เลือกตั้งอิสราเอลไร้ผู้ชนะเด็ดขาด!ขั้วเนทันยาฮูนำ53ที่นั่งแต่เสียงไม่ถึงตั้งรัฐบาลจับตา19 ส.ส.อาหรับชี้ชะตาอำนาจ
29 ตุลาคม 2569
ผลเลือกตั้งทั่วไปอิสราเอลยังไม่มีฝ่ายใดครองเสียงข้างมากในรัฐสภา แม้กลุ่มพันธมิตรของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู จะมีคะแนนนำฝ่ายค้าน โดยคาดว่าจะได้ 53 ที่นั่ง จากทั้งหมด 120 ที่นั่ง ขณะที่ฝ่ายค้านนำโดยกาดี ไอเซนคอต ได้ 48 ที่นั่ง ส่วนพรรคการเมืองอาหรับสร้างปรากฏการณ์กวาด 19 ที่นั่ง กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ท่ามกลางความเป็นไปได้ทั้งการจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพและการเลือกตั้งใหม่ หากการเจรจาทางการเมืองไม่ประสบความสำเร็จ
การเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอลเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุการณ์กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 กำลังนำประเทศเข้าสู่ภาวะทางตันทางการเมือง หลังผลนับคะแนนเบื้องต้นสะท้อนว่าไม่มีฝ่ายใดสามารถรวบรวมเสียงข้างมากในรัฐสภา หรือ Knesset ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 120 ที่นั่ง
สำนักข่าว Reuters และ Associated Press (AP) รายงานว่า ผลการนับคะแนนประมาณร้อยละ 90 ชี้ว่ากลุ่มพันธมิตรฝ่ายขวาและพรรคศาสนานำโดยเนทันยาฮู มีแนวโน้มได้รับ 53 ที่นั่ง ขณะที่กลุ่มฝ่ายค้านนำโดยกาดี ไอเซนคอต (Gadi Eisenkot) ได้ 48 ที่นั่ง ส่วนพรรคการเมืองอาหรับได้รับรวม 19 ที่นั่ง
จำนวนดังกล่าวยังเป็นผลเบื้องต้น เนื่องจากมีบัตรเลือกตั้งบางส่วนที่ต้องตรวจนับเพิ่มเติม โดยเฉพาะบัตรของทหาร นักการทูต และผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงคะแนนนอกหน่วยเลือกตั้งปกติ
ทั้งนี้ การจัดตั้งรัฐบาลอิสราเอลจำเป็นต้องรวบรวมเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 61 ที่นั่ง ทำให้กลุ่มเนทันยาฮูยังขาดอีก 8 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านขาดอีก 13 เสียง ยังครองอันดับหนึ่งแต่พันธมิตรสูญเสีย15ที่นั่ง
เมื่อพิจารณาผลการเลือกตั้งแยกตามพรรค พบว่าพรรค Likud ของเนทันยาฮูยังคงเป็นพรรคที่ได้รับที่นั่งมากที่สุด ประมาณ 27 ที่นั่ง ลดลงจาก 32 ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งก่อน ขณะที่พรรค Yashar ของไอเซนคอต อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดอิสราเอล ได้รับประมาณ 21 ที่นั่ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมจำนวนที่นั่งของกลุ่มพันธมิตรฝ่ายขวาและกลุ่มศาสนาที่สนับสนุนเนทันยาฮู พบว่าลดลงจาก 68 ที่นั่งในรัฐสภาชุดก่อน เหลือประมาณ 53 ที่นั่ง หรือสูญเสียไป 15 ที่นั่ง ส่งผลให้ไม่สามารถรักษาเสียงข้างมากไว้ได้
แม้ผลดังกล่าวสะท้อนว่ากลุ่มพันธมิตรของเนทันยาฮูได้รับการสนับสนุนลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด เนื่องจากพรรค Likud ยังคงครองอันดับหนึ่ง และเนทันยาฮูยังมีโอกาสเจรจาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคการเมืองอื่น
พรรคอาหรับกวาด19ที่นั่งสร้างสถิติใหม่
หนึ่งในปรากฏการณ์สำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ คือการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งชาวอาหรับ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 21 ของประชากรอิสราเอล
ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นระบุว่า พรรค Joint List และพรรค Ra’am ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีฐานเสียงชาวอาหรับ ได้รับที่นั่งรวมกันประมาณ 19 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจาก 10 ที่นั่งในรัฐสภาชุดก่อน และเป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์
จำนวนที่นั่งดังกล่าวมีความสำคัญต่อการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากหากกลุ่มฝ่ายค้าน 48 เสียงสามารถได้รับการสนับสนุนจากพรรคอาหรับทั้งหมด 19 เสียง จะมีจำนวนรวม 67 เสียง ซึ่งมากกว่าเกณฑ์เสียงข้างมากในรัฐสภา
