Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | Thai Overseas
View Total
18,335,158
Home / ทรรศนะ ความคิดเห็น / แก้วสรร อติโพธิ, ทางแยก...ที่เทพา
ทางแยก..ที่เทพา? เขียนโดย แก้วสรร อติโพธิ
ทางแยก..ที่เทพา? เขียนโดย แก้วสรร อติโพธิ
Last updated: 6 ธันวาคม 2560 | 23:42
ทางแยก..ที่เทพา เป็นบทความที่เขียนโดยนายแก้วสรร อติโพธิ นักกฏหมายและอดีต คตส.ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 6 ธันวาคม 2560 ซึ่งเสนอให้หัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 ทำกระบวนการไต่สวนเพื่อกำหนดประโยชน์สาธารณะในโครงการโรงไฟฟ้าเทพาฯ

 "ขอร้องกันเถิดนะ...การที่จะเคลื่อนไหวต่างๆ แล้วกดดัน แล้วบอกว่าเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน...ที่จริงมันคนละเรื่องกันหมด มีกลุ่มชาวเทพาอีกกลุ่มหนึ่งบอกว่ามีคน ๕ หมื่นคน สนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้านี้ จะให้ตนฟังใครล่ะ?" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

ถาม นายกฯ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

ตอบ คน ๑,๐๐๐ คน ถูกโยกย้ายที่อยู่ นี่คือการยึดทรัพย์ ชุมชน รัศมี ๕ กิโลเมตร ๒๐,๐๐๐ คน ต้องจำใจอยู่กับโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ต้องมีมลพิษแน่นอน นี่คือการยึดคุณภาพชีวิตของเขาไป

ถาม โรงไฟฟ้าถ่านหินที่สะอาดปราศจากมลพิษ ไม่มีในโลกหรือ

ตอบ ไม่มี...มีแต่สกปรกมากหรือน้อย ควบคุมได้มากหรือน้อยเท่านั้น

ถาม ถ้าจำเป็นต้องทำเพื่อส่วนรวม ก็ต้องทำไม่ใช่หรือ คนกลุ่มน้อยพวกนี้เป็นเจ้าของแผ่นดินแต่เมื่อไหร่?

ตอบ สร้างที่ไหน มันก็โดนแค่ “คนกลุ่มน้อย” ทั้งนั้นแหละคุณ มันจะไปเดือดร้อนกันเป็นส่วนใหญ่ทั้งประเทศได้อย่างไร? 

จริงๆ แล้วปัญหาส่วนรวมมันไม่ได้อยู่ที่การนับหัวนับฝ่าย มันอยู่ที่การกำหนด “ประโยชน์ส่วนรวม” มากกว่า

คุณว่าทะเลอันอุดมสมบูรณ์ตรงอ่าวปัตตานีนี่ ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนรวมหรือ? ไม่น่าเสียดายหรือ?

ถาม ตกลงเราคงต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างมีไฟฟ้าใช้ กับมีปลาทะเลให้กิน

ตอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น การพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ทำลายฐานทรัพยากร ไม่ล้างผลาญชุมชนก็มีได้

เราต้องจัดการคุณภาพการพัฒนาให้ได้อย่างนั้น จุดนี้อยู่ที่ตรงไหน มันไม่ใช่เรื่องเสียงข้างมากข้างน้อยแน่นอน มันต้องเลือกกันอย่างมีเหตุมีผลที่อธิบายได้ ตรงนี้เราต้องสร้างกระบวนการตัดสินใจที่ดีขึ้นมาให้ได้

ถาม กฎหมายไทยก็มีขั้นตอนมากมายอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ให้รับฟังชาวบ้าน การไฟฟ้าเขาก็จัดรับฟังแล้ว ให้ทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม กับผลกระทบสังคม เขาก็ทำแล้ว แล้วยังมีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมก็คอยตรวจทานอยู่ด้วยขั้นตอนทั้งหมดนี้ นายกฯ ก็บอกแล้วว่า มีอยู่แล้ว ทำงานแล้วทั้งสิ้น แล้วยังไม่พอหรือ จะกดดันกันไปถึงไหน? 

ถ้าไม่ชอบใจ ไม่สบอารมณ์ ก็ไปคิดกันมาว่าจะเอาอย่างไร จะให้หยุดพักก็บอกมา

ตอบ พูดอย่างนี้มาก็ดีแล้ว ผมคิดให้เสร็จแล้วด้วย ขอเสนอตรงนี้เลยก็แล้วกันว่า คสช.ควรใช้อำนาจจัดการปัญหาโรงไฟฟ้าเทพาดังต่อไปนี้ 

กระบวนการไต่สวนเพื่อกำหนดประโยชน์สาธารณะในโครงการโรงไฟฟ้าเทพาฯ

๑.“คุณภาพสิ่งแวดล้อม” เป็นประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่ทรัพย์สินในราชการที่จะใช้ตามอำเภอใจได้เหมือนที่ราชพัสดุ การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมจึงต้องผ่านการไต่สวนความสมเหตุสมผลอย่างเปิดกว้างเป็นธรรมและถี่ถ้วนเสียก่อน จากนั้นก็อาศัยผลการไต่สวนมาตัดสินใจโดยผู้รับผิดชอบพร้อมเหตุผลที่ชัดเจน จนเป็นที่ยุติ 

