หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตครั้งแรกที่ "สยาม" ปรากฏในบันทึกของชาวต่างชาติ

ครั้งแรกที่ “สยาม” ปรากฏในบันทึกของชาวต่างชาติ

เผยแพร่

spot_img

เมื่อชาวโปรตุเกสเดินทางถึงอยุธยาในปี พ.ศ. 2054

รู้หรือไม่? ชาติแรกที่พูดถึง “สยาม” คือชาวโปรตุเกสเมื่อกว่า 500 ปีก่อน พวกเขาเขียนว่าเรามีกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ มีช้างศึก และค้าขายกับจีน นี่คือจุดเริ่มต้นที่ “ประเทศไทย” ปรากฏตัวบนเวทีโลก!

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า “ประเทศไทยเริ่มปรากฏบนแผนที่โลกเมื่อใด?” คำตอบคือ เกือบ 500 ปีก่อน เมื่อประเทศโปรตุเกสกลายเป็นชาติแรกของยุโรปที่บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับ “สยาม” ซึ่งก็คือชื่อเดิมของประเทศไทยในสมัยโบราณ

โปรตุเกส คือชาติแรกที่รู้จัก “สยาม”

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2054 (ค.ศ. 1511) หลังจากที่โปรตุเกสยึดครองเมืองมะละกา (ในมาเลเซียปัจจุบัน) ได้สำเร็จ กษัตริย์มานูเอลที่ 1 แห่งโปรตุเกส ได้ส่ง “ดูอาร์ต แฟร์นันเดส” (Duarte Fernandes) เป็นทูตเดินทางมายัง กรุงศรีอยุธยา เพื่อเจริญสัมพันธไมตรี

การเดินทางครั้งนั้น นับเป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีนักการทูตยุโรปมาเยือนสยาม พร้อมกับมีการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรของเราอย่างเป็นทางการ

“สยาม” ในสายตาชาวยุโรปยุคแรก

บันทึกของชาวโปรตุเกสในยุคนั้น กล่าวถึงสยามในลักษณะที่น่าทึ่ง พวกเขามองว่า:

กรุงศรีอยุธยาเป็นอาณาจักรใหญ่ที่รุ่งเรือง

มีกษัตริย์ทรงอำนาจ และผู้คนจำนวนมากอยู่ภายใต้การปกครอง

มีระบบทหารที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะ “ช้างศึก” ซึ่งเป็นที่น่าประทับใจสำหรับชาวยุโรป

มีการค้าขายกับจีน อินเดีย และดินแดนอื่นๆ ในภูมิภาค

ผู้คนแต่งกายสุภาพเรียบร้อย และมีมารยาทดี

ในบันทึกเหล่านั้น ยังมีการเรียกชื่อประเทศเราว่า “Sian” หรือ “Xiam” ซึ่งกลายมาเป็นคำว่า “Siam” (สยาม) ในภาษาอังกฤษในเวลาต่อมา

จุดเริ่มต้นของสัมพันธ์สยาม–ยุโรป

การติดต่อกับโปรตุเกสครั้งนั้น ไม่เพียงเป็นเรื่องการทูตเท่านั้น แต่ยังเป็น จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางการค้ากับโลกตะวันตก โปรตุเกสได้นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาสู่ดินแดนสยาม เช่น:

เทคนิคการต่อเรือแบบยุโรป

อาวุธปืนและดินปืน

ขนมหวานแบบฝรั่ง อย่าง ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด ซึ่งมีรากเหง้ามาจากขนมของโปรตุเกส

“The Suma Oriental” บันทึกที่พูดถึงสยามในยุคแรก

อีกหนึ่งบุคคลสำคัญคือ “ทอมมาส โป” (Tome Pires) นักเดินทางและเภสัชกรชาวโปรตุเกส ผู้เขียนหนังสือชื่อ “The Suma Oriental” ระหว่างปี ค.ศ. 1512–1515 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเอกสารโบราณที่กล่าวถึง “สยาม” ว่าเป็นอาณาจักรมั่งคั่งและมีอิทธิพลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

