Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา English | Thai | Chinese | Europe
Home / ทรรศนะ ความคิดเห็น / วารสารศาสตร์
'วารสารศาสตร์'ยุบได้แต่ไม่ตาย
'วารสารศาสตร์'ยุบได้แต่ไม่ตาย
Last updated: 14 สิงหาคม 2560 | 13:15
การเป็นคนรู้จักคิดเป็นระบบ รู้จัก ตั้งคำถาม วิพากษ์ วิเคราะห์ ตั้งข้อสงสัย แสวงหาข้อเท็จจริง เป็น“นักสร้างสรรค์เนื้อหา” (Content creator)ในแพลตฟอร์มสื่อที่หลายหลาย คือหัวใจของ “วารสารศาสตร์”

โดยเฉพาะการเป็นหมาเฝ้าบ้านที่ซื่อสัตย์คอยสอดส่งสิ่งผิดปกติของสังคมเป็นตะเกียงที่ส่องสว่างให้สังคมรวมทั้งต้องมีการเรียนการสอนด้านจริยธรรม จรรยาบรรณสื่อคือสิ่งที่ผู้เรียนทางด้านวารศาสตร์ทุกแขนงจำเป็นต้องมี

 

เห็นได้การชี้แจงของ "ดร.พีรชัย เกิดสินธุ์คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เกี่ยวกับข่าวการยุติการเรียนการสอนภาควิชาวารสารศาสตร์ ว่าไม่ได้ยุติการเรียนการสอนแต่ได้ควบรวมภาควิชาวารสารศาสตร์เข้ากับภาควิชาบรอดแคสต์ติ้ง เปลี่ยนชื่อภาควิชาเป็นบรอดแคสต์ติ้งและวารสารศาสตร์ดิจิทัล” 

 

"ดร.พีรชัย เกิดสินธุ์"

       เหตุผลคือเพื่อให้สอดรับกับกระแสโลกที่รูปแบบเนื้อหาและแพลตฟอร์มการนำเสนอข่าวสารในปัจจุบันมีความหลากหลายขึ้น ทั้งสื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อดิจิทัล นักศึกษาควรได้เรียนรู้การนำเสนอข่าวสารในลักษณะต่างๆ มากขึ้นไม่จำกัดแค่ด้านในด้านหนึ่ง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการผลิตเนื้อหา(Content Base) ที่เหมาะสมกับทุกแพลตฟอร์ม (Platform Base)

     

ดร.พีรชัย อธิบายว่า วารสารศาสตร์ เป็นวิชาที่จำเป็นต่อโลกสื่อสารมวลชน การได้เรียนวิชานี้จึงไม่เพียงแค่บ่มเพาะนักศึกษาให้เป็นนักสื่อสารมวลชนผู้มีคุณภาพ หากยังมีคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่กันไปด้วย และยิ่งเมื่อนักสื่อสารมวลชนในยุคดิจิทัลมีความรู้ด้านบรอดแคสต์ติ้งหรือช่องทางการเผยแพร่ข่าวสารมากขึ้นด้วยนั้น ก็ยิ่งทำให้เป็นนักสื่อสารมวลชนที่ตลาดงานต้องการ สมกับคำว่าวารสารศาสตร์ดิจิทัล” ไม่มีแนวคิดที่จะยกเลิกการเรียนการสอนวิชานี้อย่างแน่นอน

 

เช่นเดียวกับ “ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ .หอการค้าไทย มองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่า สะท้อนเด็กรุ่นใหม่ว่าไม่สนใจอยากเรียนวารสารศาสตร์ซึ่งเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน ยอดนักศึกษาที่สนใจมาเรียนด้านวารสารศาสตร์” ลดลงอย่างต่อเนื่องช่วง 5 ปีที่ผ่านมา 

 

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเด็กรุ่นใหม่มองว่าการเรียนวารสารศาสตร์คือเรียนทำเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์อย่างนิตยสาร หนังสือพิมพ์ เท่านั้น ซึ่งเป็นสื่อที่เด็กรุ่นนี้ไม่ได้เสพและไม่สนใจจะเสพ ประกอบกับเป็นช่วงวิกฤติสื่อ มีการทยอยปิดสื่อสิ่งพิมพ์ หรือเลย์ออฟพนักงานกันหลายแห่ง ยิ่งทำให้เด็กเมินการเรียนในสาขานี้ รวมทั้งผูุ้ปกครองก็มีคำถามเรียนจบแล้วไปทำอะไร

 