ด้วยหลักคิดนี้..จึงขอเสนอให้ คสช.ใช้มาตรา ๔๔ บังคับให้รัฐบาลต้องไต่สวนการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในโครงการโรงไฟฟ้าเทพา ตามขั้นตอนต่อไปนี้ 

๒.ให้รัฐมนตรีพลังงานแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ๕ คน ที่ได้รับความเห็นชอบทั้งจาก กฟผ.และตัวแทนชุมชนเทพาเป็นคณะกรรมการไต่สวนโครงการ ด้านบริหารก็มีอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นกรรมการและเลขานุการ

๓.ให้ชุมชนเทพา, รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน, นายกรัฐมนตรี หยุดรับฟังความเห็นเพียงฝ่ายเดียว หรือให้สัมภาษณ์เพียงฝ่ายเดียว หรือแทรกแซงการไต่สวนของคณะกรรมการด้วยประการใดๆ นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส่วน กฟผ.ต้องหยุดประชาสัมพันธ์ หยุดแจกถุงข้าวสารนับแต่บัดนี้ด้วย

๔.ให้ กฟผ.พัฒนาข้อเสนอโครงการโรงไฟฟ้าเทพาฯ ขึ้นใหม่ ตามหัวข้อและเนื้อหาที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องครอบคลุมถึง

- ทางเลือกชนิดของพลังงานที่มีและเหตุผลที่เลือกใช้ถ่านหิน

- ทางเลือกของชนิดและแหล่งที่มาของถ่านหินที่ใช้ พร้อมเหตุผล

- ทางเลือกของที่ตั้งโรงไฟฟ้าที่มีและเหตุผลที่เลือกเทพา

- ทางเลือกของเทคโนโลยีที่มีและเหตุผลที่เลือกใช้เทคโนโลยีในโครงการ

- ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ประเมินได้ พร้อมทั้งมาตรการหลีกเลี่ยงหรือควบคุม

- ความเสียหายที่ตกแก่ราษฎรเป็นส่วนตัว พร้อมทั้งมาตรการหลีกเลี่ยงหรือเยียวยา

- มาตรการเปิดให้ชุมชนมีส่วนเข้าถึงข้อมูลโรงงาน และข้อตกลงให้สิทธิชุมชนที่จะฟ้อง บังคับให้ยุติหรือแก้ไขปฏิบัติการของโรงงานที่ผิดไปจากมาตรฐาน พร้อมทั้งกองทุนที่ ตั้งขึ้นให้ชุมชนว่าจ้างวิศวกรผู้ชำนาญ เพื่อติดตามปฏิบัติการต่างๆ ของโรงงานแทนตน

๕.เมื่อเห็นว่าข้อเสนอโครงการสมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว ให้ กฟผ.ส่งมอบข้อมูลหลักฐานทั้งหมดนี้ให้ตัวแทนชุมชน เพื่อศึกษาและยื่นคำร้องขอซักถามไต่สวนในประเด็นใดข้อใด หรือขอเสนอพยานหลักฐานโต้แย้งในประเด็นใดข้อใด ภายในเวลาที่คณะกรรมการกำหนดอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๖ เดือน นับแต่ได้รับรายงาน

บุคคลนอกชุมชนที่ไม่มีส่วนได้เสียจะขอลงทะเบียนร่วมไต่สวนไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นองค์กรด้านอนุรักษ์ที่มีข้อท้วงติงพร้อมหลักฐานชัดเจน และท้วงติงในข้อที่เกี่ยวข้องกับงานที่ผ่านมาของตน

๖.ให้กองทุนสิ่งแวดล้อม ตั้งกองทุนวิจัยให้ชุมชนเทพา เป็นเงิน ๑๐ ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายว่าจ้างผู้ชำนาญการ หรือแสวงหาข้อมูลหลักฐานมาประกอบการไต่สวนของตน

๗.การไต่สวนให้กระทำโดยเปิดเผย ณ พื้นที่ที่ง่ายต่อการเข้าถึง และมีการถ่ายทอดวิทยุโดยดำเนินไปตามประเด็นที่ชุมชนขอท้วงติง เมื่อฝ่ายชุมชนซักถามรอบแรกในประเด็นใดแล้ว ให้ตัวแทน กฟผ.ชี้แจง และกรรมการหรือตัวแทนซักถามเพิ่มเติมนาน จนยุติเป็นรายประเด็นไป

๘.เมื่อเสร็จการไต่สวนให้คณะกรรมการจัดทำรายงานการไต่สวน ระบุประเด็นท้วงติงที่ปรากฏพร้อมหลักฐานหรือคำชี้แจงของทุกฝ่าย แล้วสรุปเป็นความเห็นของคณะกรรมการพร้อมเหตุผลเป็นรายประเด็นไป จากนั้นจึงเป็นข้อเสนอแนะความเห็นของตน แล้วส่งมอบรายงานพร้อมข้อมูลทั้งหมดให้รัฐมนตรีพลังงานรายงานนี้ส่งให้ชุมชนและเผยแพร่ต่อสาธารณะด้วย

