Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / บทความ ธุรกิจ-เศรษฐกิจ / ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
องค์กรแห่งอนาคต (อันใกล้) โดย พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม
องค์กรแห่งอนาคต (อันใกล้) โดย พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม
Last updated: 15 ธันวาคม 2559 | 10:15
ในอีก 5 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบใหม่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานขององค์กรในทุกอุตสาหกรรมอย่างสิ้นเชิง ทั้งในองค์กรที่ยังใช้แรงงานมนุษย์และองค์กรที่ใช้องค์ความรู้ของบุคลากรเป็นหลัก ซึ่งความแตกต่างระหว่าง “องค์กรที่มีความสนใจในดิจิทัลเฉยๆ กับองค์กรที่ต้องการจะเป็นองค์กรดิจิทัล” จะมีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้วในด้านขีดความสามารถและความก้าวหน้าขององค์กร

 

จากงานวิจัยโดย Accenture Institute for High Performance and Accenture Technology Labs ได้แนะนำว่า การที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลนั้น ผู้บริหารต้องเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา โดยดิจิทัลกำลังจะเปลี่ยนแปลงการทำงานในอนาคตไปอย่างมาก ซึ่งดิจิทัลเป็นการเชื่อมโยงของเทคโนโลยีใหม่ และหลอมรวมกัน (Convergence) อย่างแนบแน่น ด้วยราคาที่ถูกลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น Mobile broadband, Social media, Big data, Cryptography, ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence), Data analytics, IoT จนทำให้ขีดความสามารถในการ เก็บ แยกแยะ เคลื่อนย้าย และวิเคราะห์  ถึงจุดที่สามารถสร้างอำนาจทางธุรกิจ สังคม และการเมืองได้ อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ (Human capability) นั่นเอง

ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่จะมีผลกระทบอย่างมากต่อการออกแบบการทำงานรูปแบบใหม่ให้แก่องค์กร สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้

• Ubiquitous data streams : ปัจจุบันองค์กรมีข้อมูลจำนวนมหาศาล มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เซ็นเซอร์ อุปกรณ์สื่อสาร ประกอบกับการมีเครือข่าย Mobile ที่มีขีดความสามารถสูง ทำให้สามารถรับส่งและจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากๆ ได้

อีกทั้งยังสามารถเรียกขัอมูลมาใช้ได้แบบ Anywhere Anytime

• Advanced analytics and modeling : เทคโนโลยีการวิเคราะห์คำนวณที่ก้าวหน้า ทำให้องค์กรมีขีดสามารถในการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ และสามารถพยากรณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆได้ จนสามารถช่วยในการกำหนดกลยุทธ์ให้แก่องค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

• Rich digital representations : การใช้ซอฟต์แวร์ที่สามารถแปลงวัตถุที่จับต้องได้ให้อยู่ในรูปของไฟล์ดิจิทัล และในอนาคตอันใกล้องค์กรจะมีเครื่องมืออัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เข้ามาสนับสนุนการทำงานในหลายอุตสาหกรรม

• Cognitive augmentation : เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความสามารถในการเข้าถึงความรู้สึกและปฏิกิริยาตอบสนองของมนุษย์ ทำให้เกิดเป็นผู้ช่วยแบบอัตโนมัติ และสามารถนำมาทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายส่วนงาน

• Collaborative augmentation : ซอฟต์แวร์ที่สามารถพัฒนาวิธีการที่ทำให้บุคลากรสามารถทำงานร่วมกันได้ และมีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกันได้ จะเกิดการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆอย่างรวดเร็ว

มีการคาดการณ์ว่า ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า กระบวนการดิจิทัลอันชาญฉลาด จะทำให้เกิดรูปแบบการบริหารจัดการองค์กรแบบใหม่ ดังนี้

- การกระจายอำนาจในการตัดสินใจ

ในอดีตอำนาจการตัดสินใจจะเป็นแบบรวมศูนย์ คือมีบุคคลเดียวที่สามารถตัดสินใจได้ แต่ในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงโดยจะมีการกระจายอำนาจการตัดสินใจออกไปทั่วทั้งองค์กร ทั้งนี้เนื่องจากในปัจจุบันสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากมีเครื่องมือดิจิทัลอันชาญฉลาด บุคลากรในองค์กรจะใช้ข้อมูลประกอบกับความรู้ที่มีอยู่ ในการตัดสินใจเกี่ยวกับกระบวนการต่างๆในองค์กร เช่น สินค้าคงคลัง การกำหนดราคา และแม้แต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ การกระจายอำนาจในการตัดสินใจจะทำให้บุคลากรสามารถปกครองตัวเองได้ และยังมีส่วนร่วมในองค์กรมากขึ้น ทำให้องค์กรสามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว สามารถสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าได้