แม้ว่าแทบทุกมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนจะปรับหลักสูตรวารสารศาสตร์ให้ขยายรวมถึงสื่ออื่นๆอย่าง วิทยุ โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดียแล้วก็ตามแต่ภาพจำของผู้คน ยังยึดติดว่าวารสารฯคือสื่อสิ่งพิมพ์เพียงอย่างเดียว จะเห็นได้ว่าตัวเลขของนักศึกษาที่เรียนวารสารศาสตร์ลดน้อยถอยลงต่อเนื่อง 

 

อย่างไรก็ตามแม้ว่าต่อไปจะมีไม่มีชื่อว่าวารสารศาสตร์เป็นภาควิชา หรือสาขาวิชาหนึ่งในคณะนิเทศศาสตร์ แต่จะไปควบรวมกับสาขาวิชาใดก็ตาม แต่เนื้อในวารสารศาสตร์ยังคงไม่ทิ้งไป แก่นของวารสารศาสตร์ยังจำเป็นต้องคงอยู่นั่นคือ การบ่มเพาะเด็กให้เป็นนักสร้างสรรค์เนื้อหา” (Content creator)ในแพลตฟอร์มสื่อที่หลายหลาย

 

"ผศ.ดร.นิธิดา แสงสิ่งแก้ว" ผู้อำนวยการโครงการปริญญาตรี วารสารศาสตร์ภาคภาษาอังกฤษ .ธรรมศาสตร์ อธิบายว่า วารสารศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่สอนให้นิสิตนักศึกษารู้จักคิดให้เป็นระบบ คิดตั้งคำถาม คิดวิพากษ์ วิเคราะห์สอนให้รู้จักตั้งข้อสงสัย ตั้งคำถาม รู้จักแสวงหาข้อเท็จจริงมาเล่าเรื่องให้ผู้คนได้รับรู้และเข้าใจได้โดยง่าย

 

รวมทั้งต้องมีการเรียนการสอนด้านจริยธรรม จรรยาบรรณสื่อซึ่งเป็นหัวใจของนักสื่อสารมวชนทุกแพลตฟอร์ม ที่จำเป็นต้องมี วารสารศาสตร์ ไม่ใช่การเรียนเฉพาะสิ่งพิมพ์ ที่สำคัญในโลกอนาคตจำเป็นต้องได้เรื่องภาษาอังกฤษ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับนักสื่อสารมวลชนในโลกอนาคตด้วย

 

อนุสรณ์ ศรีแก้ว คณบดีวิทยาลัยนิเทศศาตร์ .รังสิต กล่าวยอมรับความจริงว่าเด็กรุ่นใหม่สนใจเรียนวารสารศาสตร์น้อยลงต่อเนื่องมา 5 ปีแล้วล่าสุดสนใจเรียนแค่หลัก 10  การปรับเปลี่ยน ควบรวม คณะเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการไปตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย แต่เชื่อว่าไม่ว่าเรียนศาสตร์ไหน หัวใจของวารสารศาสตร์ยังต้องคงอยู่    

     

ถึงวันนี้สถาบันการศึกษาหลายแห่งทั้งรัฐและเอกชนต่างยอมรับการเปลี่ยนแปลง ของแพลตฟอร์มการนำเสนอข่าวสารข้อมูลที่เปลี่ยนไปแล้ว มีการยุบควบรวมหรือเปลี่ยนชื่อ หรือในอนาคตอาจจะไม่มีคำว่าวารสารศาสตร์แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

 

แต่หลักของการเรียนการสอนวารสารศาสตร์ ที่เป็นหัวใจที่ต้องมีไม่ว่าจะอยู่ในแพลตฟอร์มไหน นักศึกษาทุกคนก็ต้องเรียนขาดไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีคอนเทนต์แล้ว จะเอาอะไรไปนำเสนอไม่ว่ารูปแบบไหนก็ต้องอาศัยศาสตร์นี้ทั้งนั้นนั่นเอง

 

ขณะที่สังคมดิจิทัลทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ด้วยตัวเอง แต่คนรุ่นใหม่ไม่สนใจเรียนวารสารศาสตร์ตรงข้ามกับนักวิชาการและสถาบันการศึกษามีความเชื่อมั่นว่าวารสารศาสตร์ยังไงก็ไม่มีวันตาย ทำยังไงถึงจะมีนักวารสารศาสตร์ที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด นั่นเป็นคำถามที่ผู้คนในวงการต้องหาคำตอบ

 

 

ที่มา : “วารสารศาสตร์"แก่น"ทุกสื่อไม่มีวันตาย http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291448#.WYxLzaHxe-I.twitter

First posted: 11 สิงหาคม 2560 | 21:23