(ที่มา Hello Thailand )

ข่าวล่าสุด

สงคราม…ใบกะเพรา !จากพืชสามัญประจำบ้านยอดฮิต สู่คำถามใหญ่เรื่องสิทธิและผลประโยชน์

เจาะ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ปมแบ่งปันผลประโยชน์และความไว้วางใจต่อรัฐ เมื่อพืชคู่ครัวไทยกลายเป็นเดิมพันระหว่างนวัตกรรมเอกชนกับทรัพยากรพันธุกรรมส่วนรวม

”ปลดล็อก“…ที่ดินเวนคืน รฟม.เปิดทางเอกชนใช้ทางเข้า-ออกได้ แต่ห้ามใช้ทรัพย์สินรัฐเอื้อประโยชน์เฉพาะราย

บทเรียน “แอชตัน-อโศก” ย้ำว่า อำนาจรัฐต้องชอบด้วยกฎหมายและรับผิดชอบต่อสาธารณะ

ย้อนรอยความฝันและตัวตนที่เคยหล่นหาย: สิทธิธรรม โรหิตะสุข กับนิทรรศการเฉพาะกิจ “ว่าด้วยนักศึกษาศิลปะคนหนึ่งซึ่งมีความฝันอยากเป็นศิลปินคอนเซปชวลแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ : กรณี สิทธิเดช โรหิตะสุข”

ในเส้นทางชีวิตของคนเรา มีสักกี่ครั้งที่เราจะได้หวนกลับไปพบกับ "ความฝันในวัยเยาว์" ที่เคยหล่นหายไประหว่างทาง นิทรรศการศิลปะล่าสุดจาก สิทธิธรรม โรหิตะสุข (หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อเดิม สิทธิเดช โรหิตะสุข) ณ VS Gallery

อุเทนถวาย-ปทุมวัน ปมขัดแย้ง…ครึ่งศตวรรษ !

งดเรียน 90 วันอาจหยุดเหตุเฉพาะหน้า แต่ไม่อาจหยุดวงจรความรุนแรง

ข่าวอื่นๆ

ย้อนรอยความฝันและตัวตนที่เคยหล่นหาย: สิทธิธรรม โรหิตะสุข กับนิทรรศการเฉพาะกิจ “ว่าด้วยนักศึกษาศิลปะคนหนึ่งซึ่งมีความฝันอยากเป็นศิลปินคอนเซปชวลแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ : กรณี สิทธิเดช โรหิตะสุข”

ในเส้นทางชีวิตของคนเรา มีสักกี่ครั้งที่เราจะได้หวนกลับไปพบกับ "ความฝันในวัยเยาว์" ที่เคยหล่นหายไประหว่างทาง นิทรรศการศิลปะล่าสุดจาก สิทธิธรรม โรหิตะสุข (หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อเดิม สิทธิเดช โรหิตะสุข) ณ VS Gallery

เสิร์ฟความอุดมสมบูรณ์แห่งอู่ข้าวอู่น้ำ เสน่ห์ปลาแม่น้ำแท้แห่งเมืองชุมแสง  ‘ร้านอาหารรุ่งทิพย์’

‘รุ่งทิพย์’ ร้านรับแขกประจำเมือง กับปรัชญาวัตถุดิบธรรมชาติ 100% หนึ่งในพิกัดความอร่อยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเสมือน "ร้านรับแขกประจำอำเภอชุมแสง" คือ ร้านอาหารรุ่งทิพย์

ชุบชีวิตเศรษฐกิจชุมชน ‘น่านมุมแมลง’ และ ‘น่านปลาย่าง’ ยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นสู่แหล่งโปรตีนคุณภาพแห่งชุมแสง

‘น่านปลาย่าง’ จากความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำสู่สินค้า OTOP หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาอันโดดเด่นของชุมแสงคือ “น่านปลาย่าง” ภายใต้การดูแลของคุณสมบัติ สงวนวงศ์