หน้าแรกข่าวหน้าหนึ่ง'พงศ์กวิน' สั่งกวาดล้าง 'แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย' จับจริงทุกราย ไม่เว้นนายจ้างที่จ้างเถื่อน

‘พงศ์กวิน’ สั่งกวาดล้าง ‘แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย’ จับจริงทุกราย ไม่เว้นนายจ้างที่จ้างเถื่อน

เผยแพร่

spot_img

รายละเอียดข่าว

วันที่ 27 สิงหาคม 2568 นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงมาตรการเร่งด่วนในการ จัดระเบียบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย โดยยืนยันว่า จะมีการ ล้างระบบใหม่ทั้งหมด เพื่อยุติการลักลอบทำงานโดยไม่ถูกต้องและการแย่งอาชีพของแรงงานไทย

นายพงศ์กวินระบุว่า ปัจจุบันแรงงานต่างด้าวมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งภาคการผลิตและบริการ แต่หากไม่มีการควบคุมที่เข้มงวดก็จะก่อให้เกิดปัญหาตามมา ทั้งการเอารัดเอาเปรียบแรงงาน ความไม่เป็นธรรม รวมถึงผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม โดยย้ำว่า หากพบการทำงานผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นแรงงานหรือผู้ประกอบการ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น

สำหรับบทลงโทษ

  • แรงงานต่างด้าว ที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือสิทธิ จะถูกปรับ 5,000 – 50,000 บาท และถูกผลักดันกลับประเทศต้นทาง
  • นายจ้าง ที่จ้างแรงงานผิดกฎหมาย จะถูกปรับ 10,000 – 100,000 บาทต่อแรงงาน 1 คน หากกระทำผิดซ้ำ จะถูกเพิ่มโทษเป็นปรับ 50,000 – 200,000 บาทต่อแรงงาน 1 คน หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูก ห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นเวลา 3 ปี

กระทรวงแรงงานยังได้ขอความร่วมมือนายจ้างและเจ้าของกิจการ หากต้องการใช้แรงงานต่างด้าวให้ดำเนินการตามระบบ MOU (บันทึกความเข้าใจระหว่างประเทศ) เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่เพิ่มการตรวจสอบอย่างเข้มข้น และเปิดช่องทางร้องเรียนประชาชนผ่านสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506

จากข้อมูลกรมการจัดหางาน (ก.ค. 2568) ปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องแล้วกว่า 4 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานจาก กัมพูชา เมียนมา ลาว และเวียดนาม ซึ่งกระทรวงแรงงานจะยังคงผลักดันการนำเข้าแรงงานถูกกฎหมายตามระบบที่กำหนด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยในตลาดแรงงาน

ข่าวล่าสุด

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง

ข่าวอื่นๆ

 วิกฤต “โลกเดือด” สภาพอากาศสุดขั้วทุบสถิติใหม่ เตือนไทยรับมือน้ำสองขั้ว “แล้งจัด-ท่วมฉับพลัน”

องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ยุคของ "โลกร้อน" (Global Warming) ได้สิ้นสุดลงแล้ว และมนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่ยุค "โลกเดือด" (Global Boiling) อย่างเต็มตัว ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่การที่อุณหภูมิสูงขึ้นทีละน้อย...

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ทรงพระประชวร ฉบับที่ ๗

วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระประชวร ฉบับที่ ๗

ประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ

ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 5 (65/2569) (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2569) ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก...