วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวหน้าหนึ่งสตง.ลุยตรวจทุจริตไทยพีบีเอสถึงที่ ปมใช้รถหลวง

สตง.ลุยตรวจทุจริตไทยพีบีเอสถึงที่ ปมใช้รถหลวง

เผยแพร่

spot_img

วานนี้ (18 ก.พ. 2569) ทีมเฉพาะกิจสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เดินเครื่องแล้ว ยกคณะมาตรวจไทยพีบีเอสถึงที่ เรียกดูเอกสารข้อมูล ระเบียบ คำสั่ง การจัดซื้อจัดจ้างผลิตรายการแบบวิธีเฉพาะเจาะจง ไม่ประกวดราคา เผยทีมตรวจสอบคัดบุคลากรฝีมือดีจาก 3 กลุ่มงาน “ด้านการเงิน – ด้านสืบสวนการปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ – ด้านความคุ้มค่า” มาผนึกกำลังกันทำงานรวมเป็นชุดใหญ่ ถือเป็นครั้งแรกที่ สตง.เข้าตรวจสอบหน่วยรับตรวจที่ใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ก่อนจะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบถามปมใช้รถหลวงรับประโยชน์เบิกซ้ำซ้อน รวมทั้งปมการจ้างผลิตรายการวิเคราะห์รอคิวถูกตรวจลำดับถัดไป

จากกรณีที่ สตง.ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา กรณีพนักงานระดับบริหารตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักข่าว ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักข่าวด้านบริหารได้รับเงินค่าพาหนะเหมาจ่ายเป็นรายเดือนแทนการมีรถประจำตำแหน่ง แต่ยังใช้ส่วนกลางรับส่งตัวเองไปตามปกติ ซึ่งเป็นการรับประโยชน์ซ้ำซ้อน สร้างความเสียหายต่อไทยพีบีเอส อาจเข้าข่ายการทุจริต โดยเรื่องนี้มีการร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อีกทางหนึ่ง เป็นข่าวอื้อฉาวช่วงปลายปีที่ผ่านมา กระทั่ง สตง.ได้ตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาตรวจสอบให้ได้ข้อสรุปอย่างเร่งด่วน โดยให้เวลา 60 วันนั้น

ตั้งทีมเฉพาะกิจชุดใหญ่ระดมนักตรวจจาก 3 กลุ่มงาน

รายงานข่าวจาก สตง.แจ้งความคืบหน้าว่า นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการ สตง.ให้ความสำคัญต่อเรื่องผิดปกติเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน นอกจากจะมีประเด็นปัญหาการใช้รถหลวงที่มีผู้ร้องเรียนว่าดำเนินการไม่ถูกต้อง ยังมีปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง แบ่งซื้อแบ่งจ้างที่อาจขัดต่อ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และขัดต่อระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างฯ การจ้างบริษัทเอกชนและผู้ดำเนินรายการจากภายนอกอาจไม่คุ้มค่า จึงมีคำสั่งแต่งตั้งทีมเฉพาะกิจ ระดมเจ้าหน้าที่ฝีมือดีจาก 3 กลุ่มงานของ สตง.รวม 16 คนมาทำงานร่วมกัน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ สตง.ในการตั้งทีมตรวจสอบชุดใหญ่แบบครบเครื่องเช่นนี้

“ถือเป็นการประเดิมการตรวจสอบที่ไทยพีบีเอสซึ่งเป็นองค์กรสื่อสาธารณะไทยเป็นแห่งแรก ในฐานะเป็นหน่วยงานรัฐที่ได้รับเงินงบประมาณจากภาษีสุราและบุหรี่ปีละ 2,000 ล้านบาท มาใช้ในการดำเนินงานเพื่อให้การเก็บรวบรวมข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เป็นไปอย่างครบถ้วนและเกิดการบูรณาการในการปฏิบัติงานของ สตง. และดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว รอบด้าน เพราะอยู่ในความสนใจของประชาชน” แหล่งข่าวใน สตง.ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบไทยพีบีเอสกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทีมเฉพาะกิจชุดใหญ่ ประกอบด้วย 1. หน่วยการเงิน เพื่อดูว่าบัญชีการจ่ายเงินเป็นอย่างไร จะเรียกคืนหรือไม่

2. หน่วยสืบสวน ไปดูการจัดซื้อจัดจ้าง การแบ่งซื้อเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับหรือไม่ การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงในวงเงินต่ำกว่า 500,000 บาทสำหรับพนักงานระดับหัวหน้า แต่หากเป็นผู้บริหารฝ่ายระดับผู้อำนวยการ รองผู้อำนวย ส.ส.ท.วงเงินอนุมัติเกินกว่า 1,000,000 บาท เป็นไปโดยชอบหรือไม่ หรือมีการเอื้อประโยชน์หรือมีการทุจริตอย่างไรหรือไม่

