วันจันทร์, มกราคม 26, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกท่องโลก - ท่อง TWIST“ว่ากันว่า…ถ้าคล้องกุญแจบนสะพาน แล้วโยนลูกกุญแจลงสู่แม่น้ำ

“ว่ากันว่า…ถ้าคล้องกุญแจบนสะพาน แล้วโยนลูกกุญแจลงสู่แม่น้ำ

เผยแพร่

spot_img

ความรักของคุณ…จะอยู่ชั่วนิรันดร์

ที่ Pont des Arts แห่งนี้

เหล็กเย็นเยียบของราวสะพาน กลายเป็นที่พักพิงของคำสัญญานับแสน

แสงแดดยามบ่ายสะท้อนกุญแจราวกับดาวพราวเต็มท้องฟ้า

แต่ในหมู่ดอกกุญแจเหล่านั้น…

มีบางดอกที่ไม่ได้ถูกคล้องเพราะความรัก

หากเป็นเพราะบางสิ่ง…ที่ไม่เคยถูกปลดปล่อย”

คุณเคยเชื่อไหมครับว่า

“ถ้าคล้องกุญแจไว้บนสะพาน แล้วโยนลูกกุญแจลงแม่น้ำ…

ความรักของเราจะอยู่ชั่วนิรันดร์”

นี่คือความฝันโรแมนติกของคู่รักทั่วโลก

และถ้าพูดถึงสะพานคล้องกุญแจ…..ที่มีมากมายหลายแห่ง

โน่น…ต้องที่ฝรั่งเศส…

หลายคนต้องนึกถึง Pont des Arts ที่ปารีส 

         สะพานเหล็กสีดำเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยกุญแจนับแสนดอก

         สะท้อนแดดยามบ่ายเหมือนมีดาวระยิบระยับปกคลุมไปทั้งสะพาน

ผมจำได้ว่า….

         ครั้งแรกที่ได้ไปยืนอยู่ตรงนั้น

         มีคู่รักวัยรุ่นกำลังหัวเราะคิกคัก

         ฝ่ายชายยกกุญแจสีทองขึ้นมา

         ฝ่ายหญิงกุมมือเขาแน่น ราวกับคำสัญญากำลังถูกปิดผนึกไว้ตลอดกาล

                 คุณไปมาแล้วใช่ไหม…..แล้วก็คล้องกุญแจเหมือนคู่

อื่น ๆ ใช่ไหม !

                 แฮปปี้ไหมล่ะ    มันชุ่มฉ่ำใจ…บอกไม่ถูกเชียว ใช่ไหม !

ไม่ต้องตอบก็ได้…ผมรู้

                อ้าว….! อายเพื่อน  เลยไม่ได้คล้อง…..ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า…!

เสียดายไหมล่ะ….!

        โอ้..ยังไม่ได้ไป ใช่ไหม….(ไม่เป็นไร)

               อ้อ ไปแล้ว แต่ไม่ถึง             

ทั้ง ๆ ที่ไปฝรั่งเศสมาแล้ว  มุ่งแต่จะไปยลโฉม โมนา ลิซ่า ที่ลูฟว์

              เอ้อ…ไปอีกนิด ก็ถึงแล้ว….เดินกันไปทั้งนั้นแหละ

              แต่…  ไม่เป็นไร…ผมจะพาไป…!

                จากสุวรรณภูมิลอยละล่องกลางคืนสัก 12 ชั่วโมง ถึงสนามบินชาร์ล เดอ โกล (CDG)

           พอลงเครื่องออกมาด้านหน้า Terminal ก็ซื้อตั๋วรถไฟ RER สาย B. เพื่อไป  Pont des Arts (ซึ่งผมก็เรียกตามคนอื่นว่า  “ปง เด ซาร์”)

          จากสุวรรณภูมิ เขาให้ลง  Terminal  1 หรือ 2 แล้วก็ดูป้ายด้านบนทางเดินสักนิด  Paris by Train / RER B” ไปทางนั่นล่ะ ถึงชานชาลาแน่

         ส่วน Terminal  3 เขาให้เครื่องโลวคอสขึ้นลงเท่านั่น

 รถไฟก็รออยู่ทุก 10 นาทีแล้ว

        เราไปสถานี การ์ดูนอร์ด Gare du Nord   ใครก็รู้จัก

           อากาศเย็น ๆ  ตื่นเต้นกับวิวข้างทางเพลิน  ๆ  สักครึ่งชั่วโมง ก็ถึงแล้ว

  ลงไปก็แม่น้ำแซนล่ะ….!

 เดินเลียบแม่น้ำแซนจาก พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre) เพียง       ไม่กี่นาที ก็จะเจอสะพานแคบ ๆ แห่งนี้ขวางอยู่กลางสายน้ำ                            

           “ปง เด ซาร์”

                    ฟังดูโรแมนติกใช่ไหมครับ?

               ก่อนถึงสะพาน หิวใช่ไหม   แวะร้าน Cafe des Arts

ซื้อครัวซองต์เนยสดอบใหม่ 3 ยูโร   เดินกินก็ได้

               หรืออยากกิน บาแกต  แวะร้าน Baguett’s Cafe  ก็ไก้

รับรองว่ามันจะได้รสชาติของกลิ่นเนยอย่างจรุงใจสุด ๆ

                กินไป..เดินถ่ายรูปไป  แป๊บเดียวก็ถึงสะพานแล้ว

               คุณเชื่อไหม..“ความรัก” นี่นำไปเปรียบกับอะไรให้มีความหมายได้ทั้งนั้น

แต่เชื่อผมซี…

ความรักทุกเรื่อง… ไม่ได้มีตอนจบสวยงามเสมอไป

มีบันทึกไว้นะ…ที่ร้านขายของที่ระลึกหัวมุมตึก….!

