Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / บทความ ธุรกิจ-เศรษฐกิจ / กรณีศึกษาข้าวเกรียบมโนห์รา, อภิวัฒน์ วังวิวัฒน์
กรณีศึกษาข้าวเกรียบ 'มโนห์รา' โดย ลงทุนแมน
กรณีศึกษาข้าวเกรียบ 'มโนห์รา'  โดย ลงทุนแมน
Last updated: 14 กันยายน 2561 | 16:00
จากข้าวเกรียบที่หาบเร่ขายตามชายหาด มาวันนี้ข้าวเกรียบมโนห์รานั้นไปไกลถึงตลาดสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชียปัจจุบัน แบรนด์มโนห์รามีสินค้าอีกมากกว่า 50 รายการ ที่เป็นข้าวเกรียบหลากหลายรสชาติ โดยรายได้กว่า 30% มากจากการส่งออก และประมาณ 70% เป็นรายได้จากตลาดในประเทศ

14 กันยายน 2561-เพจ'ลงทุนแมน'https://www.facebook.com/longtunman/ ได้วิเคราะห์กรณีศึกษา'ข้าวเกรียบมโนห์รา'ที่น่าติดตามอ่านมาก โดยเนื้อหาได้เขียนไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

' ข้าวเกรียบชื่อไทยๆ ที่เริ่มมาจากการขายเร่ตามชายหาดเพียงห่อละ 1 บาท

ใครจะไปคิดว่าวันนี้ ข้าวเกรียบมโนห์ราจะมีรายได้มากกว่า 700 ล้านบาท

แล้วเขามีวันนี้ได้อย่างไร ลงทุนแมนจะมาเล่าให้ฟัง

ข้าวเกรียบมโนห์ราถูกผลิตขึ้นโดยคุณอภิวัฒน์ วังวิวัฒน์ ผู้ซึ่งมีชีวิตในวัยเด็กที่ยากลำบากพอสมควร

คุณแม่ของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขาอายุเพียง 13 ปี ขณะที่คุณพ่อก็ไปมีแม่ใหม่ ทำให้เวลาส่วนใหญ่ของคุณอภิวัฒน์จึงอยู่กับพี่สาวนับแต่นั้นเป็นต้นมา

2 พี่น้องต้องช่วยกันทำงานหาเงิน โดยพี่สาวของเขาจะทำขนมให้เขานำไปขาย ตามสถานที่ต่างๆ ที่มีคนเยอะ เช่น บ่อนการพนัน อู่ซ่อมรถ ร้านกาแฟ ซึ่งเมื่อได้เงินกลับมา เขาก็จะนำไปให้กับพี่สาวพร้อมทั้งแบ่งส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าเล่าเรียนของเขา

การที่เขาเริ่มขายของตั้งแต่เด็กทำให้เขาชอบการค้าขายอย่างมาก และเขายังพบว่า ระหว่างการขายของกินกับของใช้นั้น เขาชอบการขายของกินมากกว่า เพราะจะได้เงินเร็วกว่า

จนมาถึงวันที่เริ่มมีร้านขายของชำเป็นของตนเอง เขาคุยกับพี่สาวว่า เรา 2 คนควรเลิกขายขนมและหันมาขายข้าวเกรียบดีกว่า เพราะใช้ขั้นตอนในการทำน้อย เก็บได้นานกว่าขนม และที่สำคัญคุณอภิวัฒน์บอกว่า "ข้าวเกรียบนั้นขายอากาศ"..

เขาบอกว่า เราลองนึกถึงการทอดปาท่องโก๋ เราใช้แป้งชิ้นนิดเดียวแต่พอทอดแล้วใหญ่ขึ้น ข้าวเกรียบก็เหมือนกัน ที่เมื่อทอดแล้วจากชิ้นเพียงนิดเดียวจะกลายเป็นชิ้นใหญ่ ฟู และใส่ไม่กี่ชิ้นก็เต็มซองแล้ว

ในจังหวัดสงขลานั้นขึ้นชื่อเรื่องข้าวเกรียบ และตอนนั้นมีร้านขายอยู่ 2 ร้าน โดยจะมีขายแต่หน้าร้าน แต่ของคุณอภิวัฒน์นั้นแตกต่างตรงที่ นอกจากขายที่หน้าร้านแล้ว เขาจะนำไปเร่ขายตามชายหาดห่อละ 1 บาทด้วย เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น

จนเมื่อเขามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ มีเงินติดตัวไม่กี่ร้อยบาท ต้องอาศัยวัดเป็นที่พักพิง เขายังไปขอเช่าพื้นที่ริมท้องสนามหลวงเพื่อมาขายข้าวเกรียบ โดยพี่สาวจะส่งข้าวเกรียบมาให้ทางรถไฟ เพื่อให้เขานำไปทอดขาย โดยเขาจะทอดข้าวเกรียบใส่กะละมัง และตะโกนเรียกลูกค้าด้วยตนเอง ซึ่งช่วงนั้นทำรายได้ให้เขาดีมาก

จนเมื่อธุรกิจข้าวเกรียบของเขาเริ่มโต เป็นที่รู้จักมากขึ้น มีหลายคนมาขอซื้อข้าวเกรียบเพื่อไปขายส่ง จึงทำให้เขาตัดสินใจสร้างโรงงาน ซื้ออุปกรณ์ เครื่องจักรการผลิต และจดทะเบียนแบรนด์สินค้ายี่ห้อ “มโนห์รา” ในที่สุด

รายได้ของ บริษัท มโนห์ราอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด

ปี 2558 รายได้ 362 ล้านบาท

ปี 2559 รายได้ 382 ล้านบาท

ปี 2560 รายได้ 415 ล้านบาท

บริษัท มโนห์รา มาร์เก็ตติ้ง จำกัด

ปี 2558 รายได้ 279 ล้านบาท

ปี 2559 รายได้ 290 ล้านบาท

ปี 2560 รายได้ 286 ล้านบาท

ปัจจุบัน แบรนด์มโนห์รามีสินค้าอีกมากกว่า 50 รายการ ที่เป็นข้าวเกรียบหลากหลายรสชาติ โดยรายได้กว่า 30% มากจากการส่งออก และประมาณ 70% เป็นรายได้จากตลาดในประเทศ

จากข้าวเกรียบที่หาบเร่ขายตามชายหาด มาวันนี้ข้าวเกรียบมโนห์รานั้นไปไกลถึงตลาดสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย

จากเด็กที่ครอบครัวแตกแยก ต้องหาเงินส่งเสียตัวเองตั้งแต่เด็ก มาวันนี้เขาสามารถสร้างธุรกิจที่มีรายได้มากกว่า 700 ล้านบาท

มีคนเคยถามว่า คุณอภิวัฒน์ มองปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างไร เขาตอบว่า “เพราะปัญหาทำให้เกิดความก้าวหน้า ถ้าไม่มีปัญหาชีวิตผมจะไม่มีทางก้าวหน้าอย่างทุกวันนี้”

เราเห็นตัวอย่างของคนจำนวนมากที่ต้นทุนชีวิตไม่สูง มีปัญหามากมาย แต่เขาเหล่านั้นก็สามารถเปลี่ยนชีวิตของเขาด้วยคำว่า อดทนและไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

ดังนั้น ถ้าวันนี้เรากำลังเจอปัญหา ขอให้ดูตัวอย่างนี้ และลุกขึ้นสู้อีกครั้ง

 

ไม่แน่เราก็อาจจะเปลี่ยนชีวิตของเราให้ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน.."

First posted: 14 กันยายน 2561 | 16:00