3. หน่วยตรวจสอบความคุ้มค่า ประสิทธิภาพและประสิทธิผลหรือไม่ อย่างไร

ผู้ช่วยผู้ว่าการ สตง.นำทีมเข้าตรวจไทยพีบีเอส

แหล่งข่าวจาก สตง.กล่าวอีกว่า เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบ ทางทีมเฉพาะกิจ สตง.ได้วางแผนการปฏิบัติงานเรียบร้อยแล้ว มีการประสานงานกับฝ่ายบริหารไทยพีบีเอสให้เตรียมข้อมูลต่างๆ ไว้ให้พร้อม โดยครั้งแรกทีมเฉพาะกิจจำนวน 6 คน นำโดยผู้ช่วยผู้ว่าการ สตง. มีกำหนดเดินทางมาที่สำนักงานไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีเป็นครั้งแรกในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการตรวจการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักสร้างสรรค์และหลอมรวมเนื้อหาเป็นเรื่องแรก ในฐานะเป็นหน่วยงานที่มีการจ้างบริษัทผลิตเนื้อหา ได้แก่ ละคร สารคดี รายการต่างๆ ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่น การใช้รถส่วนกลาง การจ้างผลิตรายการวิเคราะห์ข่าวด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ฯลฯ จะเข้าตรวจในโอกาสต่อไปตามหลักปฏิบัติของ สตง. หลังจากตรวจเรื่องระเบียบ ประกาศ หรือหลักเกณฑ์จากเอกสารหรือไฟล์ข้อมูลและการปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้าง การหาพัสดุแล้ว จะต้องมีการสอบถามผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา

จ้างเอกชนผลิตรายการไม่จำเป็น – สิ้นเปลืองงบฯ

ทั้งนี้ ทีมข่าวผู้จัดการออนไลน์สืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ Thaipbd.or.th / ThaiPBS ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง / ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา และเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นการเผยแพร่เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างต่อสาธารณะเหมือนหน่วยงานรัฐอื่นๆ พบว่า

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผู้รับผิดชอบของไทยพีบีเอสระดับผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์เนื้อหาและรองผู้อำนวยการไทยพีบีเอสด้านสร้างสรรค์และหลอมรวมเนื้อหาได้ใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากในการผลิตรายการด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงเป็นรายไตรมาส บางครั้งรายละ 2 ไตรมาส ซึ่งเป็นการคัดเลือกบริษัทเอกชนด้วยความพอใจของไทยพีบีเอส ไม่ต้องเปิดประมูลแข่งขันเพื่อให้ราคาต่ำสุดและมีคุณภาพในงานผลิต หรือแม้บางอย่างสามารถผลิตที่ไทยพีบีเอสได้ก็ยังต้องจ้างเอกชน ทำให้เสียงบประมาณครั้งละจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น รายการคุยให้คิด รายการสมมติว่า มีการจ้างผู้ดำเนินรายการ จ้างสตูดิโอถ่ายทำรายการพร้อมอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ จ้างเจ้าหน้าที่ตัดต่อรายการและคลิปสั้นรายการา ฯลฯ ทั้งที่ไทยพีบีเอสมีบุคลากรจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลจากเว็บไซต์อีกว่า การสร้างสรรค์เนื้อหาของไทยพีบีเอสด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง การหาพัสดุ ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง อ้างความจำเป็นเร่งด่วนและมีเพียงบริษัทเดียวที่จะรับงาน ซึ่งอาจไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป เช่น จ้างที่ปรึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อสนับสนุนการผลิตเนื้อหาที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจ ปี 2566 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง เป็นเงิน 300,000 บาท, จ้างเจ้าหน้าที่ข้อมูลเพื่อพัฒนาเนื้อหารายการ ประกาศ ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2567 เป็นเงิน 160,000 บาท, จ้างศึกษาสำรวจและติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการออกแบบการสื่อสาร Core Agenda ปี 2568 เป็นเงิน 1,177,000 บาท

จ้างประเมินผลด้านคุณภาพและเนื้อหาของรายการ ปี 2567 โดยวิธีการคัดเลือก เป็นเงินทั้งสิ้น 3,274,200 บาท ประกาศ ณ วันที่ 20 มีนาคม 2568, จ้างผู้แปลบทซับไตเติลภาษาต่างประเทศ จากสคริปต์ภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง รวม 8 รายการ แต่ละรายการเสนอราคาเรียงตามลำดับ ดังนี้ 176,000 บาท / 40,000 บาท / 40,000 บาท / 80,000 บาท / 65,000 บาท / 18,000 บาท ประกาศ ณ วันที่ 11 เมษายน 2568 และยังมีรายการจัดซื้อจัดจ้างอีกหลายรายการ

