นายกฯเตือนเมียนมา หลังเกิดเหตุ ทหารเมียนมา ปะทะฝ่ายต่อต้าน กระทบถึงฝั่งไทย ย้ำต้องปกป้องอธิปไตย
เหตุการณ์ล่าสุดบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 จนกระทั่งทวีความรุนแรงขึ้นในวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และบริเวณชายแดนใกล้บ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เกิดการยิงปะทะอย่างหนักระหว่างกองทัพทหารเมียนมากับกองกำลังฝ่ายต่อต้าน กลุ่ม KNU และ PDF เพื่อยิงบุกยึดคืนพื้นที่
ฝ่ายกองทัพเมียนมามีการใช้อาวุธหนัก และการโจมตีทางอากาศด้วยการทิ้งระเบิดและโดรนใส่ค่ายฝ่ายต่อต้านใกล้แนวชายแดนไทย

มีกระสุนปืนและลูกระเบิดข้ามมาตกในเขตอธิปไตยไทยหลายลูก ส่งผลให้มี ประชาชนชาวไทยได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 1 ราย รวมถึงบ้านเรือนและทรัพย์สินบางส่วนได้รับความเสียหาย
ทหารไทยต้องสั่งอพยพชาวบ้านไทยในพื้นที่เสี่ยงภัย บริเวณบ้านแม่สามแลบ ออกไปยังพื้นที่ safe zone เพื่อความปลอดภัย
ด้าน กองกำลังฝ่ายไทย หน่วยเฉพาะกิจราชมนู ได้ส่งหนังสือประท้วงไปยังฝ่ายเมียนมา รวมถึงสั่งคุมเข้ม ระงับและจำกัดการผ่อนผันการเข้า-ออกและการขนส่งสินค้าในบางจุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
จากเหตุการณ์นี้ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีคำสั่งและแสดงจุดยืนทันที ด้วยการ
แจ้งเตือนไปยังรัฐบาลเมียนมา โดยให้กระทรวงการต่างประเทศและผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ยื่นหนังสือแจ้งเตือนทางการเมียนมาอย่างชัดเจนว่า ไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสู้รบ และเน้นย้ำให้ระมัดระวังสูงสุด ไม่ให้การปฏิบัติการทางทหารส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย
พร้อมย้ำให้ยึดกลไกการทูตและทหารคู่ขนาน โดยใช้ช่องทางประสานงานทางทหารบริเวณชายแดนและกลไกทางการทูตในการระงับเหตุ

พร้อมเตรียมยกระดับการป้องกันตนเอง โดย นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าหากยังมีอาวุธตกข้ามมาสร้างความเสียหายต่อคนไทยอีก ฝ่ายไทยพร้อมยกระดับมาตรการป้องกันและตอบโต้ตามหลักอธิปไตยทันที พร้อมสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมพร้อมศูนย์พักพิงรองรับประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง


