ทรัมป์ อยู่ยากแล้ว เดโมแครต ตบเท้าเข้าถ่วงดุลอำนาจในสภา
สรุปผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา (Midterm Elections 2026) ล่าสุด ซึ่งพรรคเดโมแครตสามารถทำผลงานพลิกเกม และกลับมาชนะ ครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้สำเร็จ ส่งผลให้เกิดดุลอำนาจใหม่ ในสภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives)
พรรคเดโมแครต
กวาดที่นั่งไปได้ 227 ที่นั่ง (เกินเกณฑ์ขั้นต่ำ 218 ที่นั่ง)
ในส่วนของ วุฒิสภา (Senate) พรรคเดโมแครตสามารถแย่งเก้าอี้สำคัญและครองเสียงข้างมากได้ที่ 53 ที่นั่ง ชนะในรัฐสมรภูมิสำคัญ เช่น นอร์ทแคโรไลนา (รอย คูเปอร์ ชนะแย่งเก้าอี้คืนได้), จอร์เจีย (จอน ออสซอฟฟ์ รักษาเก้าอี้สำเร็จ)
และนิวแฮมป์เชียร์
นักวิเคราะห์ ระบุว่าปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อชัยชนะของเดโมแครต ได้แก่ปัญหาค่าครองชีพและเงินเฟ้อ ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากได้รับผลกระทบจากภาระค่าใช้จ่ายและราคาพลังงานที่สูงขึ้น
ด้าน คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ผลการสำรวจระบุว่าผู้ลงคะแนนส่วนใหญ่ใช้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์ในการคัดค้านนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตชานเมือง
ประเด็นด้านการต่างประเทศ คนอเมริกันเกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้ง และนโยบายภาษีการค้าส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้ลงคะแนน
จากผลการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบทางการเมืองหลังจากนี้อย่างชัดเจนคือ การถ่วงดุลอำนาจ (Divided Government)
การที่เดโมแครตครองทั้งสองสภาจะทำให้การผลักดันร่างกฎหมาย นโยบายภาษี หรือการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำได้ยากลำบากขึ้นอย่างมาก
นอกจากนี้ การใช้อำนาจตรวจสอบ ทำให้ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาฝั่งเดโมแครตเตรียมใช้อำนาจกรรมาธิการในการเปิดการไต่สวนและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มงวด
ดังนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ อาจต้องพึ่งพาการใช้อำนาจวีโต้ เพื่อยับยั้งร่างกฎหมายที่ผ่านมาจากสภาคองเกรสฝั่งเดโมแครต


