Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / อาชญากรรม / ดีเอสไอ
ยึดแก้วน้ำปลอมกว่า 6 หมื่นใบ ย่านตลาดสำเพ็ง มูลค่ากว่า 60 ล้าน
ยึดแก้วน้ำปลอมกว่า 6 หมื่นใบ ย่านตลาดสำเพ็ง มูลค่ากว่า 60 ล้าน
Last updated: 14 มิถุนายน 2561 | 17:53
'ดีเอสไอ' บุกจับแหล่งผลิตแก้วน้ำปลอม ย่านตลาดสำเพ็ง รวม10 จุด จับกุมผู้ต้องหาชาวจีนและชาวไทย รวม 9 ราย มูลค่าความเสียหาย 60 ล้านบาท

วันที่ 14 มิถุนายน 2561- พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พันเอก พินิจ ตั้งสกุล ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และตัวแทนบริษัทผู้เสียหาย ร่วมกันแถลงข่าวการบุกจับสินค้าประเภทแก้วน้ำปลอมเครื่องหมายการค้าและละเมิดลิขสิทธิ์หลายยี่ห้อ

สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า มีขบวนการลักลอบนำสินค้าประเภทแก้วน้ำปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายเข้ามาในราชอาณาจักร  ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างและมีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญาสืบสวนเรื่องดังกล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 13.30 น. กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และศูนย์สืบสวนสะกดรอย กรมสอบสวนคดีพิเศษ ภายใต้การอำนวยการของ พันเอก พินิจ ตั้งสกุล ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา, ร้อยตำรวจเอก พลสัณห์ เทิดสงวน ผู้อำนวยการส่วนคดีทรัพย์สินทางปัญญา 1 และพันตำรวจโท ธนวัฒน์  วงศ์อนันต์ชัย ผู้อำนวยการส่วนคดีทรัพย์สินทางปัญญา 2 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจับกุมแหล่งผลิต ค้าส่งและโกดังเก็บสินค้าประเภทแก้วน้ำ ละเมิดเครื่องหมายการค้าและละเมิดลิขสิทธิ์ ยี่ห้อดัง รวม 10 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 9 ราย โดยพบของกลางประเภทแก้วน้ำปลอมเครื่องหมายการค้าและละเมิดลิขสิทธิ์ยี่ห้อต่าง ๆ เช่น MANCHESTER UNITED, LIVERPOOL, ARSENAL, STARBUCKS, STITCH, DORAEMON, YETI, HARLEY DAVIDSON ฯลฯ จำนวนมาก รวมสินค้าที่ตรวจยึดทั้งหมดจำนวนกว่า 60,000 ชิ้น มูลค่าของกลางตามท้องตลาดของปลอมมีมูลค่าประมาณกว่า 10 ล้านบาท ถ้าเป็นของแท้จะมีมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท

พร้อมทั้งได้จับกุมผู้ต้องหาชาวไทยและชาวจีน โดยกล่าวหาว่า เสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และนำส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

โดยกรณีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายมากและพฤติการณ์อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ อีกทั้งรัฐบาลได้มีนโยบายให้ดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง

First posted: 14 มิถุนายน 2561 | 17:53