Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / ทรรศนะ ความคิดเห็น / สามารถ ราชพลสิทธิ์, จากทุบรถถึงทุบลิฟต์, กรุงเทพมหานคร
จาก 'ทุบรถ' ถึง 'ทุบลิฟต์ ' กทม.งานเข้า ! โดย ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
จาก 'ทุบรถ' ถึง 'ทุบลิฟต์ ' กทม.งานเข้า !  โดย ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
ภาพ'จากทุบรถถึงทุบลิฟต์ กทม.งานเข้า' ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
Last updated: 13 มีนาคม 2561 | 15:33
'จากทุบรถ ถึงทุบลิฟต์' ที่ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร ได้เขียนลงในหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากมีเหตุการณ์ชายพิการ “ทุบลิฟต์” เกิดขึ้นที่สถานีอโศกของรถไฟฟ้าบีทีเอสเมื่อวันที่ 11 มีนาคม หลังจากเหตุการณ์ป้าทุบรถที่จอดขวางหน้าบ้าน บริเวณตลาดในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ชี้แนะกรุงเทพมหานครที่ต้องเร่งแก้ไขสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ

หลังจากมีเหตุการณ์ “ทุบรถ” เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณตลาดในหมู่บ้านเสรีวิลล่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบก็เข้าไปแก้ไขปัญหาของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากตลาดทันที

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2561 หรือหลังจากเหตุการณ์ทุบรถประมาณ 3 สัปดาห์ ได้มีเหตุการณ์ “ทุบลิฟต์” เกิดขึ้นที่สถานีอโศกของรถไฟฟ้าบีทีเอส ผู้ทุบลิฟต์เป็นชายใช้รถเข็น คาดว่าคงไม่พอใจที่ไม่ได้รับความสะดวกสบายในการใช้ลิฟต์สำหรับคนพิการ เนื่องจากต้องกดปุ่มเรียกพนักงานของบีทีเอสให้มาเปิดประตูลิฟต์ซึ่งถูกล็อกไว้ บางครั้งก็ต้องรอนาน ถ้าฝนตกก็ต้องตากฝน ถ้าแดดออกก็ต้องตากแดด นับว่าน่าเห็นใจคนพิการยิ่งนัก

รถไฟฟ้าบีทีเอสกำกับดูแลโดย กทม. ทั้งนี้ กทม.ได้ให้สัมปทานแก่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี สัญญาสัมปทานระบุให้บีทีเอสซีต้องลงทุนเองทั้งหมด โดย กทม.ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการโยกย้ายระบบสาธารณูปโภคภายในวงเงิน 500 ล้านบาท ในสัญญาไม่มีการระบุให้บีทีเอสซีต้องติดตั้งลิฟต์สำหรับคนพิการไว้ด้วย

แต่ กทม.เล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ จึงได้ลงทุนติดตั้งลิฟต์ไว้ 5 สถานี ประกอบด้วยสถานีหมอชิต สยาม อโศก อ่อนนุช และช่องนนทรี ลิฟต์เหล่านี้จะให้บริการเฉพาะคนพิการเท่านั้น โดยจะนำคนพิการจากบริเวณทางเท้าไปสู่ชั้นชานชาลา ไม่แวะที่ชั้นขายตั๋ว ขั้นตอนการใช้ลิฟต์มีดังนี้ (1) คนพิการกดปุ่มเรียกพนักงาน (2) พนักงานมาเปิดประตูลิฟต์ซึ่งถูกล็อกไว้ คนพิการไม่สามารถเปิดเองได้ ในขั้นตอนนี้ผู้พิการจะต้องแสดงบัตรผู้พิการเพื่อรับคูปองใช้บริการฟรี และเพื่อให้พนักงานของบีทีเอสซีบันทึกข้อมูลการใช้รถไฟฟ้าของคนพิการไว้ เหตุที่ต้องล็อกประตูลิฟต์ไว้ก็เพราะบีทีเอสซีต้องการป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารอื่นขึ้นไปใช้รถไฟฟ้าโดยไม่เสียค่าโดยสารและเพื่อรักษาความปลอดภัย และ (3) พนักงานนำคนพิการขึ้นลิฟต์ไปสู่ชั้นชานชาลาเพื่อเตรียมขึ้นรถไฟฟ้า พร้อมกับแจ้งไปยังพนักงานที่สถานีปลายทางว่าคนพิการอยู่ตู้ไหน ให้รอรับด้วย

