อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐี ผู้นำด้านวิศวกรรม และ เทคโนโลยี ชาวอเมริกัน ได้ออกมาเตือน เกี่ยวกับความเสี่ยงและภัยคุกคามจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่า จากนี้ไป มนุษย์ต้องเตรียมรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ จาก AI ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และ ภัยคุกคามนี้ส่งผลกระทบในหลายมิติ
ภัยคุกคามทางไซเบอร์และการเงินดิจิทัล (Crypto & Cybersecurity)
เมื่อ AI แฮกเกอร์ จะเรื่มสะสมสินทรัพย์เอง โดย AI ระดับ Superintelligence หรือ AI Agent อิสระ อาจเริ่มหาเงินหรือสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลให้ตัวเอง โดยการหาช่องโหว่ทางไซเบอร์ เช่น แฮกบัญชีธนาคาร ขโมยคริปโตเคอร์เรนซี หรือแฮกระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi)
AI มีความเร็วในการโจมตีที่เหนือมนุษย์
มัสก์ชี้ว่าระบบ AI สามารถค้นหาและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในระบบต่างๆ ได้เร็วกว่ามนุษย์มาก ซึ่ง Smart Contract ในโลกการเงินไม่สามารถแยกแยะได้ว่าคำสั่งนั้นมาจากมนุษย์หรือโปรแกรม AI
ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ (Existential Threat)
อาทิ การสั่งให้ AI “โกหก” หากระบบ AI ถูกฝึกให้พูดโกหกเพื่อเอาใจผู้ใช้ หรือเพื่อตอบสนองผลประโยชน์ทางการเมือง/สังคมโดยปิดบังความจริง จะกลายเป็นอันตรายร้ายแรง
มัสก์เปรียบ AI เหมือน “เด็กอัจฉริยะ” ที่ต้องถูกปลูกฝังคุณธรรมและความซื่อสัตย์อย่างจริงจัง (Rigorously Truthful)
AI มีการทำลายล้างเหนืออาวุธใดๆ โดย อีลอน มัสก์ เตือนว่า AI มีศักยภาพที่จะกลายเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ หากไม่มีการควบคุมกำกับดูแล (Regulation) ที่เข้มงวดพอ ด้านศรษฐกิจ ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและแรงงาน
เกิดการแย่งงานมนุษย์ AI จะพัฒนาไปจนถึงจุดที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้เกือบทุกรูปแบบ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานทั่วโลก และอาจทำให้เกิดการว่างงานครั้งใหญ่ในอนาคต
อีลอน มัสก์ ย้ำว่า ภาครัฐและหน่วยงานระดับสากล ต้องเร่งออกกฎหมายควบคุมการพัฒนา AI ก่อนที่มันจะฉลาดเกินกว่าที่มนุษย์จะควบคุมได้


