วันอังคาร, มีนาคม 10, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวหน้าหนึ่งศาลสั่งจำคุก "ปารีณา ไกรคุปต์" ฐานครอบครองที่ป่า 4 ปี 1 เดือน ปรับอีก 6 หมื่นให้ประกันตัว 1...

ศาลสั่งจำคุก “ปารีณา ไกรคุปต์” ฐานครอบครองที่ป่า 4 ปี 1 เดือน ปรับอีก 6 หมื่นให้ประกันตัว 1 ล้าน

เผยแพร่

spot_img

ที่ศาลจังหวัดราชบุรี วันที่ 6 ต.ค. 68 ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรีเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัทปารีณา ไกรคุปต์ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ในความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าสงวน, พระราชบัญญัติป่าไม้, ประมวลกฎหมายที่ดิน และพระราชบัญญัติน้ำบาดาล

โจทก์ฟ้องว่าระหว่างปี 2555 ถึง 24 พ.ย. 2565 ต่อเนื่องกันจำเลยทั้งสองร่วมกันบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี (ป่าเขาสน) หมู่ที่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยได้ร่วมกันก่อสร้างแผ้วถางป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 4 แปลง แปลงที่ 1 เนื้อที่ 387 ไร่ 80 ตารางวา, แปลงที่ 2 เนื้อที่ 207 ไร่ 2 งาน 41 ตารางวา, แปลงที่ 3 เนื้อที่ 70 ไร่ 2 งาน 32 ตารางวา และแปลงที่ 4 เนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 84 ตารางวา รวมที่ดิน 4 แปลงเนื้อที่ 681 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา 

เพื่อประโยชน์ของจำเลยทั้งสอง ในการปลูกสร้างโรงเรือน เลี้ยงไก่ สร้างบ้านพัก ปักเสาไฟ สร้างแทงค์น้ำ และขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ เป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่ เป็นเหตุให้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติได้รับความเสียหายโดยจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำเป็นเนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ และไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือได้รับการยกเว้นใดๆ คิดเป็นเงินค่าเสียหายของรัฐรวม 35,369,459.10 บาท

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในข้อหาร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ที่ดินที่เกิดเหตุมิได้เป็นป่าโดยสภาพเนื่องจากมีบุคคลเข้ายึดถือครอบครองทำประโยชน์ก่อนที่จำเลยทั้งสองจะเข้ามาครอบครองเป็นระยะเวลานานแล้ว และไม่เคยมีเจ้าหน้าที่รัฐโต้แย้งการที่มีบุคคลเข้ายึดถือครอบครองที่ดินที่เกิดเหตุ และไม่เคยมีหน่วยงานราชการใดแจ้งให้จำเลยที่ 2 ทราบว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นป่า จำเลยที่ 2 จึงไม่ทราบว่าการครอบครองที่ดินที่เกิดเหตุเป็นความผิดก็ตาม แต่จำเลยทั้งสองย่อมทราบดีว่าที่ดินที่เกิดเหตุยังเป็นที่ดินที่ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของหรือได้ใช้สิทธิใดๆ ตามกฎหมายที่ดิน เนื่องจากจำเลยที่ 2 เพียงแต่เป็นผู้มีชื่อครอบครองที่ดินที่เกิดเหตุ ในแบบแสดงรายการที่ดินเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท. 5) รวม 29 แปลง 

ประกอบกับในช่วงที่จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำเลยที่ 2 ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่า เป็นผู้ครอบครองที่ดินที่เกิดเหตุตามแบบแสดงรายการที่ดินเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) รวม 29 แปลง ซึ่งแบบแสดงรายการที่ดินเพื่อชำระภาษีดังกล่าวมิใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินและมิใช่ใบอนุญาตให้ครอบครองที่ป่าหรือที่ดินของรัฐ

 ดังนั้น จำเลยที่ 2 ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ย่อมทราบดีว่าที่ดินที่เกิดเหตุทั้ง 4 แปลงเป็นที่ดินที่ยังไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของหรือได้สิทธิใดๆ ตามกฎหมายที่ดิน ที่ดินพิพาทจึงยังคงเป็นป่าตามคำนิยามของกฎหมายที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484

การที่จำเลยทั้งสองยึดถือครอบครองที่ดินที่เกิดเหตุทั้ง 4 แปลง จึงเป็นความผิดฐานร่วมกันยึดถือครอบครองป่าเพื่อตัวเองหรือผู้อื่นเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และฐานร่วมกันยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายที่ดิน

พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 100,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 8 ปี ฐานร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 20,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพฐานร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต. ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง 

จึงคงลงโทษ ฐานร่วมกันยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตคงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 50,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี ฐานร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาตคงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 10,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 เดือน รวมปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 60,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 4 ปี 1 เดือน ให้ริบของกลาง ให้จำเลยทั้งสอง, คนงาน, ผู้รับจ้าง, ผู้แทน และบริวารของจำเลยทั้งสองออกจากป่าและที่ดินของรัฐที่เกิดเหตุ ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำบาดาล อุดและกลบหลุมบ่อน้ำบาดาล

เบื้องต้นมีรายงานว่า น.ส.ปารีณา ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 ล้านบาท เพื่อขอประกันตัว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตโดยไม่กำหนดเงื่อนไข

ข่าวล่าสุด

วิกฤตฮอมุสพ่นพิษ!สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน !

โลกเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่าน จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอมุส เส้นเลือดใหญ่ที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก...ไทยแลนด์คือ 1 ในนั้น โชคดีแล้วที่เกิดมาที่เมืองไทย

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ข่าวอื่นๆ

มติเอกฉันท์! “น.รินี เรืองหนู” คว้านายกสมาคมนักข่าวฯ อีกสมัย ชูธงปกป้องเสรีภาพ-พัฒนาศักยภาพสื่อ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่ประชุมใหญ่เลือกนางสาวน.รินี เรืองหนู จากหนังสือพิมพ์มติชน เป็นนายกสมาคมนักข่าวฯ อีกสมัย

น้อมรับพระคติธรรม สมเด็จพระสังฆราชฯ เนื่องในวันมาฆบูชา ๓ มีนาคม ๒๕๖๙

ดิถีมาฆบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว ดิถีเช่นนี้ชวนให้พุทธบริษัท รำลึกถึงเหตุการณ์ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมประเมินผลกระทบเศรษฐกิจ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง