
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม จากปฏิบัติการทลายรัง เครือข่าย “Black Mirror TKP” ตรวจค้นและทลายเครือข่ายค้ายาเสพติด 22 เป้าหมาย 7 หมายจับ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.ลพบุรี และ จ.ตรัง
โดยหนึ่งในผู้ต้องหา มีนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด-บางกอกน้อย ยกเว้นแขวงศิริราช) ด้วยนั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ต้นตอของปฏิบัติการดังกล่าว มาจากเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 กองร้อยทหารพรานที่ 2101 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ทำการจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติลาว จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายพง นายลี่ และนายดำ ได้ที่บริเวณบ้านปากห้วยม่วง ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม พร้อมของกลางไอซ์น้ำหนักประมาณ 658 กิโลกรัม ยาบ้า 116,000 เม็ด เรือกีบหางยาว 2 ลำ และรถตู้ 1 คัน ซึ่งใช้เป็นพาหนะลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
จากนั้น บช.ปส.ได้สืบสวนขยายผลเรื่อยมาพบว่ากลุ่มเครือข่ายดังกล่าวใช้เส้นทางการเงินจากการค้ายาเสพติดเชื่อมโยงผ่านบริษัท ทีเคพีฯ เกี่ยวเนื่องกัน อีก 7 คดี ดังนี้

(1) เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2568 บช.ปส. สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 3 ราย ได้แก่ นายจีระพงษ์, นายเอกภพ และ น.ส.ขนิษฐา พร้อมของกลางเคตามีน น้ำหนักประมาณ 199 กิโลกรัม และรถยนต์ 2 คัน ภายในห้องพักของรีสอร์ตในพื้นที่ อ.เอราวัณ จ.เลย และขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มจำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นผู้สั่งการ
(2) เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2568 บช.ปส.จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายสิทธิศักดิ์ และนายกฤษฎา พร้อมของกลางยาบ้า 196,000 เม็ด และรถยนต์ 2 คัน โดยขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่โอนเงินตนเองผ่านบัญชีบริษัท ทีเคพีฯ ได้อีก 2 ราย คือ นายณัฐพงษ์ และนายกิตติศักดิ์
(3) เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2568 ตำรวจ สภ.ห้วยไร่ จ.แพร่ จับกุมนายอารีย์ พร้อมของกลางยาบ้า 10,000,000 เม็ด
(4) เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2567 ตำรวจ สภ.วังสะพุง จ.เลย จับกุมนายวิเชียร พร้อมของกลางยาบ้า 60,000 เม็ด
(5) เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2567 ศุลกากรไต้หวัน ตรวจยึดพัสดุซุกซ่อนเฮโรอีนในขวดโลชั่น น้ำหนัก 3.23 กก. ที่ไต้หวัน ซึ่งถูกส่งจากต้นทาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย
(6) เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2568 ตำรวจ สปพ.(191) จับกุม นายนพดล หรือดล พร้อมของกลางยาบ้า 10,000,000 เม็ด
(7) เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2568 ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ภ.จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหา 5 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 10,000,000 เม็ด
การขยายผลดังกล่าว พบการเชื่อมโยงทางการเงินกับอีก 3 บริษัท หมุนเวียนนับหมื่นล้านบาท ประกอบด้วย บริษัท เอ็มทีซีฯ, บริษัท ทีเคพี ปิโตรเลียมฯ และบริษัท มาสเตอร์ เทรดฯ จึงได้ประสานข้อมูลกับสำนักงาน ปปง. พบข้อมูลรายการเดินบัญชีของกลุ่มบริษัทดังกล่าว มีลักษณะเป็นการทำธุรกรรม ซึ่งต้องสงสัยว่ามีความเกี่ยวพันกันในหลายท้องที่ จากการสืบสวนและขยายผลเชิงลึกในครั้งนี้ บช.ปส.ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับในข้อหา “ร่วมกันฟอกเงินฯ” กรรมการและผู้ถือหุ้น รวม 7 ราย
ในวันนี้ 29 ธ.ค.2568 เวลา 06.00 น. จึงได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นทลายรังเครือข่าย “Black Mirror TKP” พร้อมกัน 22 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ลพบุรี และตรัง
สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาฟอกเงิน ได้ 4 ราย และตรวจยึดอายัดทรัพย์สินของเครือข่าย อาทิ เงินสด 1,562,000 บาท, ทองคำ น้ำหนักรวม 43 บาท (655 กรัม), บ้านพร้อมที่ดิน 8 หลัง, อาคารชุด 12 ห้อง, รถยนต์ รวม 6 คัน, รถจักรยานยนต์ 1 คัน, อาวุธปืน 18 กระบอก และโฉนดที่ดิน 1 แปลง ฯลฯ อายัดเงินในบัญชี 30 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์ 246,604,500 บาท
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. กล่าวว่า เครือข่าย “Black Mirror TKP” นี้เป็นเครือข่ายที่ลักลอบค้ายาเสพติดทั้ง ในประเทศและต่างประเทศ มีผู้ร่วมขบวนการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เปิดบริษัทบังหน้าเพื่อฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด ซึ่งในเครือข่ายนี้สามารถตรวจยึดยาบ้าได้รวม 30.37 ล้านเม็ด, ไอซ์ 658 กิโลกรัม, เฮโรอีน 3.23 กิโลกรัม และเคตามีน 199 กิโลกรัม ผู้ต้องหารวม 24 ราย ทรัพย์สินหมุนเวียนนับหมื่นล้านบาท ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการลดระดับอิทธิพลของกลุ่มอาชญากร และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและความมุ่งมั่น ในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลลัพธ์จากการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการขจัดภัยยาเสพติดแบบ “ขุดรากถอนโคน” เพื่อร่วมกันปกป้องสังคมไทยจากภัยร้ายของยาเสพติดอย่างยั่งยืน ถือเป็นภาพสะท้อนถึงความตั้งใจจริง ในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบและยั่งยืน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการสืบสวน ปิดล้อม ตรวจค้น และขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด พร้อมยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำลายโครงสร้างทางการเงินของขบวนการให้ถึงที่สุด
ทั้งนี้ รายงานแจ้งว่า 1 ในจุดค้นแห่งหนึ่ง คือบ้านหรูทรงยุโรป 2 ชั้น ที่หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ถนนบางแวก แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กทม. จุดดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 2 ราย เป็นสามีชาวไทยและภรรยาชาวลาว พร้อมของกลางเป็นรถยนต์หรู 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน เงินสดมูลค่า 1 ล้านบาท อาวุธปืนสั้น 11 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง อาวุธปืนยาว 5 กระบอก และตุ๊กตาหรูหลายตัว
… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5526831



