วันนี้ ( 23 ก.พ.)เมื่อเวลา 13.27 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีปักหมุดวางผังก่อสร้างพระเมรุมาศในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร

ในการนี้ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน รอรับเสด็จ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นางสาวชาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เฝ้า ฯ รับเสด็จ ณ ท้องสนามหลวง
ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรี นางสาวชาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวขนิษฐา โชติกวณิชย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร ทูลเกล้า ฯ ถวายพวงมาลัย
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ ไปยังมณฑลพิธี ทรงจุดเทียนทอง เทียนเงิน และทรงจุดธูปหางปักที่เครื่องบวงสรวง โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พราหมณ์เป่าสังข์ เจ้าพนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ เจ้าพนักงานประโคมแตร ปี่พาทย์บรรเลงเพลงสาธุการ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงคม
จากนั้นเสด็จเข้าพลับพลาพิธี ประทับพระราชอาสน์พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านโองการบวงสรวงเทพยดา และสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พราหมณ์เป่าสังข์ เจ้าพนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ เจ้าพนักงานประโคมแตร ปี่พาทย์ทำเพลงตระสันนิบาต
เมื่ออ่านโองการบวงสรวง จบแล้ว โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พราหมณ์เป่าสังข์ เจ้าพนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ เจ้าพนักงานประโคมแตร เสด็จออกจากพลับพลาพิธี
ต่อมาสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ ไปยังมณฑลพิธี ทรงสุหร่ายหมุด และเครื่องมือช่าง โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พราหมณ์เป่าสังข์ เจ้าพนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ เจ้าพนักงานประโคมแตร ปี่พาทย์บรรเลงเพลงลงสรง ทรงโปรยข้าวตอกดอกไม้หมุด และเครื่องมือช่าง โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พราหมณ์เป่าสังข์ เจ้าพนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ เจ้าพนักงานประโคมแตร ปี่พาทย์บรรเลงเพลงโปรยข้าวตอก พระราชทานหมุดให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ประทับพระราชอาสน์
จากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตอกหมุดทั้ง 4 ทิศ สำหรับตัวหมุดทั้งสี่ทิศ ทำจากไม้มงคล คือ ไม้สัก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 ซม. ยาว 29 ซม. เหลาปลายแหลมด้านหนึ่ง เครื่องมือที่ใช้ตอก คือ ไม้สามเกลอ ทำจากไม้สักเช่นกัน ความยาว 39 ซม.ทำมือจับสามด้าน สามเกลอเป็นเครื่องมือสำหรับตอกเสาหรือเสาเข็มไม้ลงพื้นดิน สำหรับการก่อสร้างอาคารจะมีขนาดใหญ่ จึงทำมือจับไว้สามด้าน สำหรับให้ช่างก่อสร้างช่วยกันจับและตอกเป็นจังหวะพร้อมกัน จึงเรียกว่า “สามเกลอ” ไม้สามเกลอในพิธีเป็นตัวแทนของเครื่องมือช่างทุกแขนง
จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออกจากพลับพลาพิธี เสด็จพระราชดำเนินกลับ
สำหรับพิธีปักหมุดวางผังก่อสร้างพระเมรุมาศ คือขั้นตอนแรกเพื่อกำหนดตำแหน่งเสาโครงสร้างให้ถูกต้องตามแบบที่กำหนด นอกจากจะเป็นการวางผังตามกระบวนการก่อสร้างแล้ว ยังเป็นการบวงสรวงขออนุญาตก่อสร้างเพื่อบอกกล่าวเทพเทวาทั่วแผ่นดิน และขอความเป็นสวัสดิมงคลให้การดำเนินงานราบรื่นสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ อีกทั้งเป็นการถวายสักการะบูรพกษัตริยาธิราช พร้อมทั้งเป็นพิธีไหว้ครูช่าง โดยมีการนำเครื่องมือเข้าพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุมัติให้จัดสร้างตามรูปแบบที่รัฐบาลกราบบังคมทูลพระกรุณาแล้ว จึงจัดให้มีพิธีปักหมุดวางผังก่อสร้างพระเมรุมาศ ฯ ตามโบราณราชประเพณี และจะเข้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้างโครงสร้างหลัก งานสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และงานภูมิสถาปัตย์ ตามลำดับ ซึ่งจะดำเนินการให้สมพระเกียรติสูงสุด โดยการก่อสร้างทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569 จากนั้นรัฐบาลจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเพื่อกำหนดวันประกอบพระราชพิธีถวายเพลิงพระบรมศพต่อไป
กรมศิลปากรได้ยึดหลักการออกแบบพระเมรุมาศให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี และมีความงดงามทางรูปแบบศิลปกรรม สื่อแนวคิดสะท้อนถึงพระราชจริยาวัตรและพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย พระเมรุมาศที่จัดสร้างในครั้งนี้มีส่วนยอดเป็นทรงมงกุฎแปลง ตามอย่างเครื่องศิราภรณ์ของเจ้านาย ประกอบด้วยหลังคาซ้อน 7 ชั้นเชิงกลอนเสมอด้วยพระมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ส่วนปลียอดเป็นรูปพรหมพักตร์ สื่อถึงการเสด็จสู่พรหมโลกหลังการสวรรคตและสื่อถึงพระราชสมัญญา “แม่ของแผ่นดิน” ที่ยอดบนสุดของพระเมรุมาศประดับนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือ ฉัตร 9 ชั้น เพื่อแสดงถึงพระบรมราชอิสริยยศชั้นสูงสุด พระเมรุมาศมีแผนผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทรงปราสาท ออกมุข 4 ด้าน ตั้งอยู่เหนือฐานชาลา 2 ชั้น ที่ตกแต่งด้วยรูปเทวดาสื่อถึงการเสด็จสู่สวรรคาลัย หลังคาสีฟ้าหม่น สลับสีปีกแมลงทับ หน้าบัน แต่ละด้านประดับอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. บนพื้นสีฟ้า เป็นสีประจำวันศุกร์ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ พื้นหลังสีชมพูซึ่งเป็นสีแห่งศรีของวันพระราชสมภพ ซุ้มหน้าบันจัดสร้างในลักษณะซุ้มหน้านาง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงมงกุฎและสร้อยพระศอที่เคยทรงขณะดำรงพระชนมชีพ ส่วนลายประกอบสำหรับตกแต่งพระเมรุมาศได้รับแรงบันดาลใจมาจากพรรณไม้ต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยพระนาม “สิริกิติ์” ฉากบังเพลิง จัดปักโดยฝีมือช่างสถาบันสิริกิติ์ ซึ่งถือกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศจัดวางตามแนวคิดภูมิจักรวาล ประดับด้วยสระทรงกลมรายรอบด้วยรูปสัตว์หิมพานต์และตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ สื่อถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์การแสดงโขน นอกจากนั้นยังมีสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร และทิม สำหรับเป็นที่ประทับและรับรองทูตานุทูตตลอดจนแขกที่ได้รับเชิญเข้าร่วมพระราชพิธี



