำคัญมากที่สุด แต่ต้องการส่งข้อความถึงประเทศตะวันตกทั้งหมดว่า “เราจะไม่อดกลั้นต่อการวิพากษ์วิจารณ์กิจการภายในประเทศ ถ้าคุณวิจารณ์ ก็จะได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง” นี่เป็นหนึ่งในวิธีการของมกุฏราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ซึ่งพยายามควบคุมกระบวนการปฏิรูป “การปลดล็อคให้ผู้หญิงขับรถได้ และจับกุมนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีไปพร้อมกัน ไม่ใช่เรื่องขัดแย้งกัน มันช่างสอดคล้องกัน เป็นวิธีที่พระองค์ต้องการจะบอกว่า “ฉันกำลังปฏิรูปทางสังคมอยู่ แต่พวกคุณที่เป็นกลุ่มประชาสังคมไม่เข้าใจหรอก”

 

First posted: 11 สิงหาคม 2561 | 01:36