พบบริษัทเดียวผลิต 3 รายการให้สำนักข่าวได้เงินกว่า 36 ล้านบาท

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับในส่วนของสำนักข่าวนั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงเช่นเดียวกันเข้ามาผลิตรายการข่าวให้กับสำนักข่าว โดยคณะกรรมการตรวจสอบภายในของไทยพีบีเอสพบมีการจ้างบริษัทดังกล่าวต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566-2568 มูลค่ารวมกว่า 36 ล้านบาท ทั้งๆ ที่มีบุคลากรของสำนักข่าวมากกว่า โดยยังมีข้อสังเกตเรื่องสัญญาการเข้ามาผลิตรายการว่าได้เข้ามามีส่วนร่วมในส่วนใดบ้างที่เรียกว่า “การผลิต” ตามสัญญาโดยเฉพาะเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์และบุคลากร ซึ่ง สตง.จะดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อ สตง.ตรวจแล้ว กรณีที่พบว่ามีผู้กระทำผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ฯลฯ ในเรื่องใด สตง.จะส่งเรื่องให้ผู้บริหารไทยพีบีเอสดำเนินการ เช่น ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย การดำเนินการเอาผิดทางละเมิด การเรียกเงินคืนจากผู้ที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบเท่ากับจำนวนเงินที่เกิดความเสียหายแก่องค์กร สำหรับ ผู้ที่เกษียณอายุไปแล้วก็ต้องคืนเงินเช่นกัน ถ้าไม่คืนก็ต้องฟ้องแพ่งเพื่อบังคับให้ชดใช้เงินคืน ถ้าเข้าข่ายทุจริต สตง.จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีทางอาญาซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับเป็นเงิน

ข่าวต้นฉบับ :https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000016995

ข่าวล่าสุด

อังกฤษเบรกสหรัฐฯ! ยังไม่อนุมัติให้ใช้ฐานทัพ ‘ดิเอโก การ์เซีย’ เป็นฐานโจมตีอิหร่าน

สหราชอาณาจักรยังไม่พิจารณาอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในดินแดนเพื่อโจมตีอิหร่าน ขณะประธานาธิบดีทรัมป์ยกระดับความกดดันกรณีหมู่เกาะชาโกส

“อดีตเจ้าชายแอนดรูว์” ถูกตำรวจอังกฤษรวบตัว ข้อหาประพฤติมิชอบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจสหราชอาณาจักรได้เข้าควบคุมตัว แอนดรูว์ เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ หรือ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ที่ตำหนักแซนดริงแฮม เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ราชการ

เหล่าชนชั้นนำจีนที่อพยพไปอเมริกา… ทำไมถึง “สาบสูญไปจากโลก”?

หลายปีมานี้มีคำถามที่ชวนสงสัยว่า: "บรรดาหัวกะทิระดับตัวท็อปที่อพยพไปอเมริกา... สุดท้ายพวกเขาหายไปไหนหมด?" คำตอบไม่ใช่ว่าพวกเขา "รวยจนขี้เกียจพูด" แต่เป็นคำสั้นๆ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ "ถูกทำให้หายไป" (Systemic Marginalization)

 “ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย” วงเงิน 7.4 หมื่นล้านบาท

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นประธานในพิธีการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion hearing) ภายใต้งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย

ข่าวอื่นๆ

คุรุสภาประกาศเกียรติคุณ มอบ“รางวัลครูถิรคุณ”ศศิพัชร-ครูและเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละ

คนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และ ยิงบุคคลภายในโรงเรียนได้รับบาดเจ็บ

คำทำนาย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

" ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืน จะยืนได้ จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราช แห่งประชา คนชั่วจะถูกปราบ ราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหาย ไร้ปัญหา ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ "

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ฉลองครบรอบ 71 ปี  

ในวันนักข่าว 5 มีนาคมนี้ ระดมขุนพลทางความคิดจากภาครัฐและเอกชนร่วมวงเสวนาหาทางออกให้ประเทศภายใต้หัวข้อ “โจทย์ใหญ่ประเทศไทย ความท้าทายของรัฐบาลใหม่” พร้อมเชิดชูเกียรติวิชาชีพสื่อมวลชนด้วยการประกาศผลรางวัลอิศรา อมันตกุล ประจำปี 2568