อย่างไรก็ตาม การรวมเสียงดังกล่าวยังเผชิญอุปสรรคทางการเมือง เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มฝ่ายขวา ไม่ยอมรับการจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องพึ่งพาพรรคการเมืองอาหรับ ทำให้การเปลี่ยนผ่านอำนาจยังไม่มีความแน่นอน
สงครามกาซาและปัญหาความมั่นคงกดดันเนทันยาฮู
การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันต่อรัฐบาลเนทันยาฮูจากหลายประเด็น โดยเฉพาะเหตุการณ์โจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 และสงครามในฉนวนกาซาที่ตามมา
รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความล้มเหลวด้านข่าวกรองและระบบรักษาความมั่นคง รวมถึงข้อเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระเพื่อตรวจสอบความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐ
นอกจากนี้ ยังมีความขัดแย้งเกี่ยวกับการยกเว้นการเกณฑ์ทหารสำหรับชาวยิวเคร่งศาสนาบางกลุ่ม ซึ่งสร้างความไม่พอใจในสังคมอิสราเอล โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศต้องระดมกำลังทหารเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความมั่นคง
ขณะเดียวกัน เนทันยาฮูยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่เห็นด้วยกับนโยบายความมั่นคงและแนวทางรับมือภัยคุกคามจากอิหร่านและกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค
จับตารัฐบาลเอกภาพหรือเลือกตั้งใหม่
ภายหลังการรับรองผลเลือกตั้ง ประธานาธิบดีไอแซก เฮอร์ซอก (Isaac Herzog) จะหารือกับพรรคการเมืองต่าง ๆ เพื่อพิจารณามอบหมายให้บุคคลที่มีโอกาสรวบรวมเสียงสนับสนุนมากที่สุดเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล
ผู้ได้รับมอบหมายจะมีเวลาเริ่มต้น 28 วัน และอาจได้รับการขยายเวลาอีก 14 วัน หากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ กระบวนการตามกฎหมายจะเปิดทางให้มีการพิจารณาผู้จัดตั้งรัฐบาลรายอื่น ก่อนอาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หากยังไม่สามารถหาข้อยุติได้
นักวิเคราะห์การเมืองอิสราเอลมองว่า ทางออกหนึ่งที่เป็นไปได้คือการจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพ โดยเนทันยาฮูเจรจากับพรรคการเมืองสายกลางหรือคู่แข่งทางการเมือง เช่น กลุ่มของไอเซนคอต หรืออดีตนายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเนตต์ (Naftali Bennett)
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันอย่างเป็นทางการ และเนทันยาฮูจะยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการระหว่างกระบวนการดังกล่าว
ผลเลือกตั้งสะท้อนความแตกแยกทางการเมือง
ผลการเลือกตั้งวันที่ 27 ตุลาคม จึงไม่ได้สะท้อนการพ่ายแพ้อย่างราบคาบของเนทันยาฮูตามกระแสข่าวบางส่วนในสื่อสังคมออนไลน์ แต่เป็นสถานการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรของเขาสูญเสียเสียงข้างมาก ขณะที่ฝ่ายค้านเองก็ยังไม่สามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้
สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือการเจรจาระหว่างพรรคการเมือง บทบาทของพรรคการเมืองอาหรับ และความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดว่าเนทันยาฮูจะสามารถรักษาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้หรือไม่
การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ยังมีนัยสำคัญต่อทิศทางนโยบายความมั่นคงของอิสราเอล ความขัดแย้งในฉนวนกาซา ความสัมพันธ์กับปาเลสไตน์ อิหร่าน และเสถียรภาพทางการเมืองในตะวันออกกลาง
ที่มา: Reuters, Associated Press (AP), The Times of Israel และรายงานผลนับคะแนนจากคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางอิสราเอล ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2569
#ThaiTribune #อิสราเอล #เลือกตั้งอิสราเอล #Netanyahu #Likud #ตะวันออกกลาง #ข่าวต่างประเทศ