                        คืนนั้น ….ปารีสอากาศเย็นจัด ลมแม่น้ำพัดแรง

ชายชาวเอเชียคนหนึ่งกลับมายืนบนสะพานเดียวกัน

เขากุมกุญแจดอกเล็ก ๆไว้ในมือ ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้

เพราะคนที่เคยคล้องกุญแจคู่นี้ด้วยกัน…

                       เพิ่งบอกเลิกไปเมื่อเช้า….

                   เขาเดินไปตามแนวราวสะพาน

          นิ้วไล้ไปบนกุญแจเก่า ๆ ที่ขึ้นสนิม

บางดอกมีชื่อคู่รัก บางดอกเป็นตัวอักษรย่อที่แทบลบไม่ออกแล้ว

“ถ้าฉันตัดกุญแจนี้ออก… ความทรงจำเราจะหายไปด้วยไหม”

         เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะดึงคีมเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

         ขณะที่กำลังพยายามตัดกุญแจ…

         สายลมเย็นยะเยือกก็พัดวูบขึ้นมาอย่างแรง

         และเหมือนใครมากระซิบที่ข้างหูเบา ๆ

“อย่าทำ…”

เขาหยุดมือทันที

หันซ้าย… ขวา… แต่สะพานว่างเปล่า

นักท่องเที่ยวหายไปหมดแล้ว มีเพียงแสงไฟสลัวสะท้อนแม่น้ำ

             ทันใดนั้น กุญแจที่เขากำลังจะตัด

             ขยับเองเบา ๆ… ราวกับมีใครจับมันไว้

ชายหนุ่มตกใจจนทำคีมร่วงลงแม่น้ำ

แล้วเขาก็เห็นเงาผู้หญิงคนหนึ่ง 

             ผมยาว ปลิวไปตามลม   ยืนพิงราวสะพานอีกฟาก

            กำลังมองเขา… ยิ้มให้…

แต่เขาจำได้แม่นว่า นั่นคืออดีตคนรักของเขา

เธอเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปีก่อน… ในแม่น้ำแซน…

              เช้าวันต่อมา

เจ้าหน้าที่เทศบาลปารีสเจอกุญแจดอกหนึ่งถูกคล้องอยู่เพียงลำพัง

สนิมกัดกินเป็นรูปรอยน้ำตาไหล

และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา…

ก็ไม่มีใครเห็นชายคนนั้นบนสะพานคล้องกุญแจอีกเลย

                         เฮ้อ….คุณใจหายไหม….?

     คิดอะไรอยู่…..!!

          คุณไปมาแล้ว, ยังไม่เคยไป,หรือไม่อยากไป…

          ไม่เป็นไร …!

                       เก็บไว้ในใจคนเดียว…!

                       ไม่ต้องบอกใครหรอก……ครับ

                       ผมเข้าใจ….!

ข่าวล่าสุด

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง

จีนพัฒนา ‘ชิปเส้นใย’ บางกว่าเส้นผม ฝังพลังประมวลผลในผ้า-อุปกรณ์ฝังสมอง

นักวิทยาศาสตร์จีนพัฒนา "ชิปเส้นใย" (fiber chip) ยืดหยุ่นและมีลักษณะคล้ายเส้นด้าย ซึ่งสามารถทอรวมเข้าไปในเนื้อผ้าได้ ความก้าวหน้านี้อาจนำไปสู่สิ่งทอที่ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลแบบโต้ตอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในสมองขั้นสูงที่สามารถประมวลผลสัญญาณภายใน และระบบสัมผัสในโลกเสมือนจริงที่สมจริงยิ่งขึ้น

นิทรรศการศิลปะ “วาดจากใจ”

นิทรรศการซึ่งถ่ายทอดผลงานศิลปะจากหัวใจ ของศิลปินแห่งความหลากหลาย เพื่อยกย่องคุณค่า ความสามารถ และศักยภาพของกลุ่มคนผู้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

“เบื้องหลัง” กะเหรี่ยง ..กอทูเล  ...

สแกนแผนลึกเนปิดอว์ แบ่งแยกแล้วปกครอง ฉกฉวยรอยแยกชาติพันธุ์ ขยี้ปีกทายาทนักสู้ จับตาหมากรุกมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ในสงครามตัวแทนที่ปิดไม่มิด และบทพิสูจน์ชั้นเชิงอธิปไตยไทย

ข่าวอื่นๆ

“ความรัก กับดาบ Excalibur”

ไม่มีดาบเล่มใดในโลก ….ที่ถูกชักออกมาเพื่อความยุติธรรมเพียงอย่างเดียว…! เพราะทุกครั้งที่เหล็กสัมผัสอากาศ มันพกพา…. ความรัก ….. ความหึงหวง … และควาทะเยอทะยานมาด้วยเสมอ

โอกินาวะ ทะเล สงคราม และความลับ

บางที่บางแห่งในโลก…! ซ่อนความจริงที่คุณไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่…! คุณอาจคิดว่าโอกินาวะคือเกาะสวย…ริมทะเลใส แต่สิ่งที่คุณจะเจอ…อาจทำให้หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าชิงช้าสวรรค์

ถ้าอยากเห็นเมืองที่ “กำแพงพูดได้” และตรอกแคบ ๆ สามารถเล่าเรื่องร้อยปีได้ดีกว่าพิพิธภัณฑ์…

คุณต้องไป George Town เมืองเดียวในเอเชียที่ศิลปะสตรีท, อาคารโคโลเนียล, กลิ่นเครื่องเทศเก่า และบ้านเรือนสามวัฒนธรรม จีน มลายู อินเดีย…..มารวมกันในตรอกที่เดินแค่ 50 ก้าวก็เปลี่ยนบรรยากาศเหมือนข้ามประเทศ