Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / ต่างประเทศ / ประธานาธิบดีทรัมป์, ตอบโต้ทูตอังกฤษที่ประเมินทรัมป์
'ทรัมป์' ทวีตตอบโต้ทูตอังกฤษประเมินผู้นำสหรัฐขาดคุณสมบัติ-ไร้ความสามารถ เรียกเป็น'บุคคลที่โง่เขลามาก'
Last updated: 10 กรกฎาคม 2562 | 23:31
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตตอบโต้ทูตอังกฤษประจำสหรัฐ'คิม ดาร์ร็อค'ที่ประเมินทรัมป์และทำเนียบขาวว่าขาดความเหมาะสมและด้อยความสามารถ ว่าเป็น 'บุคคลที่โง่เขลามาก'และลามไปถึงนายกฯเมย์ เป็นเหตุให้ รมว.ต่างประเทศอังกฤษต้องออกมาปกป้อง

10 กรกฎาคม 2562-หลังจากที่หนังสือพิมพ์เปิดเผยรายงานของทูตอังกฤษประจำสหรัฐ นายคิม ดาร์ร็อค ผู้ประเมินประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และการทำงานของทำเนียบขาวว่าขาดความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่และด้อยความสามารถ

วันนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตตอบโต้ โดยเรียกนักการทูตของอังกฤษผู้นี้ว่าเป็น "บุคคลที่โง่เขลามาก"

โดยผู้นำสหรัฐระบุว่า นักการทูตผู้เสียสติที่ถูกทางการอังกฤษยัดเยียดให้มาทำงานในสหรัฐผู้นี้ ไม่ได้เป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นหรือพึงพอใจแต่อย่างใด

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังทวีตโจมตีด้วยว่า ทูตอังกฤษซึ่งเข้ามารับหน้าที่ที่ กรุงวอชิงตันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ควรพูดคุยกับประเทศของตัวเองและนายกรัฐมนตรีเธเรซา เมย์ เกี่ยวกับความล้มเหลวของการเจรจา Brexit

และไม่ควรวุ่นวายใจกับคำวิพากษ์ตำหนิของตนว่าเรื่องดังกล่าวถูกจัดการอย่างไม่เหมาะสม เพราะตนได้เคยให้คำแนะนำแก่นายกรัฐมนตรีเมย์ไปแล้วว่าควรจะทำอย่างไร

"แต่เธอก็ยังทำตามแบบของเธอเองอย่างโง่ๆ อยู่ และไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ ซึ่งถือเป็นความหายนะอย่างแท้จริง" ผู้นำสหรัฐฯ กล่าว

นอกจากนั้นผู้นำสหรัฐยังทวีตเสริมด้วยว่า ตนไม่รู้จักกับนายคิม ดาร์ร็อค ผู้นี้ แต่ได้รับรายงานว่าเขาเป็นคนที่หยิ่งยโส และควรบอกให้รู้ด้วยว่าขณะนี้สหรัฐมีเศรษฐกิจและกองทัพที่ดีที่สุดในโลก

ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตโจมตีดังกล่าว นายเจอเรมี่ ฮันท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ ก็ตอบโต้โดยกล่าวว่า คำกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีเธเรซา เมย์ และอังกฤษนั้น เป็นการดูหมิ่นที่ขาดความเคารพและเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

พร้อมทั้งยืนยันว่า หากตนได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนต่อไป ตนก็จะยังให้นายคิม ดาร์ร็อค ดำรงตำแหน่งทูตอังกฤษประจำสหรัฐต่อไปด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษเสริมด้วยว่า ทูตสหรัฐประจำประเทศต่างๆ ทั่วโลก ก็ทำการประเมินและให้ความเห็นส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมาแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเช่นกัน เหมือนอย่างที่ทูตของอังกฤษรายงานกลับไปยังกรุงลอนดอน

ขณะเดียวกัน ทางการอังกฤษก็กำลังพยายามสืบหาต้นตอของผู้ที่นำรายงานของนักการทูตผู้นี้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชน โดยขณะที่โฆษกของนายกรัฐมนตรีอังกฤษบอกกับผู้สื่อข่าวว่า การปล่อยข่าวเรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและน่าเสียใจ แต่รัฐบาลอังกฤษก็ไม่ได้ปฏิเสธเกี่ยวกับเนื้อหาและความถูกต้องของโทรเลขทางการทูตซึ่งสื่อมวลชนของอังกฤษนำมาเปิดเผย

โดยปกติแล้ว โทรเลขหรือการสื่อสารทางการทูตต่างๆ ถือเป็นความลับและมีขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการพิจารณาของรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงเท่านั้น

สำหรับกรณีนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลอังกฤษเชื่อว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังน่าจะเป็นนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐบาลอังกฤษผู้ที่มีเจตนาทางการเมืองบางอย่าง

และหากสามารถพบตัวผู้ที่ปล่อยข่าวเรื่องนี้ก็อาจมีการตั้งข้อหาเรื่องการละเมิดกฎหมายความลับของทางการ ถึงแม้ว่าการดำเนินคดีเพื่อเอาผิดอย่างจริงจังนั้นมักจะไม่ค่อยเกิดขึ้นก็ตาม

First posted: 10 กรกฎาคม 2562 | 23:23
Source :