วันพุธ, เมษายน 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเทคโนโลยี-นวัตกรรมมาเลเซียกระหายน้ำ-ไฟ Data Center ที่ยะโฮร์ โตพรวด กดดันทรัพยากรหนัก ชะลอเป้า Net Zero

มาเลเซียกระหายน้ำ-ไฟ Data Center ที่ยะโฮร์ โตพรวด กดดันทรัพยากรหนัก ชะลอเป้า Net Zero

เผยแพร่

spot_img

ยะโฮร์ รัฐสำคัญของมาเลเซีย กลายเป็นฮับ Data Center ใหม่ของอาเซียน จากกระแส AI ระเบิดความต้องการลงทุนศูนย์ข้อมูลของบริษัทยักษ์ใหญ่ เทคโนโลยี แต่การเติบโตเร็วนี้กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อไฟฟ้าและน้ำในพื้นที่ ซึ่งอาจชนเพดานทรัพยากรและสั่นคลอนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ

ยะโฮร์: ศูนย์ข้อมูลอาเซียนแห่งใหม่ เพราะใกล้สิงคโปร์ช่วงล็อกดาวน์

ยะโฮร์ได้ประโยชน์จากการจำกัดศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ในสิงคโปร์ช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Microsoft, ByteDance และผู้เล่นท้องถิ่นอย่าง YTL เปลี่ยนมาลงทุนสร้างฐาน Data Center ที่ยะโฮร์แทน รัฐบาลมาเลเซียสนับสนุนเต็มที่ด้วยนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งให้ยะโฮร์กลายเป็นตลาดศูนย์ข้อมูลที่โตเร็วสุดในอาเซียนตอนนี้

วิกฤตไฟฟ้าใกล้เข้ามา: ศูนย์ข้อมูลจะใช้ไฟถึง 20% ของกำลังผลิตประเทศใน 10 ปี

นักวิเคราะห์ประเมินว่าภายในปี 2035 ศูนย์ข้อมูลทั่วมาเลเซียอาจต้องใช้ไฟฟ้าถึง 20% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ โดยยะโฮร์มีแผนเพิ่มกำลังศูนย์ข้อมูลจาก 1.6 กิกะวัตต์ในปัจจุบัน เป็นมากกว่า 5 กิกะวัตต์ เพื่อตอบรับดีมานด์นี้ รัฐบาลเตรียมเพิ่มกำลังผลิตไฟจากก๊าซธรรมชาติ 6-8 กิกะวัตต์ แต่ถ้าหากยังไม่เร่งพลังงานสะอาดและประสิทธิภาพพลังงานให้มากพอ ปัญหาไฟฟ้าในภูมิภาคคาบสมุทรมาเลเซียจะหนักขึ้นเรื่อยๆ

ศูนย์ข้อมูลต้องการ “น้ำ” สูง – ยะโฮร์เร่งสร้างอ่างเก็บน้ำ-โรงบำบัด

ศูนย์ข้อมูลที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ มีความต้องการน้ำสูงมาก ศูนย์ 100 เมกะวัตต์ต้องการน้ำประมาณ 4.2 ล้านลิตรต่อวัน ยะโฮร์จึงเร่งสร้างอ่างเก็บน้ำและโรงบำบัดน้ำใหม่ 3 แห่ง เพื่อลดการพึ่งพาน้ำจากสิงคโปร์ และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน โดยผู้ควบคุมตลาดเริ่มตั้งราคาน้ำและไฟแบบพรีเมียมกับศูนย์ข้อมูล เพื่อสะท้อนต้นทุนและจูงใจให้ลงทุนระบบสีเขียว

เป้าหมาย Net Zero 2050 ยังอยู่ในความเสี่ยง

แผนการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลใหญ่ กดดันเป้าหมาย Net Zero ของมาเลเซีย รัฐบาลจึงเตรียมเปิด “กรอบงานศูนย์ข้อมูลอย่างยั่งยืน” ภายในตุลาคม 2025 เพื่อกำหนดมาตรฐานการใช้ไฟฟ้า น้ำ และเชื่อมโยงพลังงานสะอาด รวมทั้งศึกษาตัวเลือกพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เป็นโซลูชันฐานมั่นระยะยาว

บทเรียนจากสิงคโปร์: กฎเข้มทำให้เงินทุนกระจายไปยะโฮร์

สิงคโปร์เคยประกาศระงับสร้างศูนย์ข้อมูลชั่วคราว และมี Roadmap ด้าน Green Data Centre ที่เข้มงวดในเรื่องประสิทธิภาพพลังงานและน้ำ อีกทั้งปลดล็อกกำลังไฟฟ้าให้ศูนย์ที่ผ่านมาตรฐานสีเขียวเท่านั้น ทำให้เม็ดเงินลงทุนบางส่วนไหลไปยังยะโฮร์ที่กฎยังคล่องตัวกว่าในช่วงแรก