๙.ให้รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีศึกษารายงาน และวินิจฉัยเป็นความเห็นของตนจนครบถ้วนทุกประเด็น หากเห็นแย้งกับรายงานการไต่สวนในข้อใด ต้องให้เหตุผลประกอบให้ชัดเจน โดยห้ามมิให้นำข้อมูลหรือความเห็นนอกรายงานมาใช้เป็นอันขาด

ข้อวินิจฉัยของนายกรัฐมนตรี ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรที่สมบูรณ์ครบถ้วน ส่งให้คณะกรรมการ ผู้เกี่ยวข้อง และเผยแพร่ต่อสาธารณะด้วย

ถาม ทำทั้งหมดนี้เพื่ออะไร

ตอบ ทั้งหมดนี้ แท้ที่จริงคือการบังคับให้ กฟผ.ต้องมาสอบผ่านวิทยานิพนธิ์เสียก่อน สอบหนักด้วยต้องตอบตั้งแต่ต้นเลยว่า ทำไมเลือกถ่านหิน ไม่เลือกก๊าซธรรมชาติ ต้องเปิดเผยว่าจะเลือกใช้ถ่านหินอินโดนีเซีย ที่พ่อค้าคนไหนใครไปลงทุนเปิดเหมืองไว้แล้ว ต้องตอบด้วยว่าถ่านหินคุณภาพสะอาด ดีกว่านี้ มีไหม ทำไมไม่ใช้, ที่ตั้งโรงงาน เลือกด้วยเกณฑ์อะไร มีที่ไหนเข้าเกณฑ์บ้าง ทำไมมาเลือกเทพา? ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ ทุกจุดทุกประเด็นจะถูกถามถูกท้วงได้ทั้งนั้น เจ้าของโครงการต้องมีทางเลือกครบถ้วน แล้วเลือกโดยมีเหตุผลฟังได้จริงๆ ถ้าตกหล่นไป กฟผ.ก็สอบตกได้เลย จะมัวแต่จัดประชาสัมพันธ์ แจกข้าวสารชาวบ้านอยู่เช่นทุกวันนี้ไม่ได้

กระบวนการอย่างนี้จะช่วยให้ทุกเหตุผล ทุกข้อมูล ทุกส่วนได้เสีย เข้ามาสู่การตัดสินใจของส่วนรวมได้โดยไม่ตกหล่น การตัดสินใจที่เหลือท้ายสุด ก็เป็นความคิดและความรับผิดชอบของผู้ตัดสินใจโดยแท้

ถาม ถึงจุดนั้น..นายกฯ อาจตัดสินใจยืนยันให้สร้างโรงไฟฟ้าก็ได้

ตอบ ท่านจะยืนยันอย่างไรก็ได้ครับ แต่กระบวนการอย่างนี้ มันจะมีความเป็นธรรม มีการรับฟัง มีเหตุผล ชัดเจนกว่าทุกวันนี้ ข้อยุติที่ได้ก็จะดีกว่า เป็นธรรมกว่าปัจจุบันแน่นอน

ถาม ทำไมต้องทำอะไรให้ซับซ้อน ยืดเยื้อ ยืดยาวกันแบบนี้

ตอบ สี่ทศวรรษมานี้...เราเอาเทคโนโลยี เอาทุนโลก ตลาดโลก เข้ามาเต็มตัวแล้ว ก็ควรต้องรู้จักเอาวิธีจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมเช่นสากลเขามาปรับใช้ด้วย จะอยู่กินอย่างทันสมัย แต่ไม่พัฒนา เกิดข้อขัดแย้งเมื่อใด ก็ร้องว่าอย่ามากดดันและถามหาแต่เสียงข้างมากอย่างนี้ มันพาบ้านเมืองไปไหนไม่ได้หรอกครับ เป็นแค่ลิงทันสมัย เล่นไอโฟนไปวันๆ เท่านั้นเอง

ถาม ถ้าผู้ปกครองไทยยังฝืนจะใช้วิธีตัดสินใจฝ่ายเดียวกันอยู่อีก อะไรจะเกิดขึ้น

ตอบ ก็จะเป็นการยืนยันความจริง เช่นที่ คุณพิภพ ธงไชย ท่านได้สรุปไว้ว่า

 “แยกเทพานี้..คือปรากฏการณ์ที่ทุนนิยมกับรัฐข้าราชการไทย...กำลังพยายามข่มขืนให้สังคมไทยยอมรับการพัฒนาแบบบังคับ เหมือนสังคมจีนในทุกวันนี้นั่นเอง” 

 นี่ใช่ไหม..คือการปฏิรูปที่แท้จริงในความฝัน “ประชารัฐ” ของ คสช. 

 

 

 

First posted: 6 ธันวาคม 2560 | 23:34
Author : แก้วสรร อติโพธิ
Source :
  • นสพ.ไทยโพสต์