Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | Thai Overseas
View Total
18,358,282
Home / อาชญากรรมไซเบอร์ / กสทช., ภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์
กสทช.คุมเข้มสั่งบล็อก 50 เลขหมายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เถื่อน จี้ผู้ให้บริการ 6 บริษัทร่วมตรวจจับเบอร์ปลอมด้วย
Last updated: 12 มกราคม 2561 | 22:31
กสทช. คุมเข้มสั่งบล็อก 50 เบอร์ เข้าข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สร้างเบอร์หลอกมาจากต่างประเทศ โทรเข้าเหยื่อในไทยผ่านระบบเน็ต มีเหยื่อโดนแล้ว 167 ราย ออกหมายจับ 275 ราย จับกุม 162 ราย ยึดทรัพย์ได้มากกว่า 120 ล้านบาท จี้ 6 เครือข่ายผู้ให้บริการเตรียมพร้อมระบบตรวจจับการแปลงเบอร์ลดการหลอกลวงไปยังประชาชนปลายทางภายใน2เดือน

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2561  ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงาน กสทช.เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561 โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เชิญ สำนักงาน กสทช. ,ปปง. และตัวแทนสถาบันการเงิน มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการหลอกหลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เถื่อน เพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน

จากการตรวจสอบของ กสทช. พบว่า ขณะนี้ พบเบอร์ที่เข้าข่ายเป็นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เถื่อน ปลอมเลขหมายโทรศัพท์ มาจากต่างประเทศ โทร จำนวน 50 เลขหมาย โดยอาศัยการปลอมเบอร์ของหน่วยงานตรวจสอบในไทย เช่น ปปง. ดีเอสไอ หรือเบอร์ของประชาชนโดยตรง เพื่อโทรหาเหยื่อคนไทย

โดยเบื้องต้น กสทช.ได้สั่งให้บล็อกเลขหมายทั้ง 50 เบอร์แล้ว เพื่อไม่ให้เชื่อมสัญญาณเข้าประเทศไทย แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า เลขหมายเหล่านี้มาจากประเทศใด หรือใครใช้งาน เนื่องจากรระบบยังไม่สามารถตรวจสอบได้ขนาดนั้น แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่เบอร์โทรที่อยู่ในประเทศไทย เพราะถ้าเป็นเบอร์ภายในประเทศ จะสามารถตรวจสอบได้ชัดเจน

กระบวนการที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ดำเนินการ คือ การเปลี่ยนซอร์ฟแวร์จากต้นทาง เพื่อโทรหาเหยื่อในประเทศไทยผ่าน ระบบอินเตอร์เน็ต (วีโอไอพี) ผ่านท่อเครือข่าย 6 เครือข่าย ได้แก่ Ais , Dtac, True, TOT, Cat และ 3BB ไทย

"เมื่อโทรมาแล้ว จะอ้างความน่าเชื่อถือว่า เป็นบุคคลจากหน่วยงานราชการ เช่น ปปง.หรือ กรมศุลกากร หรือธนาคารแห่งประเทศไทย ฯลฯ หรือการอ้างชื่อบุคคลทั่วไป แล้วโทรหาเหยื่อหลอกให้โอนเงิน ทำให้ผู้รับปลายทางมีความหลงเชื่อทำให้สูญเสียเงินและทรัพย์สินอื่นๆโดยเบื้องต้น กสทช., ธปท. และ สตช. ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า มาตรการชั่วคราวที่จะดำเนินการ คือ เบอร์ที่แปลงมา 50 เบอร์นั้น จะบล็อกต้นทางตั้งแต่จุดเชื่อมเข้าสัญญาณอินเทอร์อินเน็ตในไทย แต่ระยะยาวทั้ง 6 ค่าย ต้องหาวิธีเพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่า เบอร์ที่โทรเข้ามา เป็นเบอร์มาจากไหน เครือข่ายใด และชื่ออะไรจากต้นทาง ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาร่วม 2 เดือนเพื่อทำระบบฐานข้อมูลร่วมกัน"

ทั้งนี้ กสทช.แนะนำข้อควรปฏิบัติเมื่อรับสาย จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้แก่ ไม่หลงเชื่อเมื่อมีโทรศัพท์แปลกหน้าเข้ามาและไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่ใคร รวมทั้งไม่โอนเงินทันที เช็คข้อมูลและตัดสายทิ้ง พร้อมโทรแจ้งตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากพบขัอสงสัย

สำหรับข้อมูลที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้ง กสทช. พบว่า ขณะนี้ มีเรื่องร้องเรียนเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว 167 ราย , ออกหมายจับแล้ว 275 ราย , จับกุมได้แล้ว 162 ราย, อยู่ระหว่างติดตามตัว 113 ราย, ตรวจยึดทรัพย์แล้วมากกว่า 120 ล้านบาท และ อายัดทรัพย์แล้วกว่า 3 ล้านบาท

“ตอนนี้ตำรวจมีข้อมูลของเบอร์ที่แปลงมาหลอกลวงอยู่ 50 เบอร์ ซึ่งตอนนี้ได้บล็อกไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งต่อจากนี้ภายใน 2 เดือนนี้ ผู้ให้บริการเลขหมายทั้ง 6 รายจะมีระบบซอฟต์แวร์ตรวจจับการแปลงเบอร์สำคัญต่างๆ ถือเป็นการป้องกันที่ต้นเหตุที่ดี เพราะต่อจากนี้จะมีเบอร์ที่ถูกแปลงจากมิจฉาชีพเป็น 1,000 เบอร์ ก็จะถูกแปลงจากผู้ให้บริการเลขหมายก่อน เพื่อให้ผู้ถูกหลอกมีความเห็นว่าเบอร์ที่โทรมาไม่ใช่เบอร์หน่วยงานรัฐ หรือเบอร์บุคคลสำคัญ”

First posted: 12 มกราคม 2561 | 22:25
Source :
  • Thai PBS