ต่อมา กทม.ได้ติดตั้งลิฟต์ครบทุกสถานี (ยกเว้นสถานีสะพานตากสินซึ่งมีพื้นที่ไม่เพียงพอ) แต่ไม่ครบทุกฝั่ง ลิฟต์ชุดใหม่แตกต่างจากลิฟต์ชุดเดิมซึ่งติดตั้งที่ 5 สถานีดังกล่าวข้างต้น กล่าวคือลิฟต์ชุดใหม่เป็นลิฟต์ที่ทุกคนสามารถใช้บริการได้ ไม่มีการล็อกประตูลิฟต์ไว้ การใช้ลิฟต์ชุดใหม่แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้ (1) ผู้โดยสารขึ้นลิฟต์จากทางเท้าไปสู่ชั้นขายตั๋ว (2) ที่ชั้นขายตั๋ว คนพิการจะต้องแสดงบัตรเพื่อรับคูปองใช้รถไฟฟ้าฟรี และเพื่อให้พนักงานของบีทีเอสซีบันทึกข้อมูลการใช้รถไฟฟ้าของคนพิการไว้ ส่วนผู้โดยสารอื่นจะต้องซื้อตั๋ว และ (3) ขึ้นลิฟต์จากชั้นขายตั๋วไปสู่ชั้นชานชาลาเพื่อรอขึ้นรถไฟฟ้า

จะเห็นได้ว่าลิฟต์ชุดใหม่ไม่ได้สร้างความยุ่งยากให้กับคนพิการ เพราะไม่ต้องรอให้พนักงานมาเปิดประตูลิฟต์ให้ ดังนั้น ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องหาทางแก้ปัญหาความยุ่งยากในการใช้งานลิฟต์ชุดเดิม ซึ่งติดตั้งมาตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2542

ผมขอเสนอแนะให้กทม. เป็นเจ้าภาพร่วมหารือกับบีทีเอสซี และสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทยเพื่อหาหนทางปรับปรุงและแก้ไขสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ดังนี้

1. ทำหลังคากันแดดกันฝนบริเวณที่รอลิฟต์ และตลอดทางลาดสำหรับรถเข็น

2. ให้บีทีเอสซีติดตั้งเครื่องตรวจตั๋วโดยสารที่ชั้นชานชาลา ซึ่งจะช่วยให้บีทีเอสซีไม่ต้องล็อกประตูเข้าลิฟต์ เพราะผู้โดยสารที่ใช้ลิฟต์ทุกคนจะต้องมีตั๋วโดยสาร มิฉะนั้น จะเข้าชานชาลาไม่ได้ ในกรณีเป็นคนพิการก็ต้องมีคูปอง แนวทางนี้มีใช้อยู่แล้วที่ฝั่งขาออกของสถานีหมอชิต และช่องนนทรี ซึ่งคนพิการไม่ต้องเสียเวลารอพนักงานมาเปิดประตูลิฟต์ให้

3. หากไม่ใช้วิธีการในข้อ 2 ผมขอเสนอให้มีการสแกนบัตรคนพิการที่ประตูเข้าลิฟต์ที่ถูกล็อกไว้ เพื่อให้คนพิการเท่านั้นที่สามารถใช้ลิฟต์ได้ ผู้โดยสารอื่นไม่สามารถใช้ได้ วิธีการนี้จะสามารถป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารอื่นที่ไม่มีตั๋วโดยสารขึ้นลิฟต์ไปสู่ชั้นชานชาลาได้ และจะช่วยให้คนพิการไม่ต้องเสียเวลารอพนักงานให้มาเปิดประตูลิฟต์

หวังว่า กทม.จะเร่งรัดหาทางแก้ไขเพื่อช่วยเหลือคนพิการให้สามารถใช้รถไฟฟ้าบีทีเอสได้อย่างสะดวกสบายเช่นเดียวกับการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากตลาดในหมู่บ้านเสรีวิลล่านะครับ

First posted: 13 มีนาคม 2561 | 15:30
Source :
  • เฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์