Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / ผู้หญิง / ซูซี่ ปูด์เจียสตูตี้, Susi Pudjiastuti, รัฐมนตรีพาณิชย์นาวีของอินโดนีเซีย
'ซูซี่ ปูด์เจียสตูตี้'รัฐมนตรีในดวงใจของชาวอินโดนีเซีย แต่เป็น'นารีพิฆาต'ระเบิดเรือประมงผิดกฏหมายต่างชาตินับร้อยลำ
Last updated: 9 พฤศจิกายน 2561 | 17:52
ถ้าถามคนไทยว่ารู้จัก "ซูซี่ ปูด์เจียสตูตี้"Susi Pudjiastuti ไหม? รับรองไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่ถ้าถามคนอินโดนีเซีย และคนไทยที่ทำประมงที่อินโดนีเซีย ชื่อนี้รับประกัน'นารีพิฆาต'ที่เด็ดขาดจัดการระเบิดเรือประมงที่ผิดกฏหมายนับร้อยลำที่รุกล้ำเข้ามาในน่านน้ำทะเลของประเทศอินโดนีเซีย เป็นข่าวดังไปทั่วโลก ซูซี่ ปูด์เจียสตูตี้( Susi Pudjiastuti) รัฐมนตรีกิจการพาณิชย์นาวี และการประมงของอินโดนีเซีย(Maritime&Fisheries Minister)อายุ 53 เป็นรัฐมนตรีคนเดียวที่ไม่จบชั้นมัธยม เป็นหม้ายและคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เป็นประธานบริษัทส่งออกอาหารทะเลอันดับต้น ๆ ของประเทศ เป็นประธานสายการบินชาร์เตอร์ "ซูซี่แอร์" เป็นมุสลิมที่สักลาย ไม่คลุมผม ดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล และสูบบุหรี่วันละซอง

Susi Pudjiastuti เป็นชาวชวา เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2508 เกิดที่ปังงันดารัน ถิ่นของคนซุนดา Pangandaran ภาคตะวันตกของเกาะชวา เป็นลูกสาวของฮาจิอาห์หมัด คาร์ลันและ Hajjah Suwuh Lasminah ครอบครัวของเธอเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานรุ่นที่ห้าของ Pangandaran ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวSundanese ธุรกิจครอบครัวของเธอกำลังทำงานอยู่ในอสังหาริมทรัพย์และปศุสัตว์

ขณะที่ศึกษาที่โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย  เธอเรียนหนังสือไม่จบ เพราะโดนไล่ออกจากโรงเรียน ที่โดนไล่ออกไม่ใช่เพราะเธอโง่หรือเกเร แต่เพราะเธอไปเดินขบวนประท้วงเผด็จการซูฮาร์โต้ เนื่องจากทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองในเมือง Golput (Golongan Putih หรือการประท้วง Golkar) ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้าม ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการของประธานาธิบดี Suharto อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่เธอกลายเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของประธานาธิบดี Joco Widodo เธอได้กลับไปลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาปลายปี (Paket C) และเธอจบการศึกษาอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2561นี่เอง

Susi Pudjiastuti มีลูกสามคนคือ Panji Hilmansyah, Nadine Kaiser และ Alvy Xavier แต่ ลูกชายคนแรกของเธอ Panji Hilmansyah ได้เสียชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลวที่ฟลอริดาสหรัฐขณะอายุ 31 ต่อมาซูซี่ได้หย่า และเป็นที่รู้กันว่ามีรอยสักและเป็นคนสูบบุหรี่จัด

Susi Pudjiastuti อายุเพิ่ง 53 เป็นรัฐมนตรีกิจการพาณิชย์นาวี และการประมงของอินโดนีเซีย เป็นรัฐมนตรีคนเดียวที่ไม่จบชั้นมัธยม เป็นหม้าย เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เป็นประธานบริษัทส่งออกอาหารทะเลอันดับต้น ๆ ของประเทศ เป็นประธานสายการบินชาร์เตอร์ "ซูซี่แอร์" เป็นมุสลิมที่สักลาย ไม่คลุมผม ดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล และสูบบุหรี่วันละซอง

ผลงานที่คนอินโดนีเซีย และประมงไทยจดจำเธอได้ไม่ลืม คือ รัฐมนตรีพาณิชย์นาวีหญิงคนนี้ได้สั่งให้กวาดล้างเรือประมงต่างชาติในน่านน้ำอินโดนีเซียทั้งหมด ที่มีมากถึง 5,000 ลำ จับได้ยึดอุปกรณ์ เนรเทศลูกเรือกลับบ้าน เอาไต้ก๋งขึ้นศาลดำเนินคดี ถ้าพิสูจน์ว่าผิดจริง คนติดคุก และเรือถูกระเบิดทิ้งทันที เหมือนการประหารกลางเมือง ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก

เธอระเบิดเรือไปแล้วเป็นร้อยลำ เวียตนาม 276 ลำ ฟิลิปปินส์ 90 ลำ และ ไทย 50 ลำ ไม่ว่าต่างชาติจะพยายามเจรจาอย่างไร เธอไม่สนใจ ระเบิดเรือเล่นเป็นงานอดิเรก ตอนแรกคนก็ด่าเธอว่าป่าเถื่อน แต่ก็ปรากฎว่าหลังการระเบิดเรือ ปริมาณการจับปลา และปริมาณการส่งออกของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นทันทีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

