การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อ 3 พ.ย. 2569 มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อยกเครื่องสิทธิประโยชน์และรองรับสังคมสูงวัย
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคมใหม่

- ขยายอายุผู้ประกันตน มาตรา 33 : ปรับเพิ่มเพดานอายุขั้นสูงของลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตน ม.33 จากเดิม ไม่เกิน 60 ปี เป็นไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ เพื่อรองรับการทำงานของแรงงานสูงอายุ
- สิทธิประโยชน์เงินชราภาพ “3 ขอ” :
- ขอเลือก : ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน สามารถเลือกรับเงินชราภาพเป็น บำเหน็จ (เงินก้อน) หรือ บำนาญ (เงินรายเดือน) ได้
- ขอคืน : ขอรับเงินสะสมชราภาพบางส่วนมาใช้ก่อนได้ กรณีเกิดภัยพิบัติร้ายแรงตามเงื่อนไขที่กำหนด
- ขอกู้ : นำเงินสะสมชราภาพบางส่วนไปใช้เป็นหลักประกันเงินกู้กับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ (การขอคืนและขอกู้กำหนดเพดานไม่เกิน 30% ของเงินสะสมชราภาพ และไม่เกิน 2 เท่าของฐานค่าจ้างขั้นสูง)
- การรับบำนาญล่วงหน้า : เปิดทางให้ขอรับเงินบำนาญชราภาพล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 เดือน
- ผู้รับบำนาญสมัครคุ้มครองต่อ (ม.39/1) : เปิดโอกาสให้ผู้รับบำนาญชราภาพสามารถสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนต่อได้ โดยรัฐบาลร่วมจ่าย 1 ส่วน และผู้ประกันตนจ่าย 2 ส่วน เพื่อรับความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต
- ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านอื่นๆ :
- ทุพพลภาพ (ไม่ได้เกิดจากการทำงาน) : ปรับเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้จากเดิม 50% เป็น ไม่เกิน 70% ของค่าจ้าง
- สงเคราะห์บุตร : ขยายความคุ้มครองสิทธิรับเงินสงเคราะห์บุตรต่อเนื่องอีก 6 เดือน หลังสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
- คลอดบุตร : เพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
- ปรับบทลงโทษนายจ้าง : ปรับเปลี่ยนโทษกรณีอันไม่ใช่โทษร้ายแรง (เช่น การไม่ยื่นแบบรายการภายในกำหนด) จากโทษทางอาญาเป็น โทษปรับทางพินัย
ขั้นตอนหลังจากนี้
ขณะนี้ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวยัง ไม่มีผลใช้บังคับทันที โดยขั้นตอนต่อไป ครม. ได้ส่งร่าง พ.ร.บ. ให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.) พิจารณาก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา และจัดทำกฎหมายลำดับรองเพื่อกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ ต่อไป


