ในปีค.ศ.1954ระหว่างการเดินทางไปเยี่ยมทหารอเมริกันในญี่ปุ่น.”มาริลีน มอนโร”เดินผ่านโรงพยาบาลทหารที่เต็มไปด้วยทหารบาดเจ็บ.ในบรรดาพวกเขามีทหารหนุ่มคนหนึ่งที่กระดูกสันหลังแตกหัก.ถูกบังคับให้นอนคว่ำหน้า.ไม่สามารถนั่ง,ไม่สามารถพลิกตัว,ไม่สามารถแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองว่าใครที่กำลังพูดกับเขา.
เมื่อมาริลีนไปถึงเตียงของเขา.เธอเข้าใจในทันทีว่าถ้าเธอยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนคนอื่นๆ.เขาจะไม่มีวันได้เห็นหน้าเธอ.ดังนั้นเธอจึงไม่รีรอ.แต่เธอไม่โพสต์ท่า,เธอไม่ทำให้มันเป็นโมเมนต์ที่น่าจดจำ,เธอนั่งคุกเข่าลงโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วเลื่อนศีรษะเข้าไปใต้เตียงในท่ากลับหัว.จนกระทั่งใบหน้ายิ้มแย้มของเธอปรากฏขึ้นในสายตาของเขา.
ทหารคนนั้นหัวเราะออกมาเสียงดัง.เสียงที่เขาไม่ได้เปล่งออกมาเป็นเวลานานหลายเดือน.มาริลีนก็หัวเราะเช่นกัน.ทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ชั่วครู่.ที่ซึ่งความเจ็บปวดคลายลงและสงครามลืมเลือนไป.ไม่มีเวที,ไม่มีแสงไฟสปอตไลท์,ไม่มีผู้ชม.มีเพียงความเห็นอกเห็นใจที่บริสุทธิ์เป็นธรรมชาติและแท้จริง.
ภาพถ่ายนั้นซึ่งถ่ายได้เกือบจะโดยบังเอิญ.แสดงให้เห็นบางสิ่งที่ฮอลลีวูดไม่สามารถเขียนบทได้.ซูเปอร์สตาร์ที่ลดตัวลงมาอย่างแท้จริง.เพื่อไปพบใครบางคนในที่ที่เขาอยู่.เพียงเพราะเขาไม่สามารถมาหาเธอได้.
ท่าทางเล็กๆน้อยๆมุมมองที่พลิกผัน.เป็นเครื่องเตือนใจว่า”ความเมตตาไม่ต้องการเวที”.