ตอนนี้เธอจึงเป็นรัฐมนตรีหญิงที่ขึ้นหม้อที่สุดของรัฐบาลประธานาธิบดีโจโค วิโดโด แต่บริษัทฯประมงต่างชาติแช่งให้เธอหลุดจากตำแหน่งทุกวันหมดธูปไปหลายห่อแล้ว

บุคคลิกเธอเป็นคนโผงผาง ตรงไปตรงมา และข้อมูลแม่นมาก เพราะโตมากับทะเล คุยกับเธอถ้าไม่เจ๋งจริงโดนต้อนกลับบ้านไม่ถูก

สื่อต่างประเทศเรียกคุณซูซี่ว่า "รัฐมนตรี Badass" ส่วนเด็กรุ่นใหม่ และคนอินโดฯ ระดับรากหญ้าเรียกเธอว่า"เจ้ใหญ่ผู้เป็นที่รัก"

เวลาเธอทำงาน ติดดินยิ่งกว่าเจ้สะพานปลา ลุย ๆ อยู่กับความเค็ม และกลิ่นคาวทะเล ขึ้นเรือรบตามจับเรือประมงต่างชาติกับทหารเรือเลย เหนื่อย ก็เอาหนังสือพิมพ์มาปูนอนดูดยาอยู่บนดาดฟ้าเรือ กินง่ายนอนง่ายไม่ VIP ไปประชุมสภาก็ใส่รองเท้าวัยรุ่น ใครถามถึงรอยสัก เธอก็ถลกกระโปรงให้ดูตรงนั้นเลย

ฝ่ายตรงข้าม และฝ่ายเคร่งศาสนา กัดจิกเธอตลอด ถึงความรั่ว ความไม่สำรวม ความไม่เคร่ง ของเธอจนมีคนส่งของขวัญวันเกิดไปที่บ้านเป็น "ฮิญาป" พวกเด็ก ๆ ทนไม่ไหว ทำสื่อเชียร์เธอในอินเตอร์เนตว่า

"คนที่ดูไม่เคร่งศาสนา หัวใจใหญ่กว่าพวกปิศาจคาบคัมภีร์เยอะ"

เด็กข้างถนนพ่นกราฟิตี้ใส่กำแพงเป็นรูปเธอในชุด wonder woman

อะไร ? ที่หล่อหลอมเธอมาให้เป็นแบบนั้น

คุณซูซี่ถูกไล่ออกจากโรงเรียนตอนมัธยมปลาย เพราะไปร่วมเดินขบวนขับไล่ซูฮาร์โต้ เมื่อโรงเรียนไม่ต้องการเธอ เธอก็เรียนเอง ออกมาเรียนมหาวิทยาลัยชีวิต ทำงานอยู่สะพานปลา แต่งงานครั้งแรก ได้ผัวเฮงซวยเธอก็หย่าทันที แล้วอุ้มลูกไปซื้อปลาต่อ ยามลำบากไม่มีเงินแม้จะซื้อนมให้ลูก เธอถอดกำไลทองที่พ่อแม่ซื้อให้เป็นทุนทำธุรกิจ

เธอให้สัมภาษณ์ว่า เธอถูกชะตากับหายนะ ตอนวิกฤตเศรษฐกิจค่าเงินรูเปียห์ตกไปร้อยสองร้อยเปอร์เซ็น ธุรกิจอื่นชิบหายวายวอด เธอรวยกระฉูด เพราะขายปลาให้ยุโรป ได้ดอลลาร์ล้วน ๆ ตอนซื้อเครื่องบินมาทำชาร์เตอร์ขนส่งสินค้า และอาหารทะเลก็ร่อแร่ เจียนอยู่เจียนไป เกิดสึนามิ ที่อาเจะห์ เธอเอาเครื่องเซสน่า ขนของเอาไปบริจาคช่วยคนด้วยความเห็นใจ รัฐบาลให้งบเธอขนสินค้าไปส่งอาเจะห์เจ้าเดียวเลย จากร่อแร่กลายเป็นรวย ไม่ทันตั้งตัว

ตอนมาเป็นรัฐมนตรี เธอก็ไม่ได้เล่นการเมืองมาก่อน นั่งขายปลา ตัวเค็มอยู่ดี ๆ ประธานาธิบดีโจโควี่ เดินมาหา บอกว่า "มาเป็นรัฐมนตรีประมงให้ผมหน่อย"

แล้วเธอก็ไม่ทำให้ประธานาธิบดีโจโควี่ และคนอินโดนีเซียผิดหวัง

เจ้จึงไม่ต้องแคร์ใคร เพราะตอนเจ้ลำบากไม่มีหมาที่ไหนมาให้ความช่วยเหลือ ไม่เคยเป็นหนี้บุญคุณใคร ให้ต้องตอบแทน "เจ้คือของจริง"

First posted: 9 พฤศจิกายน 2561 | 17:32