วันอังคาร, มีนาคม 10, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังฉลองชัยชนะกับปฏิบัติการทางทหารที่เขาคุยโวว่า "เหมือนดูรายการทีวี"

ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังฉลองชัยชนะกับปฏิบัติการทางทหารที่เขาคุยโวว่า “เหมือนดูรายการทีวี”

เผยแพร่

spot_img

ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังฉลองชัยชนะกับปฏิบัติการทางทหารที่เขาคุยโวว่า “เหมือนดูรายการทีวี” และได้รับการยกย่องจากกองทัพว่าเหนือชั้นที่สุดในโลก แต่ที่อีกฝากหนึ่งของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กลับมีระเบิดลูกใหญ่ทางการเมืองตกลงมากลางสภา และคนที่เป็นคนกดปุ่มชนวนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือไม้เบื่อไม้เมาตลอดกาลอย่าง สว. เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส (Bernie Sanders)

ทันทีที่ข่าวการจับกุมผู้นำเวเนซุเอลาแพร่สะพัดออกไป แซนเดอร์สไม่ได้ออกมาสรรเสริญความเก่งกาจของหน่วยรบพิเศษ แต่เขาออกมา “ตบหน้า” ทรัมป์ฉาดใหญ่ด้วยแถลงการณ์ที่ดุเดือดที่สุด โดยชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ทรัมป์ทำไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่มันคือการ “เหยียบย่ำรัฐธรรมนูญ”

แซนเดอร์สย้ำชัดเจนว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ “ไม่มีสิทธิ์” (Does NOT have the right) ที่จะพาประเทศเข้าสู่สงครามเพียงลำพังโดยไม่ผ่านสภา ต่อให้ศัตรูจะเป็นเผด็จการที่โหดร้ายแค่ไหนก็ตาม การที่ทรัมป์ประกาศว่าจะเข้าไป “บริหาร” (Run) เวเนซุเอลา คือความบ้าอำนาจที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศอย่างรุนแรง และรัฐสภาต้องเร่งออกกฎหมาย War Powers Resolution เพื่อหยุดยั้งปฏิบัติการเถื่อนนี้ทันที

แต่สิ่งที่แซนเดอร์สพูดแล้วเจ็บจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจของฝ่ายสนับสนุนสงคราม คือการเปรียบเทียบทรัมป์กับ “ปูติน” ครับ แซนเดอร์สชี้ว่าตรรกะที่ทรัมป์ใช้ในการบุกเวเนซุเอลา เพื่อเปลี่ยนรัฐบาลและยึดทรัพยากร มันคือตรรกะวิบัติแบบเดียวกับที่ปูตินใช้บุกยูเครนเปี๊ยบ! มันคือการให้ไฟเขียวแก่ชาติทั่วโลกว่า “อยากได้ของใคร ก็แค่ส่งทหารไปยึด” ซึ่งจะทำให้โลกนี้อันตรายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

และที่สำคัญ แซนเดอร์สกระชากหน้ากากของสงครามครั้งนี้ออกมาว่า มันไม่ใช่เรื่องของยาเสพติดหรือประชาธิปไตย แต่มันคือการปัดฝุ่น “หลักนิยมมอนโร” (Monroe Doctrine) และความเป็น “จักรวรรดินิยม” (Imperialism) เพื่อหวังจะเข้าไปฮุบ “บ่อน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ของเวเนซุเอลาต่างหาก ซึ่งนี่คือบทเรียนยุคมืดที่สหรัฐฯ เคยทำไว้กับละตินอเมริกาและทิ้งบาดแผลไว้มากมาย

ท่อนสุดท้ายของแถลงการณ์ คือการ “ย้อนเกล็ด” นโยบายหาเสียงของทรัมป์ได้อย่างเจ็บแสบที่สุด… ทรัมป์ชนะเลือกตั้งมาด้วยแคมเปญ “America First” และบอกว่าตัวเองเป็น “ผู้สมัครแห่งสันติภาพ” (Peace Candidate) แต่ในวันที่คนอเมริกัน 60% ยังต้องใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน ระบบสาธารณสุขกำลังพัง คนไม่มีปัญญาซื้อบ้าน และ AI กำลังแย่งงานคนนับล้าน… ทรัมป์กลับเอาเงินและเวลาไปทุ่มเทให้กับการผจญภัยทางทหารในต่างแดน

แซนเดอร์สทิ้งท้ายด้วยประโยคที่เหมือนมีดกรีดลงกลางใจทรัมป์ว่า: “ทรัมป์ล้มเหลวในการ ‘บริหาร’ ประเทศสหรัฐฯ… ดังนั้นเขาไม่ควรสะเออะพยายามไป ‘บริหาร’ เวเนซุเอลา” (Trump is failing in his job to “run” the United States. He should not be trying to “run” Venezuela.)

นี่คืออีกด้านของเหรียญที่สื่อสงครามไม่ได้บอกคุณครับ ในขณะที่แนวรบด้านนอกกำลังรุกคืบ แนวรบด้านในประเทศกำลังแตกแยกอย่างหนัก และคำถามสำคัญที่แซนเดอร์สทิ้งไว้คือ… เรากำลังส่งลูกหลานไปตายเพื่อความมั่นคงของชาติ หรือเพื่อเติมน้ำมันให้เต็มถังของใครบางคนกันแน่?

Cr.คุณโทมัส: อ่านเกมโลก

ข่าวล่าสุด

วิกฤตฮอมุสพ่นพิษ!สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน !

โลกเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่าน จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอมุส เส้นเลือดใหญ่ที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก...ไทยแลนด์คือ 1 ในนั้น โชคดีแล้วที่เกิดมาที่เมืองไทย

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ข่าวอื่นๆ

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ตอนนี้กรุงเตหะรานเหมือนตกอยู่ในนรก

การเผาไหม้น้ำมันในปริมาณมหาศาลทำให้เกิด "ฝนกรดสีดำ" จากการที่ไอเสียลอยขึ้นไปทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจนกลายเป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริกที่สะสมอยู่ในก้อนเมฆ และตกลงมาเป็นฝนสีดำสนิท