- การตอบสนองแบบ Realtime

เทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้อย่างทันท่วงที การเชื่อมต่อทางดิจิทัลระหว่างคน สถานที่ และสิ่งต่างๆ หรือที่เรียกว่า “Internet of Everything” หรือ IoE จะทำให้เกิดการใช้งานข้อมูลดิจิทัลในหลายรูปแบบ ทำให้เรารู้ว่าเครื่องจักรตั้งอยู่ที่ใดและบุคคลากรกำลังทำอะไร โดยผู้ช่วยอันชาญฉลาดจะใช้ข้อมูลพวกนี้ ในการช่วยให้บุคลากรสามารถทำการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งหุ่นยนต์ ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์สำหรับการเรียนรู้ เซนเซอร์ และเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ จะทำให้เกิดวิธีในการสร้างสรรค์แบบใหม่สำหรับทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์อันชาญฉลาดกับมนุษย์ โดยมนุษย์สามารถควบคุมสถานการณ์ หรือควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากระยะไกล นอกจากนี้หุ่นยนต์จะเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทำงานของมนุษย์มากขึ้นด้วย

ปัจจุบันโมเดลและแบบจำลองทางดิจิทัล ทำให้สามารถออกแบบได้โดยใช้งบประมาณน้อยลง กระบวนการทำงานจะสั้นและรวดเร็วขึ้นมาก วงจรการทำงานในรูปแบบการทดลองทดสอบ “ออกแบบ-สร้าง-ทดสอบ” ที่ทำให้ได้ผลตอบรับที่เร็วขึ้น มีความเสี่ยงน้อยลงในความล้มเหลวด้วยต้นทุนสูง และสามารถออกแบบได้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากว่าวิธีการออกแบบดั้งเดิม ทำให้การทำงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้นและมีโอกาสในความสำเร็จมากขึ้น

การที่องค์กรจะสามารถเปลี่ยนแปลงสู่องค์กรดิจิทัลได้นั้น จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ทั้งในด้านทักษะ บทบาท และแม้แต่วัฒนธรรมองค์กร โดยมีปัจจัยสำคัญในการปรับเปลี่ยนสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล สรุปได้ดังต่อไปนี้

- การใช้เครื่องมือที่ถูกต้องเหมาะสม

องค์กรต้องให้อำนาจแก่บุคลากรทุกระดับ ในการใช้ข้อมูลและเครื่องมือสำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจที่เหมาะสม นอกจากนี้ หากองค์กรต้องการให้มีการตัดสินใจแบบการกระจายอำนาจ มากกว่าการตัดสินใจแบบรวมศูนย์ โดยกรอบกระบวนทัศน์ใหม่ในการวางแผนและบริหารจัดการองค์กร จะมุ่งเน้นการวางแผนล่วงหน้าและดำเนินตามแผนนั้น ด้วยความสามารถในการวางแผนที่ปรับตัวอยู่เสมอ เพื่อให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อข้อมูลใหม่ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเน็ว  

- พัฒนาความสามารถและใช้อย่างถูกต้อง

การนำพาองค์กรสู่องค์กรดิจิทัลได้นั้น บุคลากรควรจะต้องมีความเข้าใจในองค์ความรู้และข้อมูลใหม่ๆ สามารถนำมาปรับใช้ได้ตามต้องการ มีการทดลองและมีการเรียนรู้ มีทักษะในการตัดสินใจ และความสามารถในความร่วมมือกัน หากบุคลากรได้รับการกระตุ้นให้ใช้ข้อมูลและพัฒนาผลิตภัณฑ์และมีการแลกเปลี่ยนความรู้ทั่วทั้งองค์กร ไม่ใช่เพียงแค่ทำตามกฎระเบียบและทำตามคำสั่งจากผู้บริหารเท่านั้น

- พัฒนาแนวคิดเรื่องการบริหารจัดการที่ถูกต้องและเหมาะสม

การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ โดยผู้บริหารต้องมีความเป็นผู้นำและความรอบรู้สำหรับการสนับสนุนบุคลากรในองค์กรให้สามารถจัดการกับข้อมูลที่มีอยู่ได้ และบุคลากรเหล่านั้นจะต้องมีการฝึกฝนในเรื่องการตัดสินใจที่สอดคล้องกับเครื่องมืออันชาญฉลาดและความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ ผู้บริหารควรต้องสนับสนุนให้เกิดการทดลองและจัดการกับความล้มเหลวที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จากการทดลอง และสามารถแปลงทิศทางทางกลยุทธ์ให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ความจริงแล้วการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการเพื่อเข้าสู่องค์กรดิจิทัลนั้น หมายถึง การลดการควบคุมที่เข้มงวดของผู้บริหารและให้อำนาจในการบริหารงานแก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงนักออกแบบนวัตกรรมขององค์กรด้วย มีการเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงานจากเดิมที่เน้นกฎระเบียบ เป็นการค้นหามูลค่าและเน้นทำการทดลอง ซึ่งเป็นพื้นฐานของวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความรู้

อ่านเพิ่มเติม

http://www.manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9590000123999

Reference

https://www.accenture.com/t20150523T023643__w__/us-en/_acnmedia/Accenture/Conversion-Assets/DotCom/Documents/Global/PDF/Dualpub_11/Accenture-Impact-of-Technology-April-2014.pdf

https://www.accenture.com/us-en/insight-looking-digital-being-digital-impact-technology-future-work

---------------

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ

รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม

15 ธันวาคม 2559  00:10

www.เศรษฐพงค์.com

 

 

 

First posted: 15 ธันวาคม 2559 | 10:15