ทางออกอยู่ที่นโยบายและเทคโนโลยี: ให้ “ใช้จริงจ่ายจริง” เพิ่มมาตรฐาน และส่งเสริมพลังงานสะอาด

  • กำหนดโควต้าไฟ-น้ำรายศูนย์ข้อมูล พร้อมคิดราคาแบบพีค ช่วยจัดการทรัพยากรและลดการกักตุนความจุเกิน
  • ใช้มาตรฐานประสิทธิภาพบังคับ PUE/WUE ตามสภาพภูมิอากาศ บังคับระบบคูลลิงที่ไม่ใช้น้ำหรือรีไซเคิลน้ำ
  • ส่งเสริมสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะอาดระยะยาว พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Storage) เพื่อเสถียรภาพ
  • วางแผนกระจายฐานศูนย์ข้อมูลและกริดไฟฟ้า ลดความเสี่ยงระบบล่มและอัดแน่นพื้นที่
  • เพิ่มความโปร่งใสเปิดข้อมูลเรียลไทม์ เพื่อให้ภาคประชาชนและผู้กำกับดูแลตรวจสอบได้
  • พิจารณาพลังงานนิวเคลียร์ SMR อย่างรอบด้านทั้งต้นทุน ความปลอดภัย และความยอมรับ

ความร่วมมือข้ามพรมแดนสำคัญ: หลีกเลี่ยงการแข่งขันลดมาตรฐาน ดันสู่มาตรฐานระดับภูมิภาค

เมื่อประเทศหนึ่งมีมาตรการเข้มงวด แต่ประเทศใกล้เคียงผ่อนคลาย ศูนย์ข้อมูลและเม็ดเงินลงทุนอาจย้ายข้ามไป ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมแค่กระจายและย้ายที่ รัฐบาลอาเซียนจึงควรสร้างมาตรฐานร่วมเรื่องประสิทธิภาพพลังงาน น้ำ และไฟฟ้าสะอาดข้ามพรมแดน เพื่อป้องกันการแข่งขันลดกฎเกณฑ์ที่อาจทำลายทั้งทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม


AI โตแรงต้องบริหาร “ไฟ-น้ำ-กฎ” ให้ทัน มิฉะนั้นโอกาสจะกลายเป็นภาระ

AI คือกุญแจขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค แต่ไม่มีอะไรฟรี ยะโฮร์กำลังแสดงภาพชัดว่าถ้าไม่จัดการทรัพยากรและกติกาอย่างรัดกุม เกม AI อาจเป็นดาบสองคม ทั้งต่อประชาชน สิ่งแวดล้อม และเป้าหมาย Net Zero สิ่งที่มาเลเซียทำตอนนี้ ตั้งแต่กรอบศูนย์ข้อมูลอย่างยั่งยืนจนถึงการศึกษาพลังงานสะอาด จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ AI โตได้โดยไม่ทำลายต้นทุนทรัพยากรที่เราทุกคนต้องพึ่งพา

ข่าวล่าสุด

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

เบื้องหลังเจ้าของปั๊มน้ำมันที่แท้จริง

เชลล์ ตราหอย คือ ผู้ประกอบการของกลุ่มต่างชาติในไทย โดยต่างชาติ แบรนด์นี้พวกอังกฤษ ถือหุ้นใหญ่

ยูเนสโก …มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เทศกาลปีใหม่ไทยดั้งเดิม ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ข่าวอื่นๆ

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

จีนสร้าง “ประภาคารในอวกาศ” เครือข่ายดาวเทียมระบบนำทางด้วยแสง ป้องกันการรบกวนสัญญาณ GPS 100%

คณะนักวิจัยชาวจีนประกาศความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายดาวเทียม 11 ดวง เพื่อพัฒนาระบบนำทางด้วยแสง (Optical Navigation) ที่มีความแม่นยำสูงและป้องกันการรบกวนสัญญาณ (Jam-resistant) โดยออกแบบมาเพื่อให้บริการในพื้นที่ที่สัญญาณ GPS เข้าไม่ถึง หรือถูกรบกวนด้วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่โดรน รถยนต์ไร้คนขับ ไปจนถึงภารกิจสำรวจอวกาศ

อาวุธในอนาคต จะเล็กลง จนแทบมองไม่เห็น

อาวุธในอนาคต จะเล็กลง จนแทบมองไม่เห็น ฆ่ามนุษย์ทีละ 1 คนที่เป็นตัวการก่อสงคราม ก็พอแล้ว ยุติสงครามได้แล้ว